ตอนที่ 398
บทที่ 398 คำพูดสะท้อนใจของซูจ้าวหลง
October 28, 2026
เฉ่าช่าวหลินย่อมไม่มีทางคืนคำง่ายๆ
แน่นอนว่าเขาไม่ทำแบบนั้นอยู่แล้ว
เพราะเขารับปากคนที่บ้านไว้แล้วว่าจะชนะเฉินอีให้ได้ และใช้สิ่งนี้ในการพิสูจน์ตัวเอง แต่เห็นได้ชัดว่าแม้นี่เป็นเรื่องดีใช้ได้ ทว่าก็เป็นเรื่องเลวร้ายเช่นกัน
“ไอ้หนุ่ม นายหุนหันพลันแล่นไปนะ”
เฉินอีส่ายหัวเล็กน้อย เขาเริ่มเหนื่อยใจ
เดิมทีแค่อยากได้คำอธิบายจากตระกูลเฉ่า แต่เขาไม่คิดเลยว่าคนตระกูลเฉ่าจะใจคอคับแคบขนาดนี้ ซ้ำตอนนี้ยังกระทำในสิ่งที่น่าเอือมระอา
บางทีสำหรับคนไม่น้อย เรื่องนี้น่ารำคาญมาก แต่เขาต้องการคำอธิบายจริงๆ ขอเพียงอีกฝ่ายยอมขอโท เช่นนั้นทุกอย่างเป็นอันยุติ
แต่ช่วยไม่ได้ คนเหล่านี้ไม่มีใครเชื่อฟังเลยสักคน ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าตัวเองไม่เกรงใจแล้วกัน
"ถ้าพวกนายจะสู้ก็เร่งมือหน่อย ฉันยังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ"
เฉินอีกล่าวเรียบๆ เขาก็ชักจะหงุดหงิดแล้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะจบการต่อสู้ตรงนี้ได้โดยด่วน ไม่อย่างนั้นหากต้องยื้อไปเรื่อยๆคงน่ารำคาญน่าดู
หลังจากฝ่ายตรงข้ามได้ยิน ก็ตากระตุกเล็กน้อย
เจ้าเฉินอีนี่ใจกล้าจริงๆ
"เฉินอีคนนี้พอมีความสามารถอยู่ ชนะเหล่าผู้อาวุโสของหน่วยยุทธ์ได้ แต่เขาในตอนนี้จะจองหองเกินไปแล้ว"
"ใช่ ถึงแม้เจ้าเฉ่าช่าวหลินเป็นคนหัวดื้อ แต่เขามีวรยุทธขั้นเทพ ต่อให้เป็นผู้อาวุโสอย่างเรายังไม่กล้าสู้ด้วย แต่เจ้านี่ก็ยังจะผยอง"
ผู้คนในกองกำลังตำหนักมังการพากันพูดไปต่างๆนานา ยิ่งรู้สึกว่าเฉินอีจองหองเกินไป เมื่อเผชิญกับโอรสสวรรค์ซึ่งตระกูลเฉ่าทุ่มเทอบรมสั่งสอนปลูกฝังด้วยทรัพยากรทั้งหมดที่ตระกูลเฉ่ามี เขายังจองหองได้ขนาดนี้
แต่แบบนี้ก็เป็นดั่งที่พวกเขาต้องการ ขอเพียงเฉินอีสู้กับเฉ่าช่าวหลิน ไม่ว่าฝ่ายไหนแพ้ก็ส่งผลให้สำนักมังกรลับและตระกูลเฉ่าบาดหมางกันอย่างสิ้นเชิง ถึงเวลานั้นกองกำลังตำหนักมังกรของพวกเขาก็จะฉวยโอกาสนี้ล้มอำนาจ ให้คนบางกลุ่มยอมเชื่อฟังแต่โดยดี
หลังจากความคิดนี้เกิดขึ้น หลายคนเริ่มกระหยิ่มใจ พวกเขาหวังจะเห็นภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เหลือเกิน มิฉะนั้นคงไม่อาจสงบใจลงได้
ตระกูลเฉ่ายังเด็กและโอหังเกินไปจริงๆ ถึงได้โดนยั่วอารมณ์ได้ง่าย ท่าทีของเขาถึงได้เปลี่ยนแปลงไป และก้าวยาวๆมาทางนี้
"ไอ้หนุ่ม เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ"
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกถูกหยามด้วยคำพูดของเฉินอี ในฐานะที่เขาเป็นโอรสสวรรค์ ความหวังใหม่ของตระกูลเฉ่า เขาไม่มีทางทนได้ จึงตอบโต้ในบัดดล ท่าทางประหนึ่งว่าถ้าเฉินอีไม่ยอมเชื่อฟังเขาจะทำเช่นนั้นเช่นนี้
และด้วยเหตุนี้ เฉินอีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ
จองหองเกินไปจริงๆ แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่คนที่คนธรรมดาจะต่อกรด้วยได้ บางทีตอนนี้ทำได้เพียงสู้กันสักตั้งให้เจ้าเด็กนี่รู้สำนึก
คิดได้ดังนั้น เฉินอีก็ตาเป็นประกายเจิดจ้าขึ้นมา
“ในเมื่อนายยืนยันว่าอยากจะสู้ ฉันคงไม่ปฏิเสธความตั้งใจของนาย ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาเลย”