ตอนที่ 142
บทที่ 142
October 22, 2026
เพราะสร้อยข้อมือนี้เป็นของแม่ของเจียงเซิง และเธอจะไปรู้ได้อย่างไรว่าแม่ของเจียงเซิงเป็นผู้ลากมากดี ถ้าเธอคืนสร้อยข้อมือกลับไปก็ไม่เท่ากับว่ายอมปล่อยให้พวกเขารับเจียงเซิงไปเหรอ
เธอจะปล่อยให้เจียงเซิงเอาฐานะนี้กลับไปแล้วมาเหยียบหัวสองแม่ลูกอย่างพวกเธอในอนาคตได้อย่างไร ?
"แต่ฝั่งพ่อ..."
เธอยังกังวลมาก
เซียวหลานคิดอย่างใจเย็นมาครู่หนึ่ง "พ่อของลูกน่าจะไม่รู้เรื่องนี้ ดังนั้นอย่าให้พ่อและย่าของลูกรู้เด็ดขาด"
"เวยเวย นำสร้อยข้อมือแล้วไประบุตัวกับคุณนายลู่ จากนั้นลูกก็หาทางโกหกให้เรื่องผ่านๆ ไป เมื่อลูกถึงตระกูลกุงแล้วแทนนังนั่นได้จริงๆ แล้ว ลูกอยากได้อะไรก็ได้หมดแหละ"
เซียวหลานมีชีวิตที่ยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเธอไม่ได้พบกับเจียงเซิ่น ตอนนี้เธอคงใช้ชีวิตอย่างประหยัดในห้องแคบเล็กๆ ที่ไหนก็ไม่รู้
แน่นอนว่าเธอไม่อยากให้ลูกสาวของตัวเองเป็นเหมือนเธอ แม้ว่าเธอจะรู้ว่าทรัพย์สมบัติของตระกูลเจียงไม่ทำให้สองแม่ลูกพวกเธอร่ำรวย แต่อย่างน้อยพวกเธอก็มีชีวิตที่สงบสุขได้
ถ้าลูกสาวมีหน้ามีตาได้และประสบความสำเร็จในอนาคต เธอในฐานะแม่ก็ย่อมได้รับประโยชน์จากมันด้วย
สำหรับเจียงเซิ่นและผู้เฒ่าเจียง เธอจะหาทางหลอกลวงพวกเขาไม่ได้หรือ?
ผู้เฒ่าเจียงสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่ปีกัน?
เมื่อเธออายุมากขึ้นและเสียชีวิตไป ส่วนลังจากที่เธอให้กำเนิดลูกชายได้ ทรัพย์สินทั้งหมดของเจียงเซิ่นต้องตกเป็นของลูกชายของเธอไม่ใช่หรือ?
ลูกสาวกลายเป็นคุณหนูของตระกูลขุนนางและให้เธอช่วยน้องชายของตัวเองบ้าง เมื่อถึงเวลานั้นทุกอย่างก็จะสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
เจียงเวยกัดฟันของเธอ
อันที่จริงเธอด้อยกว่าเจียงเซิงในทุกๆ ด้านเลย เพราะเธอเป็นลูกสาวนอกกฎหมายและถูกรังแกไปทุกที่ ถ้าไม่ใช่เพราะนังเจียงเซิงนั่นกลับมามาพร้อมลูกๆ ของเธอ เธอคงกลายเป็นคุณนายซือในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า!
ในเมื่อเจียงเซิงแย่งชิงผู้ชายของเธอไป งั้นก็อย่าโทษว่าเธอที่ขโมยตัวตนของเธอไป!
ในเวลาเดียวกัน ลู่ลี่เซินก็กลับไปที่สถาบันดนตรี และไปหาเด็กชายคนนั้น ตามที่คาดไว้จริงๆ เขาเห็นเด็กชายนั่งอยู่หน้าเปียโนพร้อมกับนักเรียนดนตรีในชั้นเรียนโดยผ่านประตูห้องเรียน
ลู่ลี่เซินพิงประตูแล้วมองดู เด็กชายที่เขาเห็นในร้านอาหารมิชลินนั้นมีหน้าตาคล้ายกับเขามากทีเดียว แต่เมื่อมองใกล้ๆ ก็มีความแตกต่างออกไปจริงๆ