ตอนที่ 93
บทที่ 93 คุณภรรยา คุณสวยมาก
October 28, 2026
หลังจากวังจ่างหลินกล่าวจบ เห็นได้ชัดเจนว่ามีความภาคภูมิใจ
ต้องรู้ว่าตอนนี้ตระกูลหลี่กำลังเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก การที่สามารถแย่งเขตอิทธิพลของพวกเขามาได้นั้นมันเป็นเรื่องที่อยู่เหนือจินตนาการ
“ยังไม่พอ”
เฉินอีไม่ได้กล่าวยกย่องอีกฝ่ายและโบกมือ “ผมจะให้เงินคุณอีกหนึ่งหมื่นห้าพันล้าน คุณไปจัดการซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลหลี่ภายในสามวัน คุณทำได้ไหม?”
“เรื่องนี่!”
ถึงแม้ว่าวังจ่างหลินจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เขาก็รู้สึกตกตะลึง
ก่อนหน้านั้นเขาคาดเดาว่า เฉินอีน่าจะจัดสรรเงินทุนเพื่อช่วยเหลือตนเอง แต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีมูลค่าถึงหนึ่งหมื่นห้าพันล้าน
ต้องรู้ว่าธุรกิจทั้งหมดของตระกูลหลี่รวมกันแล้ว มีมูลค่าอย่างมากสุดอยู่ที่แปดพันล้าน ทรัพย์สินพวกนี้ยังมีมูลค่า
เงินจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันล้านเพียงพอที่จะซื้อหลี่ซือกรุ๊ปได้สามบริษัทแล้ว
“คุณเฉิน เงินมันมากเกินไปหรือเปล่า?”
วังจ่างหลินกล่าวด้วยความตกใจ
การรับเงินจำนวนนี้มานั้นแสนง่าย แต่เมื่อรับมาแล้วมันจะกลายเป็นปัญหาที่รับมือยาก บางทีเมื่อเฉินอีเปลี่ยนใจ ตนเองไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันล้านมาคืนได้หรอก
“ฮ่า ๆ ๆ อสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าที่สุด คุณวางใจในการนำมันไปใช้เถอะ ถ้าคุณซื้อกิจการทั้งหมดของหลี่ซือกรุ๊ปแล้ว วังซื่อกรุ๊ปของคุณก็จะเฟื่องฟูขึ้นมาในชั่วพริบตาเดียว”
เฉินอียิ้มอย่างแผ่วเบา
เขาไม่แยแสเงินหนึ่งหมื่นห้าพันล้านนี้
บางทีสำหรับวังจ่างหลินและจิ่งหลิงแล้ว หรือแม้แต่เศรษฐีของเมืองฉือแล้ว ตัวเลขนี้ถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง แต่เฉินอีรู้ดีว่าสำหรับสำนักมังกรลับ และสำหรับเศรษฐีชาวตะวันตกแล้ว เงินหนึ่งหมื่นห้าพันล้านเป็นเพียงแค่เศษเงินเท่านั้น
บางทีการประมูลของลึกลับสักชิ้นหนึ่งก็มีมูลค่าหลายหมื่นล้านหรือหลายแสนล้านแล้ว นั่นถึงจะเป็นเศรษฐีที่มีเงินมหาศาลอย่างแท้จริง
เฉินอีไม่พูดออกมาแน่นอน เพราะสำหรับนักธุรกิจในประเทศที่ร่ำรวยธรรมดาทั่วไปอย่างวังจ่างหลินแล้ว ตระกูลที่มีทรัพย์สินมูลค่าหลายหมื่นล้านหรือหลายแสนล้านก็คือตระกูลที่ร่ำรวยอยู่ระดับสูงสุดแล้ว หารู้ไม่ว่าบางตระกูลมีประวัติอันยาวนาน ความมั่งคั่งที่สะสมมาหลายร้อยปีหรือหลายพันปีก็เพียงพอที่จะสามารถเทียบความมั่งคั่งของทั้งประเทศได้
“ตั้งใจทำงานให้ดี และจำไว้อีกอย่างว่าเป้าหมายของคุณไม่ใช่การเป็นเศรษฐีในเมืองฉือ หรือแม้กระทั่งไม่ได้จำกัดไว้ที่เมืองชิงชวนเท่านั้น”
หลังจากเฉินอีกล่าวจบ เขาก็หันหลังแล้วเดินจากไป สีหน้าของวังจ่างหลินและจิ่งหลิงนั้นเต็มไปด้วยเฉื่อยชา
“คุณวัง คุณคิดว่าเจ้าพ่อเฉินมีเงินเท่าไหร่? ตอนแรกหนึ่งหมื่นล้าน และตอนนี้อีกหนึ่งหมื่นห้าพันล้าน ดูเหมือนว่าเงินของเขาจะเยอะจนใช้ไม่หมด”
จิ่งหลิงกลืนน้ำลายอย่างกะทันหันและถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
วังจ่างหลินยิ้มอย่างขมขื่น “คุณถามผม แล้วผมจะรู้ได้อย่างไร?”
“แต่เศรษฐีที่ร่ำรวยติดอันดับทั้งสิบคนในประเทศ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอย่างมากที่สุดก็ไม่กี่แสนล้าน เจ้าพ่อเฉินคงจะไม่รวยไปกว่าเศรษฐีทั้งสิบคนนั้นมั้ง”
“น่าจะเป็นไปไม่ได้?”
วังจ่างหลินส่ายศีรษะเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ผมรู้ความหมายคร่าว ๆ ของเถ้าแก่ ถ้าใครมีเรื่องกับคุณฉิน และไม่เคารพคุณฉิน เถ้าแก่จะพยายามโจมตีเขาทุกวิถีทาง ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรเถ้าแก่ก็ไม่สนใจ”
จิ่งหลิงตกตะลึงอยู่นานก่อนที่จะกล่าวประโยคหนึ่งออกมาว่า “สมัยโบราณนั้นกษัตริย์โยวหวางจุดสัญญาณไฟหยอกล้อเจ้าแห่งรัฐ และตอนนี้เจ้าพ่อเฉินใช้เงินฟุ่มเฟือยเพื่อภรรยา”
ความจริงเงินจำนวนนี้สำหรับคนที่มีเงินนับหมื่นล้านแล้ว เป็นเหมือนละอองน้ำเท่านั้น ซึ่งมันทำให้จิ่งหลิงรู้สึกอิจฉาฉินปิงหลันขึ้นมา
“มีสามีที่หล่อ แล้วยังเล่นเปียโนเก่งอีก และมีความสง่างามขนาดนั้น แล้วยังเป็นคนที่มีน้ำใจไมตรีและรักศีลธรรม เขาเป็นคนที่ทำให้ผู้หญิงยอมสิโรราบจริง ๆ
“อย่าว่าแต่ผู้หญิงอย่าพวกคุณเลย ผมยังเกลียดที่ตนเองแก่แล้ว และไม่ใช่ผู้หญิง มิเช่นนั้นถึงผมจะขาดทุนก็ยอม”
วังจ่างหลินนั้นพูดล้อเล่น แต่ไม่รู้ว่าจิ่งหลิงเกิดความหวั่นไหวจริง ๆ แล้ว
เธอไม่ได้ด้อยไปกว่าฉินปิงหลัน
เฉินอีไม่รู้ความคิดของจิ่งหลิง เขาเดินขึ้นไปชั้นบน ฉินปิงหลันยืนอยู่ที่หน้าต่าง และเมื่อเธอเห็นเฉินอีกลับมา เธอก็กล่าวอย่างเร่งรีบว่า “เฉินอี เมื่อสักครู่เหมือนฉันจะเห็นประธานวังและประธานจิ่ง ตอนที่คุณอยู่ข้างล่าง คุณเห็นพวกเขาหรือเปล่า?”
“โอ้?”
เฉินอีแกล้งทำเป็นประหลาดใจและกล่าวว่า “ผมไม่เห็น”
แต่คิดอยู่ในใจว่าคราวนี้ตนเองชะล่าใจไปแล้ว
คราวหน้าตนเองจะไม่นัดพวกวังจ่างหลินมาพบใกล้ ๆ ฉินปิงหลัน มิเช่นนั้นถ้าภรรยาพบเจอพวกเขาขึ้นมาก็จะต้องซักไซ้ไล่เลียงอย่างแน่นอน แม้ว่าเฉินอีจะเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน แต่เขาก็ไม่สามารถตอบคำถาม สามคำถามติดต่อกันของฉินปิงหลันที่คุกคามถึงชีวิตได้
ฉินปิงหลันมองเขา จากนั้นเธอก็มองออกไปข้างนอกอีกครั้ง แต่เธอไม่เห็นวังจ่างหลินกับจิ่งหลิงแล้ว ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงล้มเลิกเท่านั้น
“ฉันจะไปทำอาหาร”
เธอไม่อยากจะอยู่ฟรีกินฟรี อย่างน้อยก็ต้องทำประโยชน์อะไรบ้าง ถึงแม้ความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายจะพัฒนาไปมาก แต่ก็จำกัดอยู่แค่นี้ ก่อนจะเป็นสามีภรรยาที่แท้จริง เธอไม่ต้องการเอาเปรียบเฉินอี