ตอนที่ 263
บทที่ 263 จดหมายจากจวิ้นโส่ว
October 22, 2026
บทที่ 263 จดหมายจากจวิ้นโส่ว
โชคดีที่ครั้งนี้ ไม่มีใครเข้ามารบกวน
จังหวะหายใจในห้องด้านหลังค่อย ๆ ช้าลง ถังเสียวเป่ยนอนหอบอยู่ในอ้อมแขนของจินเฟิง นางเอื้อมมือออกไปแตะมันสองสามครั้ง จากนั้นก็หยิบผ้าสีขาวที่เปื้อนจุดสีแดงขึ้นมาทันที
“ของสิ่งนี้สำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?”
จินเฟิงลูบหลังถังหญิงสาวเบา ๆ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
อันที่จริงเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก แต่เพราะถังเสียวเป่ยมาจากหอนางโลม นางจึงไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้ปูผ้าขาว
“สำคัญสิ เสียวเป่ยต้องการมอบร่างกายที่บริสุทธิ์ให้กับท่านอาจารย์”
ถังเสียวเป่ยพูดอย่างจริงจัง “แม้ว่าเสียวเป่ยจะมาจากหอนางโลม แต่ร่างกายของข้าก็ไม่เคยมีผู้ใดแตะต้อง และคนที่สอนวิชาให้แก่ข้าก็เป็นหญิงชรา นี่คือกฎของหอวาโยวสันต์”
“อย่างนั้นเองหรือ?” จินเฟิงถามด้วยรอยยิ้ม “ที่หอนางโลมสอนอะไรเจ้าบ้าง?”
“ท่านอาจารย์อยากรู้หรือ?”
ถังเสียวเป่ยกะพริบตาถี่และกระตือรือร้นที่จะลองวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดมา
“เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าหยอกล้อเจ้าเล่นก็เท่านั้น”
จินเฟิงลูบจมูกถังเสียวเป่ย “วันนี้เจ้าเพิ่งสูญเสียครั้งแรกของเจ้าไป ไม่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว ครั้งต่อไปเจ้าค่อยแสดงความสามารถ”
“ข้ามะ…!”
ถังเสียวเป่ยเม้มริมฝีปากแล้วซุกตัวลงใต้ผ้าห่มทันที
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็กอดกันและผล็อยหลับไป
…
ห่างจากบ้านตระกูลโจวเพียงไม่กี่ช่วงตึก โจวฉางหลินที่กำลังเตรียมตัวเข้านอน ได้รับจดหมายที่ทำให้ตื่นเต็มตาและไม่รู้สึกง่วงอีกต่อไป
เมื่อครู่นี้มีคนมาจากจวนจวิ้นโส่วเพื่อนำจดหมายมาส่ง พร้อมกำชับผู้เฝ้ายามด้านหน้าด้วยว่าต้องส่งให้ถึงมือโจวฉางหลิน
เมื่อผู้เฝ้ายามได้ยินว่าจดหมายนี้ถูกส่งมาจากจวิ้นโส่ว เขาก็ไม่กลัวว่าจะรบกวนการพักผ่อนของโจวฉางหลินและรีบนำจดหมายไปมอบให้ทันที
ช่วงนี้ฮูหยินโจวไปดูแลบุตรชายของนางที่เรือนโจวเต๋ออู้ นางเพิ่งกลับมาจากการหยิบของและเห็นว่าไฟในห้องของโจวฉางหลินยังคงเปิดอยู่จึงเดินเข้าไปดู
“ไอหยา นายท่าน เหตุใดจึงยังไม่นอนอีกเล่า?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
โจวฉางหลินมองดูภรรยาของเขา ก่อนจะกำหมัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และหายใจถี่ขึ้น
“นายท่าน ท่านไม่พอใจหญิงสาวที่เพิ่งซื้อตัวมาหรือ?”
ฮูหยินโจวนั่งลงข้าง ๆ สามี “สองสามวันมานี้เสี่ยวอู้บ่นว่าเขาเจ็บเหลือเกิน ข้าเจ็บปวดแทนเขาจริง ๆ”
เมื่อเสี่ยวอู้อาการดีขึ้น ข้าจะไปที่ตลาดนายหน้าอีกครั้งเพื่อหาคนที่มีฝีมือ ให้พวกเขาบุกไปที่หอนางโลม หญิงสาวพวกนั้นรู้แต่วิธีเอาอกเอา…”
“เลิกเอาเสี่ยวอู้มาอ้างได้แล้ว!”
โจวฉางหลินตบหน้าภรรยาอย่างแรง “หากเจ้ารักเขาอย่างที่ปากว่า อย่าคิดแม้แต่จะลักพาตัวถังเสียวเป่ยอีก!”
“นายท่าน…”
ฮูหยินโจวยกมือกุมที่ใบหน้าแล้วมองโจวฉางหลินอย่างไม่เข้าใจ
นางแต่งงานกับโจวฉางหลินตั้งแต่อายุสิบห้า ในเวลานั้นโจวฉางหลินยังไม่ได้ดิบได้ดีเช่นนี้ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดนางขายเครื่องประดับทั้งหมด ยอมถูกดูหมิ่นจากพี่สะใภ้ทั้งหลายและนำเงินจำนวนหนึ่งจากครอบครัวไปช่วยโจวฉางหลินในยามลำบาก
หลังจากที่โจวฉางหลินร่ำรวย นางก็ไม่เคยคิดทวงบุญคุณ ครองเรือนด้วยความซื่อสัตย์และปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างไม่บกพร่อง อีกทั้งนางยังช่วยเขาหาอนุภรรยาเพิ่มหนึ่งหรือสองคนทุก ๆ สองปี
แม้อนุภรรยาที่นางจัดหามาทั้งหมดจะได้รับการคุมกำเนิดและไม่สามารถมีบุตรได้ แต่ฮูหยินโจวก็ให้กำเนิดบุตรชายแก่โจวฉางหลินถึงสามคนจึงไม่มีใครกล้าว่าอะไรนาง
ความรักที่โจวฉาวหลินมีต่อนางและการปฏิบัติของเขานั้นดีกว่าบุรุษส่วนใหญ่ในยุคนี้ที่ปฏิบัติต่อภรรยา
อย่างน้อยเขาก็ไม่ลงไม้ลงมือหรือขึ้นเสียงเวลาโกรธ เพียงแต่เอ่ยตำหนิเล็กน้อยเท่านั้น
และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่โจวฉางหลินตบหน้านาง
ฮูหยินโจวถูกเขาทำร้ายจนงุนงงไปพักใหญ่
แต่สิ่งที่ทำให้นางสับสนมากขึ้นคือสิ่งที่โจวฉางหลินพูด
“นายท่าน ท่านไปฟังคำของผู้ใดมา ข้าไม่ได้ลักพาตัวถังเสียวเป่ย…”