ตอนที่ 464
บทที่ 464 ไฉเสี่ยวเวยจอมโอหัง
October 28, 2026
“ตอนนี้สถานการณ์ของตระกูลเฉินแห่งเทียนหยวนแย่มากๆ ไม่อย่างนั้นแล้วพวกเขาคงไม่จำเป็นต้องวิ่งวนอยู่ระหว่างกลุ่มราชวงศ์โบราณใหญ่ๆ แบบนี้หรอก”
ในตอนนั้นไฉเสี่ยวเวยเอ่ยปากออกมาว่า “อำนาจของราชวงศ์ในสมัยปัจจุบันนี้ที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ไม่มีความสามารถในการแข่งขัน เพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็ทำให้คนหลายคนหมดหวังกันไปแล้ว”
“แต่แน่นอนว่านี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะสำหรับกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่แข็งแกร่งจริงๆ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่ต่างอะไรกับมดตัวน้อยๆ และราชวงศ์ที่กุมอำนาจอยู่ตอนนี้ คุณคิดว่าพวกเขาแข็งแกร่งขนาดไหนกันเหรอ”
ความหมายที่อยู่ในคำพูดของไฉเสี่ยวเวยนั้นชัดเจน ข้อแรกคือต้องการจะบอกว่าตระกูลเฉินแห่งเทียนหยวนนั้นไม่เอาไหน สู้มาพิจารณาตระกูลไฉโจวของพวกเราดีกว่า
ข้อสองคือต้องการหยั่งเชิงเฉินอี อยากดูว่าเฉินอีจะมีท่าทีอย่างไร มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เธอสามารถดำเนินการก้าวต่อไปได้
แต่แน่นอนว่าเรื่องราวไม่มีทางจบอย่างเรียบง่ายขนาดนั้น
“สำหรับหลายๆ คนแล้ว ราชวงศ์ที่ยังปกครองอยู่ในตอนนี้ถือว่ายิ่งใหญ่มาก เรื่องนี้ฉันว่าไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายอะไร”
“กลุ่มคนที่เหนือกว่าตระกูลรุ่งเรืองคือราชวงศ์โบราณหรือไม่ก็ตระกูลขุนนางที่มีขนาดใหญ่ ส่วนความสามารถของตระกูลไฉโจวอาจจะแข็งแกร่งก็จริง แต่หากเทียบเทียบกับพวกตระกูลขุนนางในยุคสมัยก่อนก็ไม่สามารถนำมาเทียบกันได้ และถ้าคิดอยากจะวิจารณ์ราชวงศ์ที่ยังครองราชย์อยู่ ผมคิดว่าพวกคุณไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพียงพอ”
เฉินอีกล่าวออกไปตามตรง
ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้พูดอะไร แต่แท้จริงแล้วพูดออกไปมากมาย
ไฉเสี่ยวเวยชะงักไปก่อน ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา
“คุณพูดถูก ตอนนี้พวกเราฝันสูงเกินไปจริงๆ อย่าว่าแต่พวกเราเลย ขนาดตระกูลฉินยังล่มสลายไปตั้งหลายปีแล้ว”
“นั่นเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ตระกูลยิ่งใหญ่ที่ยึดครองพื้นที่ของบรรพบุรุษเลือดมังกร เป็นราชวงศ์โบราณที่เข้มแข็งที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ก็ยังล่มสลายได้ ส่วนตระกูลหลิวแห่งเทียนฮั่นรวมทั้งตระกูลกู่ตระกูลถังตระกูลหลี่ ล้วนเป็นตระกูลที่มีความโดดเด่น แต่เมื่อเทียบกับตระกูลฉินในอดีตก็ยังถือว่าห่างชั้นกันอยู่ดี”
“ดังนั้นคำกล่าวที่ว่าตระกูลอยู่เป็นพันปี ส่วนราชวงศ์อยู่เพียงร้อยปีนั้น ไม่ใช่คำพูดที่เป็นไปไม่ได้......”
“แต่สถานการณ์ตอนนี้แตกต่างจากพวกคุณมาก ตอนนี้ไม่มีราชวงศ์ใดที่สามารถปกครองประเทศได้เป็นเวลานานเลย หากพวกคุณคิดว่าจะใช้อดีตของพวกคุณมานิยามปัจจุบัน ผมคงต้องบอกว่าพวกคุณนั้นไม่ฉลาดเอาเสียเลย”
น้ำเสียงของเฉินอียังคงไร้ความรู้สึก ส่วนไฉเสี่ยวเวยก็รู้สึกเจ็บราวกับโดนต่อย
ถูกต้อง มีคนหลายคนที่บอกว่าเธอมีแนวคิดที่ล้าสมัย แต่นี่เป็นคำกล่าวของเหล่าบรรพบุรุษที่มีประสบการณ์ จะบอกว่าเป็นสิ่งที่ผิดหรืออย่างไร
ในความคิดของเฉินอี การแสดงออกของไฉเสี่ยวเวยไม่ได้ต่างอะไรกับเด็กน้อยคนหนึ่ง
นิสัยเหมือนเด็กน้อยแบบนี้เอง ทำให้เฉินอีเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมตระกูลไฉโจวถึงได้ส่งเธอออกมาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมสัมพันธ์
เพราะนอกเหนือจากการเป็นเครื่องมือในการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แล้ว เธอคงไม่มีคุณค่าอื่นให้ใช้ประโยชน์ได้
สำหรับหลายๆ คนแล้ว ยุคสมัยปัจจุบันเดินไปข้างหน้าตลอดเวลา จึงมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแนวคิดตลอดเวลาเช่นกัน
หากเป็นเมื่อหลายพันปีก่อน แนวคิดของไฉเสี่ยวเวยนั้นถูกต้องมากๆ หากเดินไปตามแนวคิดนี้ก็เพียงพอที่จะดำรงอยู่ต่อไปได้
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เมื่อร้อยปีที่แล้ว
กาลเวลาได้เปลี่ยนไปแล้ว แถมประชาชนก็ไม่ได้โง่เขลาไร้ความรู้เหมือนอย่างในอดีต หากใช้ความคิดในอดีตมาจัดการเรื่องราวต่างๆ นั่นไม่ต่างอะไรกับเดินไปหาที่ตาย และเป็นการกระทำที่โง่เขลาอย่างที่สุด