ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 ผ้าเช็ดหน้าที่ปลิวไสว
September 29, 2026
ถึงแม้ว่าหรูเฟิงจะช่วยปกป้องความบริสุทธิ์ของลูกพี่ลูกน้องและพานางกลับมาโดยปลอดภัย แต่กู้ฉางหลิงย่อมรู้ว่านางคิดจะทำอะไร และเขาจะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ
เพราะร่างเดิมกล้าล่วงเกินคนที่เขาให้ความสำคัญที่สุด
และอีกอย่าง เขาเกลียดที่สุดคือการถูกข่มขู่
ร่างเดิมจะหาเรื่องใส่ตัวอย่างก็ได้ ตราบใดที่ยังไม่เป็นภัยต่อผลประโยชน์ของเขาหรือคนของเขา เขาก็ยังพออดทนได้
หรูฮว่าก็รู้ว่าเรื่องนี้ร้ายแรง นางจึงไม่ทันได้เตือนคุณหนูให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน รีบคว้าเพียงผ้าคลุมไหล่ แล้ววิ่งตามออกมา
.....
เรือนหลานเรียบง่ายและสง่างาม ลานบ้านเงียบสงบ มีต้นไม้ดอกไม้เพียงไม่กี่ต้น และมีสาวใช้เดินไปมาอยู่บ้าง
อวิ๋นเวยพุ่งตรงไปยังเรือนของกู้ฉางหลิงอย่างรีบร้อน แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าประตูปิดสนิท หัวใจของนางกระตุกวูบ นางยกมือผลักประตูเข้าไปทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก
เสียงดังปังทำให้กู้ฉางหลิงที่อยู่ภายในต้องหันกลับมา
เขายืนอยู่ข้างราวแขวนเสื้อ กำลังถอดชุดขุนนางออก เข็มขัดเอวถูกปลดออกเสื้อผ้าเลื่อนหลุดลงมาถึงไหล่ กระดูกไหปลาร้าที่โผล่ขึ้นมานั้นดูขัดตา
เมื่อเห็นคนพุ่งเข้ามาอย่างเอาเรื่อง เขากลับไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย ยังคงติดกระดุมเสื้อด้วยท่าทีใจเย็น “ท่านหญิงมาที่นี่กะทันหัน มีเรื่องอันใดหรือ?”
อวิ๋นเวยหอบหายใจเล็กน้อย ไม่มีเวลาชื่นชมเรือนร่างของเขาเลย สายตาของนางจับจ้องไปที่เตียงทันที
ในต้นฉบับ หรูเฟิงโยนผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดลงบนโต๊ะ แต่หน้าต่างในห้องนี้ไม่ได้ปิดสนิท ลมที่พัดเข้ามาพัดพาผ้าเช็ดหน้าปลิวไปตกที่มุมเตียง ดังนั้นจึงทำให้หลังจากที่กู้ฉางหลิงเข้ามาก็ยังไม่ทันได้เห็น กว่าเขาจะรู้ตัวก็สายไป เกือบพลาดโอกาสช่วยลูกพี่ลูกน้อง
ฟังจากน้ำเสียงของเขาตอนนี้ดูเหมือนว่ายังไม่เห็นผ้าเช็ดหน้านั่น
อวิ๋นเวยลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก นางจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงของร่างเดิมว่า “ใต้เท้ากู้ออกมาข้างนอกหน่อย ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย”
ระหว่างทางนางได้ตกลงกับหรูฮว่าไว้แล้วว่า หากกู้ฉางหลิงยังไม่เห็นผ้าเช็ดหน้า นางจะหาทางล่อเขาออกมา แล้วให้หรูฮว่าเข้าไปเก็บผ้าเช็ดหน้าออกมาอย่างเงียบ ๆ
“เช่นนั้นรบกวนท่านหญิงรอสักครู่ ข้าน้อยขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
“ไม่ได้! ท่านต้องออกมาเดี๋ยวนี้!”
หากเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า จะต้องเดินกลับไปที่ตู้เสื้อผ้าแน่นอน หากตอนที่เดินกลับไปแล้วเห็นผ้าเช็ดหน้าเล่า
กู้ฉางหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับแปลกใจในท่าทีร้อนรนของนาง “หากเร่งด่วนถึงเพียงนั้น เช่นนั้นท่านหญิงมาคุยในห้องของข้าน้อยเลยดีหรือไม่?”
“ข้าไม่ชินกับการอยู่ในห้องท่าน ท่านออกไปคุยกับข้าข้างนอกดีกว่า”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าน้อยอยู่ในสภาพนี้คงไม่สะดวกออกไป รบกวนท่านหญิงช่วยหลบไปสักครู่ ให้ข้าน้อยได้สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย”
หลบไปไม่ได้ ใครจะรู้ว่าเขาจะหันไปมองเตียงตอนไหน
อวิ๋นเวยทำเป็นสงบ “มีอะไรต้องหลบกัน ท่านกับข้าก็เป็นสามีภรรยากันอยู่แล้ว ท่านสวมเถิด”
ในที่สุดกู้ฉางหลิงเงยหน้าขึ้นมองนาง
อวิ๋นเวยยืดอกเชิดหน้าขึ้น ทำเหมือนไม่สนใจอะไร
เมื่อเห็นนางยืนยันว่าไม่หลบไปไหน กู้ฉางหลิงจึงค่อย ๆ ร้อยเชือกเสื้อให้กลับไปเหมือนเดิม
คนเช่นนางคงจะเคยเห็นบุรุษถอดเสื้อบ่อย ๆ จนไม่มีความละอายแล้ว
กู้ฉางหลิงรีบจัดการเสื้อผ้าของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ขณะที่จะหยิบเข็มขัดคาดเอวขึ้น แต่ทันใดนั้นก็มีลมพัดมาเข้ามาในโถง...
เนื่องจากอวิ๋นเวยเพิ่งเปิดประตูทิ้งไว้ ลมพัดแรงและพาผ้าเช็ดหน้าที่ตกอยู่มุมเตียงลอยขึ้นมา!
ในชั่ววินาทีนั้น หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงขึ้น
มองเห็นผ้าเช็ดหน้าลอยไปตกใกล้เท้าของกู้ฉางหลิง อวิ๋นเวยรีบก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทันคิด
กู้ฉางหลิงหันกลับมาและเห็นนางวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว คิดว่านางคงจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว และลงมือเหมือนทุกทีที่ผ่านมา