ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 แสดงท่าทีที่เป็นมิตร
September 29, 2026
หรูซือรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ก้มหน้าตอบกลับไปว่า “ขอบคุณที่ท่านหญิงห่วงใย บ่าวและครอบครัวทุกคนสบายดีเจ้าค่ะ”
“อืม เจ้ารีบเร่งกลับมา การเดินทางคงลำบาก ไปพักผ่อนสักหน่อยแล้วค่อยกลับมาทำหน้าที่เถิด”
หรูซือยิ่งประหลาดใจหนักขึ้น มองไปที่หรูฮว่า
แม้ว่าในยามปกติท่านหญิงจะปฏิบัติต่อบ่าวคนสนิทสองคนนี้ดี แต่ก็มิเคยมีท่าทีอ่อนโยนเช่นวันนี้
ความสงสัยของหรูซือ ได้รับคำตอบหลังจากเดินสำรวจในเรือนไปหนึ่งรอบ
ประตูเรือนที่เคยมีคนเฝ้า ผู้ดูแลเรือนเฟิงชิงและเด็กรับใช้ที่ทำหน้าที่ทำความสะอาด ต่างถูกเปลี่ยนเป็นคนใหม่ทั้งหมด
หรูซือจึงได้รู้จากหรูฮว่าว่าในช่วงไม่กี่วันที่นางไม่อยู่ คุณหนูได้ก่อเรื่องอื้อฉาวขึ้นมา จากนั้นใต้เท้ากู้ก็ฉวยโอกาสนี้เปลี่ยนข้ารับใช้ในจวนเสียใหม่
กู้ฉางหลิงยังต้องรักษาหน้าตาตนเอง เรื่องเชิญบุรุษบำเรอจึงถูกปิดเป็นความลับ ไม่มีคนนอกรู้เรื่องนี้
หรูซือเข้าใจทันที มิน่าเล่าที่ท่านหญิงดูอ่อนโยนขึ้นมาก คนข้างกายล้วนถูกเปลี่ยนใหม่หมด แม้แต่ท่านกั๋วกงก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยว ตอนนี้นางและหรูฮว่านับเป็นคนสนิทเพียงสองคนที่เหลืออยู่ข้างกายท่านหญิง
ในช่วงสองวันนี้อวิ๋นเวยสงบผิดปกติ นางนั่งแกว่งชิงช้าอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยความคิดล่องลอยไปตามจังหวะแกว่งของชิงช้า
เรื่องของลูกพี่ลูกน้องผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย แต่กู้ฉางหลิงยังมีใจอยากฆ่านางอยู่
ในต้นฉบับ ครอบครัวของกู้ฉางหลิงตกต่ำ เขาเผชิญกับความเย็นชาและความเห็นแก่ตัวของผู้คนตั้งแต่ยังเด็ก จิตใจที่เคยใสบริสุทธิ์จึงแทบไม่เหลือ ต่อมาก็ต้องเผชิญกับความมืดมนในราชสำนัก ถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกร่างเดิมกดขี่ดูถูกจนกระทั่งเขากลายเป็นคนมืดมนยิ่งกว่าเดิม
ภายนอกเขามักยิ้มพูดว่าได้ ๆ แต่ในใจกลับคิดว่าจะฆ่านางอย่างไรดี
คนที่เคยล่วงเกินเขา เมื่อถึงเวลาที่กู้ฉางหลิงกลับมายิ่งใหญ่ ล้วนไม่มีใครได้ลงเอยดีสักคน
ดูบทบาทแบบนี้แล้วสะใจดี แต่เมื่อต้องรับมือเองจริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อย
เพราะสองวันนี้ อวิ๋นเวยได้รับความทรงจำของร่างเดิมมาอย่างสมบูรณ์แล้ว นางจึงเข้าใจว่าการดูถูกกู้ฉางหลิงนั้น ไม่ได้เป็นเพียงตัวอักษรไม่กี่บรรทัดในนิยายเท่านั้น แต่มันหนักหนากว่านั้นมาก
ไม่นับฉากที่ทำการดูหมิ่นและลงโทษอย่างรุนแรง แม้แต่ในชีวิตประจำวัน ตราบใดที่เห็นร่างเดิมของกู้ฉางหลิงก็จะรู้สึกไม่พอใจ เมื่อนางไม่พอใจ ถ้าเบาหน่อยก็แค่พูดจา แต่ถ้าหนักก็ลงมือทำร้าย
หากกู้ฉางหลิงแสดงอาการต่อต้านหรือไม่ยอมแพ้ ก็จะทั้งด่าทั้งตบตี ไม่มีการไว้หน้า ไม่มีการคำนึงถึงศักดิ์ศรีของเขาแม้แต่น้อย ทำให้เขาตกต่ำจนไม่มีอะไรเหลือ
ในสถานการณ์เช่นนี้ นางควรหาทางเอาตัวรอดอย่างไรดี?
หรือบางทีไม่ต้องพยายามรอดก็ได้ หากตายไปอาจจะได้กลับโลกเดิม?
ความคิดนี้เพิ่งจะโผล่ขึ้นมา อวิ๋นเวยก็รีบปัดมันทิ้งไปทันที นางเกิดอุบัติเหตุจึงทะลุมิติมาโลกนี้ หากในโลกจริงร่างของนางไม่สามารถรักษาไว้ได้เล่า ความเสี่ยงสูงเกินไป
เช่นนั้น หย่าแล้วหนีไปดีหรือไม่?
ความคิดนี้ลอยอยู่ในหัวนางสักพัก ก่อนจะถูกปัดทิ้งไปเช่นกัน
กู้ฉางหลิงเป็นฝ่ายที่ยอมทนทุกอย่าง แม้จะโดนทำร้ายก็ยังแสดงความอดทนจนเป็นที่ยอมรับของบิดานาง บิดาจึงไม่มีวันยอมให้นางหย่า ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือนิยายที่กู้ฉางหลิงเป็นตัวเอก นางจะหนีไปที่ใดก็ไม่พ้นเงื้อมมือเขาอยู่ดี ร่างเดิมของนางเคยเหยียบย่ำกู้ฉางหลิงถึงเพียงนี้ หากวันหนึ่งเขามีอำนาจขึ้นมา แน่นอนว่าเขาจะต้องตามล่านางไปสุดขอบฟ้า ไม่ว่านางจะหลบหนีไปที่ใดก็มีแต่ตายสถานเดียว ดังนั้นวิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง ก็คือทำให้กู้ฉางหลิงเปลี่ยนความคิด
ขณะที่อวิ๋นเวยกำลังครุ่นคิดหาวิธีทำให้กู้ฉางหลิงเลิกคิดฆ่านาง ก็เห็นหรูซือถือชุดน้ำชายามบ่ายเดินเข้ามาอย่างสง่างาม ทำทีพูดเรื่องซุบซิบนินทา “บ่าวเพิ่งไปที่ห้องครัวมา ได้ยินข่าวเกี่ยวกับใต้เท้ากู้มานิดหน่อยเจ้าค่ะ”
นางลงจากชิงช้า “ข่าวอันใดหรือ?”
“บ่าวได้ยินมาว่าญาติของใต้เท้ากู้ถูกลักพาตัวไป สองสามวันนี้ใต้เท้ากู้ถึงได้กระวนกระวายออกตามหาไปทั่วเจ้าค่ะ”
หรูฮว่าแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร
อวิ๋นเวยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นการลองเชิงของกู้ฉางหลิง เพื่อดูว่านางรู้เรื่องลูกพี่ลูกน้องหรือไม่อย่างนั้นหรือ?
นางไม่เผยพิรุธ ก่อนจะถามกลับเสียงเรียบ “เขากำพร้าพ่อแม่ไม่ใช่หรือ? ยังมีญาติอยู่อีกหรือ? ญาติที่ใดกัน?”
“บ่าวก็ไม่ทราบแน่ชัด แต่ดูเหมือนใต้เท้ากู้จะให้ความสำคัญมากอยู่ หากไม่อย่างนั้นก็คงไม่ร้อนรนถึงเพียงนี้เจ้าค่ะ”
“กู้ฉางหลิงเป็นคนอ่อนโยนมาโดยตลอด ดูไม่น่าเป็นศัตรูกับใครในราชสำนัก ไม่รู้ว่าไปขัดแย้งกับใครเข้าถึงกับลักพาตัวข่มขู่เขา แล้วตอนนี้พบญาติของเขาหรือยัง?”