ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 พลังของเนื้อเรื่องช่างแข็งแกร่ง
September 29, 2026
นางแสร้งทำเป็นโกรธ “ใต้เท้ากู้ แม้ข้าจะทำอะไรไม่ค่อยเคร่งครัดนัก แต่สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ ข้าย่อมมีขอบเขตของตนเอง เรื่องเมื่อคืนข้าถูกน้องสาวใส่ร้าย ทำให้ข้าเข้าใจผิดว่าหอเทียนเซียงเป็นคณะงิ้ว จึงเกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ขึ้น...”
“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว”
นางยังพูดไม่ทันจบ กู้ฉางหลิงก็รีบพูดแทรกขึ้นด้วยท่าทีใส่ใจ “แม้ท่านหญิงจะรักสนุกไปบ้าง แต่โดยเนื้อแท้แล้วเป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์ ข้าน้อยมองออกว่าเมื่อคืนท่านถูกหลอกให้เข้าใจผิด ไม่รู้เรื่องภายใน ข้าเชื่อท่าน”
อวิ๋นเวยรู้สึกประหลาดใจ ประหลาดใจที่เขากล้าพูดออกมาอย่างไม่ละอายว่านางเป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์ บอกว่าเชื่อใจนาง
แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา นางก็รู้แล้วว่าเหตุใดกู้ฉางหลิงถึงกล้าพูดออกมาอย่างไม่ละอาย
“พูดไปแล้วนี่ก็คือความผิดของข้าน้อยเอง ท่านหญิงยังเยาว์วัยจึงถูกชักจูงได้ง่าย ทว่าพวกบ่าวไพร่ในเรือนก็ควรจะสังเกตได้ถึงความผิดปกติบ้าง กลับไม่มีใครมารายงานสถานการณ์จริงสักคน ทำให้ท่านถูกหลอกจนต้องรับโทษจากท่านพ่อตา”
“ข้าน้อยละอายใจนัก จึงตั้งใจจะเปลี่ยนบ่าวไพร่ในเรือนเฟิงชิงใหม่ทั้งหมด ให้เป็นคนที่จงรักภักดีต่อท่านหญิงจริง ๆ ท่านคิดเห็นว่าอย่างไร?”
เข้าใจแล้ว ที่แท้เขาก็แค่หาข้ออ้างมาเปลี่ยนตัวคนของนาง
อวิ๋นเวยไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว หลังจากนี้อย่างไรคนเหล่านี้ก็ต้องถูกพระเอกที่ระแวดระวังไปเสียทุกเรื่องหาเหตุเปลี่ยนตัวอยู่ดี บางคนอาจถึงขั้นถูกฆ่าทิ้งด้วยซ้ำ ในเมื่อถูกยกขึ้นมาพูดตอนนี้ เช่นนั้นก็ปล่อยไปตามน้ำเถิด ก่อนที่จะทำให้กู้ฉางหลิงขุ่นเคืองจนถึงที่สุด รีบปล่อยพวกเขาไปแต่เนิ่น ๆ แล้วกัน
“ตกลง ท่านจัดการเรื่องนี้เถิด”
คราวนี้กู้ฉางหลิงถึงกับรู้สึกประหลาดใจจริง ๆ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่านางเพียงแค่เสแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง แต่ตอนนี้เขากำลังจะเปลี่ยนตัวคนของนางแล้ว นางกลับยังสงบอยู่เช่นนี้ ไม่สนใจจริง ๆ หรือกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่?
เขามองนางผ่านม่านลูกปัด เห็นนางนั่งพิงหัวเตียงอย่างอ่อนแรง ผมดำขลับสยาย ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนป่วยหนัก
ทว่าดวงตาคู่นั้นยังคงเย่อหยิ่งเช่นเคย เพียงแต่เป็นความเย่อหยิ่งที่แตกต่างออกไป
เมื่อก่อนเป็นความเย่อหยิ่งที่ดื้อรั้นไร้เหตุผล แต่ตอนนี้กลับดูสงบนิ่งและห่างไกลเกินเอื้อม
พอคำว่าสงบนิ่งและห่างไกลเกินเอื้อมผุดขึ้นมา กู้ฉางหลิงก็อดหัวเราะตัวเองไม่ได้
เขาอ่านนางไม่ออกเลยจริง ๆ จึงทำได้เพียงลุกขึ้นขอตัว “เรื่องบ่าวไพร่ ข้าน้อยจะรีบจัดการ ท่านหญิงรีบพักผ่อนเถิด”
รอให้ร่างของกู้ฉางหลิงลับตาไป หรูฮว่าก็รีบพุ่งตัวเข้ามาทันที “ท่านหญิง เหตุใดท่านถึงยอมให้เขาฉวยโอกาสเปลี่ยนคนของเราเล่าเจ้าคะ ท่านทราบหรือไม่ว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นแผนของกู้ฉางหลิงทั้งสิ้น เพียงแต่ท่านสลบไปเสียก่อน เลยยังไม่ทันได้บอกท่านเจ้าค่ะ”
ก่อนหน้านี้หรูฮว่าอยากพูดมาก แต่ถูกอวิ๋นเวยส่งสายตาปรามไว้ จึงต้องอดกลั้นจนถึงตอนนี้
ตอนนี้นางก็รัวคำพูดออกมาราวกับเทถั่ว
“กู้ฉางหลิงผู้นั้นมิได้หวังดีเลย เขาติดสินบนอาฟาที่เป็นยามเฝ้าประตูหน้าบ้านให้คอยจับตาดูท่านหญิง พอรู้ว่าท่านเรียกหาบุรุษบำเรอ ก็ตั้งใจไปเชิญท่านกั๋วกงมาดื่มน้ำชา ทำให้ท่านกั๋วกงมาเจอท่านเข้า แต่ท่านกลับยังขอบคุณเขาอีก เขาสมควรได้รับหรือเจ้าคะ!”
อวิ๋นเวยย่อมรู้ดีว่านี่เป็นแผนของกู้ฉางหลิง ดังนั้นเมื่อครู่จึงคอยปรามไม่ให้หรูฮว่าพูดออกมา
แต่ตอนนี้กลับมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้นางรู้สึกแปลกใจ
ในนิยายที่อ่าน ร่างเดิมพบเบาะแสจึงบอกให้หรูฮว่ารู้ แต่เมื่อคืนนางสลบไปก่อนและยังไม่ทันพูดอะไร แต่ตอนนี้หรูฮว่ากลับรู้เรื่องแล้ว อีกทั้งยังสืบไปจนถึงตัวอาฟาแล้ว ดูเหมือนว่าก็ไม่ได้โง่เขลาอย่างที่เขียนไว้ในต้นฉบับดั้งเดิม
นางกำลังจะเอ่ยชมว่าหรูฮว่าว่ารอบคอบดีมาก แต่หรูฮว่ากลับฮึดฮัดขึ้นมาก่อนแล้วกล่าวว่า “แต่ท่านหญิงไม่ต้องกังวล ถึงกู้ฉางหลิงจะเปลี่ยนตัวบ่าวไพร่ของพวกเราไป ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ บ่าวให้คนไปจับอนุภรรยาที่เขาซ่อนไว้มาแล้วและซ่อนไว้ที่เนินเขาสิบลี้ เรามีจุดอ่อนของเขาอยู่ในมือ นับแต่นี้ไปไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อฟังและไปฟ้องอีกเจ้าค่ะ”
“อนุภรรยาที่ซ่อนไว้หรือ?” อวิ๋นเวยอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็กระโจนลงจากเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ “เจ้าจับตัวอนุภรรยาที่ซ่อนไว้ของเขามาหรือ?”
“...ใช่เจ้าค่ะ เขาทำร้ายท่าน บ่าวย่อมต้องช่วยท่านแก้แค้นอยู่แล้ว!”
ณ ตอนนี้ อวิ๋นเวยถอนความคิดที่ว่าหรูฮว่าฉลาดออกไปทันที
ให้ตายเถอะ นั่นไม่ใช่อนุภรรยาเสียหน่อย แต่นั่นคือเพื่อนวัยเด็กของพระเอกต่างหาก
ในนิยายต้นฉบับ หลังจากท่านหญิงอวิ๋นเวยถูกกักบริเวณจึงโกรธแค้นกู้ฉางหลิงมาก นางจึงลอบสืบจนพบว่าเขาเลี้ยงอนุภรรยาไว้ข้างนอก