ตอนที่ 1689
บทที่ 1700 ไม่รักษากฎ
October 22, 2026
ทีปังกรพุทธะที่รู้สึกว่าไม่อาจเอาชนะได้โดยเร็ว เปลี่ยนวิธีการต่อสู้ พัวพันกับนาจาตลอด
ท่านครอบครองชัยภูมิ ไม่กลัวศึกผลาญพลัง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตนได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นป้องกันตัวเองเป็นหลัก ค่อยๆ สู้กับนาจา นี่ไม่มีใด
นาจาก็เป็นผู้ผ่านมาร้อยศึก ย่อมทราบว่าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ส่งผลดีต่อตัวเอง แต่ถ้าหากผลีผลามบุก จะล้มเหลวเพราะรีบร้อน ไม่เพียงแต่ยากเอาชนะอีกฝ่าย กลับอาจถูกอีกฝ่ายฉวยโอกาส
ดังนั้นถึงเขาจะจะรักษาการกดดันต่อทีปังกรพุทธะ ยิ่งโจมตียิ่งเร่งร้อน แต่จิตใจยังมีความเยือกเย็น มีระเบียบขั้นตอนมาโดยตลอด ถึงเร็วแต่ไม่สับสน ค้นหาช่องโหว่วของอีกฝ่าย ขยายความได้เปรียบของตัวเอง เลือกจบการต่อสู้โดยเร็วที่สุด
สืบสาวถึงที่สุด เร็วมิใช่เป้าหมาย ชัยชนะต่างหากที่ใช่
ในสายตาหยางเจี่ยน นาจาในตอนแรกเป็นเช่นนี้จริงๆ แต่พร้อมกับเวลาที่ผ่านไป สถานการณ์เริ่มไม่เหมือนเดิมอยู่บ้าง
นาจายิ่งมายิ่งรีบ ไม่เพียงแต่แสดงออกมาในด้านวิธีต่อสู้ จิตใจของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นกระวนกระวาย
นี่เด่นชัดว่าต่างจากการคาดการณ์ เป็นอย่างนี้ต่อไป ผลลัพธ์คือเสียการควบคุม
เยี่ยนจ้าวเกอ เยี่ยนตี๋ และหยางเจี่ยนมองหน้ากัน
“เขาอยู่ในสถานการณ์ มีการค้นพบส่วนหนึ่ง เป็นสิ่งที่เราผู้ชมดูสัมผัสไม่ได้หรือ?” เยี่ยนตี๋ขมวดคิ้ว “หรือกว่าตัวเขาเกิดความกังวล มิอาจไม่เป็นเช่นนี้?”
เยี่ยนจ้าวเกอมองนาจากับทีปังกรพุทธะที่สู้กันอยู่ พร้อมพึมพำ “พี่ร่วมเส้นทางนาจาเคยปนนเปื้อนความเหี้ยมโหดสำนึกสังหาร แต่ว่าไท่อี้จินหยินได้ช่วยเหลือ สมควรชำระเปลี่ยนแล้วถึงจะถูก ไม่ถึงกับตกค้าง แต่ดูท่าทางในตอนนี้ กลับเหมือนเป็นสัญญาณว่าจะซ้ำรอย”
ปัญหาก่อนหน้านี้ของนาจา ตามคำพูดของไท่อี้จินหยิน สมควรไม่เกิดขึ้นอีก
แต่ว่าศัตรูที่เขาเผชิญในครั้งนี้มิใช่คนธรรมดา ขณะต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมด ยากบอกได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพิเศษหรือไม่
ด้านหนึ่งเผชิญทีปังกรพุทธะที่มีพลังแข็งแกร่ง จำต้องให้นาจาบุกสุดกำลัง
อีกด้านหนึ่งสิ่งที่เผชิญคือความชิงชังที่นาจามีต่อท่าน เดิมทีเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้นาจาปนเปื้อนความเหี้ยมโหดและสำนึกสังหาร
“ที่นี่เต็มไปด้วยแสงพุทธ ย่อมก่อเกิดผลสะกดข่มต่อคน แต่ว่ามีข้อดีและมีข้อเสีย การสะกดความเหี้ยมโหดสำนึกฆ่าฟันของพระธรรมแห่งแดนสุขาวดีก็มีประสิทธิผลดียิ่งเช่นกัน” เยี่ยนจ้าวเกอหยีตา “ตามเหตุผลแล้ว นาจาไม่น่าจะโรคเก่ากำเริบ”
ต่อให้อาจจะกำเริบ แต่ก็ไม่มีทางเกิดในแดนสุขาวดีตะวันตกนี้
“นอกเสียจากว่ามีสาเหตุอื่น” หยางเจี่ยนยืนนิ่ง แต่ว่าบนหน้าผากพลันปรากฏแสงสว่าง ผิวถึงกับแยกออกเป็นร่องแยกแนวตั้งสายหนึ่ง
ดวงตาแนวตั้งข้างหนึ่งโผล่ขึ้นบนหน้าผากหยางเจี่ยน สายตาในดวงตาข้างที่สามกวาดมองจักรวาล
พวกวัชรอภิณฑ์พุทธะกับพระโพธิสัตว์กวนอิมเห็นดังนั้น มองกันและกัน “ปิดไม่ได้แล้ว”
หยางเจี่ยนเปิดดวงตาที่สาม จับจ้องนาจา เห็นนาจาดูเหมือนไม่แตกต่างจากยามปกติ ทว่าส่วนลึกของดวงตา มีลำแสงที่เป็นสีสันนาๆ บัดเดี๋ยวสูญหายบัดเดี๋ยวปรากฏ
“มารจิตแรกเริ่ม!” หยางเจี่ยนแค่นเสียง “ทีปังกร ท่านอับอายหรือไม่?”
ทีปังกรพุทธะสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง กล่าวราบเรียบ “สหายร่วมเส้นทางกล่าวหนักแล้ว นาจามีโทสะมากเกินไป เกิดมารภายใน ถูกมารจิตแรกเริ่มฉวยโอกาส โทษอาตมาไม่ได้จริงๆ”
“ถ้าหากว่านาจารู้สึกอึดอัด ต้องการสะกดมารภายใน อาตมาก็ไม่ถือสา สงครามในนี้ตัดสินว่าเสมอก็พอ”
“ฝันไปเถอะ!” นาจาตวาดตัดบท
แต่ว่าการเคลื่อนไหวของเขาพลันเชื่องช้าลงเล็กน้อย สะกดและปรับปรุงตัวเอง
“ทีปังกรพุทธะกล่าววาจา ออกจะผลักความรับผิดชอบจนหมดจดเกินไปแล้ว” เยี่ยนจ้าวเกอเลิกคิ้ว “สถานที่อื่นยังพอว่า ที่นี่เป็นแดนสุขวดีตะวันตก อามิตาภพุทธเจ้าไม่พยักหน้า ไม่มีความเห็นด้วยของพวกท่าน มารจิตแรกเริ่มจะก่อคลื่นลมได้อย่างไร?”
เป็นเพราะว่านิสัยใจคอ กับความโกรธแค้นที่มีต่อทีปังกรพุทธะ จิตใจของตัวนจาจึงมีช่องโหว่ว
แต่อาศัยการควบคุมตัวเองของเขา มากพอจะสะกดมารภายในเหล่านี้ เกิดขึ้นก็ตัดทิ้ง ไม่รบกวนตัวเอง