ตอนที่ 418
บทที่ 418 ความลำบากของชี๋หลิงซาน
October 28, 2026
ผู้รักษาความปลอดภัยงงไปหมด
เขาเพ่งมองตรงไปที่ชายผู้ที่ใช้หมัดเพียงหมัดเดียวก็สามารถพังกระจกรุ่นพิเศษนี้ได้ผู้นั้น และเงียบไปช่วงขณะ
เพราะว่าเขาจากต้นจนจบก็ไม่เคยรู้เลยว่า บนโลกใบนี้ยังมีคนที่โหดขนาดนี้อยู่!
ต้องรู้ก่อนว่านี่คือกระจกรุ่นพิเศษเชียวนะ ได้จัดสร้างขึ้นโดยวัดจากความสามารถของพลังหมัดระดับปรมาจารย์ถึงแม้ว่าบุคคลอย่างระดับปรมาจารย์มา หมัดเดียวก็ยากที่จะทำลายกระจกที่จัดทำพิเศษนี้ได้
แต่ผลที่ออกมา คนตรงหน้าผคนนี้ ใช้เพียงหมัดเดียวก็ทำลายกระจกรุ่นพิเศษนี้ได้แล้ว พลังต่อสู้เช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนเชียว?
ผู้คนมากมายก็ได้รู้สึกกลัวขึ้นมา พวกเขารู้สึกว่าไม่ธรรมดาขึ้นเรื่อย ๆ
พวกผู้รักษาความปลอดภัยพวกนั้นที่พึ่งถูกพามาก็ตากระตุกกันใหญ่ ไม่กล้าแม้แต่จะพุ่งเข้าไป
อย่ามาล้อเล่นนะ คนที่สามารถทำลายกระจกนั้นด้วยหมัดเดียว ถึงแม้ว่าอยู่ในระดับปรมาจารย์ก็ต้องเป็นระดับต้นๆแน่นอน อย่างน้อยด้านพละกำลังก็มากกว่าพวกปรมาจารย์ทั่วไปในโลกยุทธ์ แม้ว่าจะเป็นปรมาจารย์ผู้นั้นของพวกเขาเจอกับผู้นี้ ก็ต้องให้เกียรติสักหน่อย
และคนที่แข็งแกร่งที่สุดในพวกเขา ก็รับหมัดปรมาจารย์ที่มีพลังหนึ่งในสิบส่วนได้อย่างฉิวเฉียดเท่านั้น และยังไม่ใช่พลังที่ใส่มาเต็มที่ เมื่อไหร่ที่ได้พบกับชายผู้มีพละกำลังน่ากลัวคนนี้ ถ้านั้นไม่เรียกว่ารนหาที่ตายแล้วจะให้เรียกว่าอะไร
ยิ่งคิดถึงตรงนี้ ในใจพวกเขาก็ยิ่งหวาดกลัวขึ้นไปอีก ไม่ทันไรก็หยุดฝีเท้าลง พร้อมกับบอกกับบุคคลชั้นสูงว่า ชายคนนี้ คงจะไม่มีใครรับมือได้ มีเพียงอาจารย์ที่ดูแลสำนักใหญ่ของบริษัทผู้นั้นเท่านั้นถึงจะรับมือได้
ในเวลาเดียวกัน ผู้บริหารชั้นสูงของบริษัทชี๋หลิง
“ช่วงนี้พวกเราได้ติดต่อกับตระกูลร่ำรวยจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงรัฐจงหยวนและต่างประเทศแล้ว มันมีประโยชน์อย่างมาก สำหรับก้าวแรกของเรา ที่จะเข้าสู่เมืองหู้”
“ยังไงซะด้านตระกูลจงในเมืองหู้ก็ได้ตอบกลับมาแล้ว เมื่อตระกูลเฉินตกต่ำลง ทั่วทั้งเมืองหู้ก็ไม่มีตระกูลใดที่กล้าต่อกรกับพวกเราตระกูลชี๋ นี่เป็นเรื่องที่ดี”
“พวกเราตระกูลชี๋เป็นตระกูลร่ำรวยในเมืองจิง แต่กลับเทียบไม่ได้กับตระกูลฉีที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ แน่นอน พวกเขาตระกูลฉีมีฉีเทียนตี้ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องคิดมากมาย ขอแค่สามารถพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น สามารถเกาะพึ่งตระกูลเถียนได้ ก็เพียงพอแล้ว”
ก็มีคนพูดลอยๆว่า สำหรับพวกเขาแล้ว ตระกูลฉีเป็นสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ และยังมีตระกูลเถียนเป็นที่พึ่งอีกด้วย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตระกูลฉีมีฉีเทียนตี้ นั้นเป็นสกุลที่ใช้ แต่เลือดที่ไหลในตัวกลับเป็นเลือดของบุคคลใหญ่โตในตระกูลเถียน จึงเป็นที่แน่นอนว่าตระกูลชี๋ไม่อาจเทียบได้
แต่ว่ายังไงซะพวกเขาตระกูลชี๋ก็ยังเป็นตระกูลร่ำรวยในเมืองจิงอยู่ แม้ว่าจะไม่ค่อยมีชื่อมีเสียง แต่ก็ไม่ใช่ตระกูลที่คนธรรมดาจะดูถูกได้แน่นอน ขนาดที่ว่าตอนนี้ตระกูลจงในเมืองหู้ก็ยังต้องยอมเชื่อฟังอย่างดี พวกเขาตระกูลชี๋อนาคตรอาจจะไม่ต้องพัฒนาที่เมืองจิงก็ได้ แต่ไปที่เมืองหู้ และใช้เมืองหู้เป็นแป้นกระโดด จากนั้นค่อยๆพัฒนาไปด้านต่างประเทศ เช่นนี้ตระกูลชี๋ก็สามารถใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ นี่เป็นเรื่องที่วิเศษมากจริงๆ
หลังจากที่ความคิดมาถึงจุดจุดนี้ ความรู้สึกของพวกเขาก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น แค่นี้ก็พอแล้ว
“แต่ว่าทางด้านเถ้าแก่ใหญ่ล่ะ?”
มีคนถามด้วยเสียงต่ำว่า ท่านประธานของพวกเขาเป็นคนของตระกูลชี๋ แต่เถ้าแก่ใหญ่ที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังกลับเป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนของตระกูลเถียน คนของตระกูลเถียนจะนั่งมองพวกเขาไปพัฒนาที่เมืองหู้ ค่อยๆก้าวสู่ต่างประเทศจริงหรือ?
ชี๋หลิงซานมุมปากกระตุกไปหนึ่งที่