ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 ส่งสตรีให้เขา
September 29, 2026
ดังนั้นสู้ส่งนางให้เขาตอนนี้เลยดีกว่า จะได้ตีสนิทไว้
กู้ฉางหลิงขมวดคิ้ว ที่เรียกเขามาอย่างรีบร้อนเช่นนี้ ก็เพื่อจะยกสตรีให้เขาหรือ?
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงกล่าวว่า “ความปรารถนาดีของท่านหญิง ข้าน้อยซาบซึ้งยิ่งนัก เพียงแต่พวกเราเพิ่งแต่งงานกันได้เพียงปีกว่า หากข้าน้อยรับบ่าวของท่านมาในตอนนี้ เกรงว่าจะเป็นที่ครหานินทา เรื่องนี้เอาไว้ภายภาคหน้าค่อยว่ากันเถิด”
อวิ๋นเวยก็ไม่รีบร้อนอยู่แล้ว เพราะยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังสือ ตอนนี้เอ่ยขึ้นก็เพื่อหาเหตุผลที่เหมาะสมเท่านั้น
“ตกลง เช่นนั้นหากวันใดท่านต้องการนาง ก็ให้ส่งคนมาบอกข้าได้โดยตรง”
กู้ฉางหลิงพยักหน้ารับ “ท่านยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่?”
“ไม่มีแล้ว”
“ยามนี้ก็เย็นมากแล้ว อีกทั้งท่านสวมใส่เสื้อผ้าบางเช่นนี้ ควรรีบกลับไปพักผ่อนจะดีกว่า”
กล่าวจบ เขาก็โค้งกายให้เล็กน้อยอย่างสุภาพตามมารยาท ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
.......
ภายในเรือนเฟิงชิง อวิ๋นเวยรับผ้าเช็ดหน้าไหมปักลายกล้วยไม้ที่เปื้อนเลือดมาจากมือของหรูฮว่า ในที่สุดก็รู้สึกวางใจลง
เพิ่งทะลุมิติเข้ามาได้ไม่นานก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์คับขันเช่นนี้ เล่นเอานางเหนื่อยแทบขาดใจ
หลังจากนำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปเผาในกระถางกำยาน ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าหลังของตนเจ็บแปลบขึ้นมา
ก่อนหน้านี้นางต้องรีบวิ่งไปที่นั่น แม้ว่าหลังจะเจ็บก็ได้แต่ฝืนทนเอาไว้ เวลานี้บนเสื้อคลุมสีขาวสะอาดสะอ้านของนางเริ่มปรากฏรอยเลือดจาง ๆ
หลังจากหรูฮว่าถอดเสื้อคลุมออก ดวงตาของนางก็แดงเรื่อขึ้นมาทันที รีบสั่งให้คนเตรียมน้ำกับยามา จากนั้นก็ค่อย ๆ ทำแผลให้นางอย่างระมัดระวัง
ถึงแม้จะเป็นแค่รอยแผลจากแส้ไม่กี่รอย แต่เพราะผิวของเด็กสาวขาวผ่องนัก ยิ่งขับให้รอยแผลเหล่านั้นดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
หรูฮว่าแทบอยากจะรับโทษแทนท่านหญิงของตน ระหว่างที่ทายาให้นางก็ร้องไห้ไปด้วย พร้อมกับสาปแช่งกู้ฉางหลิงไม่ขาดปาก
หากไม่ใช่เพราะแผนการของเขา แล้วท่านหญิงของนางจะต้องมารับโทษเช่นนี้ได้อย่างไร
อวิ๋นเวยได้แต่ฟังนางพร่ำบ่นไปเรื่อย แต่ทุกคำล้วนแฝงไปด้วยความห่วงใยต่อนาง ทำให้หัวใจของนางพลันอ่อนยวบ
ตอนที่อ่านนิยาย นางเคยคิดว่าหรูฮว่าเป็นเพียงบ่าวที่ปากร้าย อาศัยบารมีเจ้านายขัดขวางพระเอกอยู่ตลอด สุดท้ายก็เป็นตัวประกอบที่ต้องตายอย่างอนาถ
แต่พอได้เห็นเรื่องราวในภายหลัง อวิ๋นเวยก็เข้าใจว่านางเป็นเพียงบ่าวผู้ซื่อสัตย์คนหนึ่ง แม้ว่าจะจงรักภักดีอย่างโง่เขลาไปบ้าง
หลังจากร่างเดิมตายไป มีเพียงหรูฮว่าคนเดียวที่ร่ำไห้อย่างทุกข์ทรมานหน้าหลุมศพของนาง ถึงขนาดพยายามรักษาชื่อเสียงที่แปดเปื้อนของอวิ๋นเวยเอาไว้
ทว่าคนที่ทำผิดต่อพระเอกย่อมไม่มีทางจบลงด้วยดี หลังจากร่างเดิมเสียชีวิตไปได้ไม่ถึงสามวัน หรูฮว่าก็ถูกฆ่าปิดปากตามไป
เมื่อนึกถึงจุดจบของนาง อวิ๋นเวยก็เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หรูฮว่า ต่อไปหากเจอหน้ากู้ฉางหลิง เจ้าต้องวางตัวให้ดี”
“ท่านหญิง ท่านอย่าบอกนะว่ากู้ฉางหลิงรู้เรื่องอะไรเข้า แล้วขู่ท่านหรือเจ้าคะ?”
“...ไม่มี” นางถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าลองคิดดูให้ดี กู้ฉางหลิงอดทนมาจนถึงตอนนี้ นั่นแสดงว่าเขาเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง อีกทั้งท่านพ่อยังให้ความไว้วางใจเขามาก หากเจ้าพลั้งปากพูดจาไม่ระวังต่อหน้าเขา แล้วเขาจับจุดอ่อนของเจ้าได้ เกรงว่าเจ้าคงจะถูกจับแยกจากข้าเป็นแน่”
“ข้าแต่งเข้าตระกูลกู้แล้ว ไม่มีคนสนิทอยู่ข้างกาย การจะออกไปไหนมาไหนก็ลำบาก ตอนนี้คนในเรือนก็จะถูกเปลี่ยนอีก หากเจ้าจากข้าไปอีกคน ข้าจะทำอย่างไรเล่า?”
นางไม่ได้แทนตัวเองว่าอย่าสูงศักดิ์ แต่กลับใช้คำว่าข้าแทน ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงในทันที
น้ำตาของหรูฮว่าไหลรินลงมาแทบจะทันที
เสียงดังตุบ นางคุกเข่าลงกับพื้น พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น “ท่านหญิงสั่งสอนถูกต้องแล้ว บ่าวโง่เขลา โชคดีที่ท่านหญิงเตือนสติ ต่อไปบ่าวจะระวังตัวให้มาก เวลาพบกับกู้ฉาง...ไม่สิ ใต้เท้ากู้จะไม่ให้เขาจับผิดได้เป็นอันขาดเจ้าค่ะ”
อวิ๋นเวยประคองนางให้ลุกขึ้น “อืม เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว ข้าต้องการเจ้า แต่เจ้าก็ต้องเติบโตขึ้นด้วย”
หรูฮว่ารับคำทันที ในใจรู้สึกหน่วงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ท่านหญิงไม่ค่อยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้ ในชั่วขณะหนึ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเติบโตขึ้น
หลังจากทำแผลที่แผ่นหลังเรียบร้อย อวิ๋นเวยเปลี่ยนเป็นชุดใหม หรูฮว่ากำลังช่วยนางจัดชายกระโปรงให้เรียบร้อย
“เรื่องวันนี้ เจ้าได้บอกอะไรกับหรูซือหรือไม่?”
หรูฮว่าส่ายหัว แล้วบอกว่าช่วงนี้บ้านของหรูซือมีเรื่องพอดี นางไม่ได้อยู่ในจวน ดังนั้นเรื่องพวกนี้นางย่อมไม่รู้
อวิ๋นเวยพยักหน้า โชคดีที่หรูซือไม่รู้เรื่อง ไม่เช่นนั้นเกรงว่านางคงรีบไปบอกกู้ฉางหลิงนานแล้ว