ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 ทะลุมิติเข้าไปในนิยายที่ชายเป็นใหญ่
September 29, 2026
“อวิ๋นเวย! เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าผิดอันใด?”
เสียงตวาดดังหนักแน่นของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น พร้อมกับความเจ็บแสบจากแส้ที่ฟาดลงบนแผ่นหลัง ทำให้อวิ๋นเวยสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความเจ็บทันที
เมื่อลืมตาขึ้น นางกำลังจะด่าออกไปว่าใครบังอาจแตะต้องนาง แต่กลับต้องตะลึงกับภาพตรงหน้า
นี่เป็นห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณ เทียนแดงเรียงรายให้แสงสว่าง ทั้งสองข้างเต็มไปด้วยผู้คนสวมชุดโบราณคุกเข่าอยู่ ม่านแดงห้อยระย้าจากขื่อกลางห้อง ลูกปัดบนม่านไขว้กันสั่นไหวตามแรงลมจากแส้ที่เพิ่งเงื้อฟาด
บนพื้นเต็มไปถ้วยชามบนพื้นกระจัดกระจาย จอกเหล้าวางระเกะระกะ กลิ่นสุราคละคลุ้งทั่วห้อง ราวกับความวุ่นวายหลังงานเลี้ยงฉลอง
ห่างออกไปเพียงสิบก้าว ยังมีบุรุษสองคนที่ทาหน้าทาปาก แต่งกายไม่มิดชิดนั่งคุกเข่าตัวสั่นพลางร้องขอชีวิต
อวิ๋นเวยงุนงงไปหมด ที่นี่ที่ไหนกัน?
นางเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ไม่ใช่หรือ?
ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม ชายชราตรงหน้าก็ดูเหมือนไม่พอใจกับท่าทีของนางและเตรียมจะฟาดแส้ลงมาอีกครั้ง
แม้อวิ๋นเวยจะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่นางย่อมไม่ยอมทนให้ใครมาทุบตีโดยไม่ทำอะไร ตอนที่นางกำลังจะหลบ ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็โอบกอดนางไว้ในอ้อมแขน และรับแส้นั้นแทนนาง
เสียงร้องเบา ๆ ดังขึ้นข้างหู อวิ๋นเวยเงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่ง
ชายหนุ่มคนนี้ใบหน้างดงามราวกับหยก สง่างามราวกับต้นสน
แสงเทียนสะท้อนให้เห็นว่าผิวของเขาที่ดูซีดราวกับขาดเลือด ทว่ากลับไม่ทำให้เขาดูอ่อนแอ ตรงกันข้ามกลับยิ่งขับเน้นให้คิ้วดกดำของเขาโดดเด่น ดวงตาสุกใสแจ่มชัด ในแววตาที่สุกใสที่ทำให้ผู้คนรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงความรังเกียจที่แวบผ่านในดวงตาของเขา...
ในเมื่อรังเกียจ แล้วเหตุใดจึงเข้ามาขวางแทนนาง?
อวิ๋นเวยผลักเขาออก “เจ้า...”
นางกำลังจะถามว่าเขาเป็นใคร แต่กลับถูกชายชราผู้นั้นขัดขึ้นอีกครั้ง “ฉางหลิง เจ้าลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ เด็กคนนี้ยังจะปกป้องนางอีกหรือ?”
ฉางหลิง?
เหตุใดชื่อนี้ฟังคุ้นหูยิ่งนัก?
บุรุษที่ถูกเรียกว่าฉางหลิงคลายอ้อมแขนออกจากนางตามสถานการณ์ ก่อนหันกลับไปคุกเข่าตัวตรง สีหน้าสุขุมมั่นคง “ท่านพ่อตาโปรดระงับโทสะก่อน ท่านหญิงยังเด็กนัก คงเป็นเพียงความพลั้งเผลอ นางไม่ได้ตั้งใจ ขอท่านให้โอกาสนางอีกสักครั้งเถิด”
ชายชราตรงหน้าดูจะโกรธจนหน้าแดงก่ำ แส้ในมือตวัดไปมาเสียงดัง “ยังเด็กหรือ? ปีนี้นางอายุสิบเจ็ดแล้ว คนอื่นวัยเดียวกับนางก็ดูแลบ้านเรือน จัดการทั้งภายในภายนอก เป็นแม่บ้านแม่เรือน เป็นแม่บ้านที่ดีของสามีไปนานแล้ว แต่นางยังกล้าทำตัวเหลวไหลเช่นนี้!”
“ปกติไม่เชื่อฟังก็ช่างเถิด แต่วันนี้ถึงกับ...ถึงกับ...”
คำว่าเรียกหาบุรุษมาบำเรอทำให้เขาไม่อาจเอ่ยออกมาได้ด้วยความเป็นบิดา ใบหน้าแดงจัดด้วยความโกรธ “เอาเป็นว่า เจ้าลุกขึ้นมา อย่าปกป้องนาง วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้หลาบจำเสียบ้าง”
แต่กู้ฉางหลิงยังคงคุกเข่าและพยายามขอร้องแทนนาง
ท่ามกลางเสียงโต้เถียง อวิ๋นเวยรู้สึกปวดศีรษะจนขมับเต้นตุบ ๆ
ท่านหญิง ฉางหลิง ท่านพ่อตา......
นี่มันตัวละครจากนิยายชายเป็นใหญ่แนววังหลังที่นางเพิ่งอ่านไปเมื่อสองวันก่อน เรื่อง ‘เส้นทางพลิกชะตาของบัณฑิตยากจน’ ไม่ใช่หรือ!?
ภาพมากมายพลันพรั่งพรูเข้ามาในหัวทันที ความทรงจำราวกับถูกบังคับให้โหลดเข้าสู่สมอง แม้จะกระจัดกระจาย แต่อวิ๋นเวยก็รีบเรียบเรียงข้อมูลจากเศษเสี้ยวความทรงจำอย่างรวดเร็วที่สุด
นางทะลุมิติเข้ามาในหนังสือแล้ว ทะลุมิติมาเป็นท่านหญิงอวิ๋นเวยอดีตภรรยาของพระเอกที่ดูถูกพระเอกมาโดยตลอด
เรื่องนี้เป็นนิยายแนวโบราณ เนื้อหาหลักพูดถึงหลังจากพระเอกที่ครอบครัวฐานะตกต่ำลงและถูกกลั่นแกล้งอย่างหนัก เขากัดฟันสู้ฟันฝ่าและสอบได้ตำแหน่งจอหงวน
แต่ยังไม่ทันได้ลืมตาอ้าปากก็ถูกใส่ร้ายว่าลอกเลียนแบบ ไม่เพียงแต่ไม่ได้เป็นจอหงวน อีกทั้งยังต้องติดคุก ในเวลานี้เอง ก็ได้พบกับผู้มีพระคุณคนที่สองของชีวิต นั่นคือเว่ยกั๋วกง
เป้าหมายเดียวของการที่เว่ยกั๋วกงช่วยเขา ก็คือหวังว่าหลังจากพระเอกพ้นจากมลทินแล้ว จะแต่งงานกับบุตรสาวสายตรงที่เสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้ว
เสื่อมเสียชื่อเสียงเพียงใดน่ะหรือ? เที่ยวซ่อง เรียกบุรุษมาบำเรอ ฟังดนตรีดูงิ้ว หยอกล้อบุรุษตระกูลผู้ดี ไม่ว่าอะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ทำ นางทำหมดแล้ว......
พระเอกที่เพิ่งออกจากคุกมาก็เลยต้องมารับกรรม