ตอนที่ 264
บทที่ 264 สามีที่รัก (รีไรท์)
October 22, 2026
บทที่ 264 สามีที่รัก (รีไรท์)
เช้าวันรุ่งขึ้น โจวฉางหลินพาภรรยาและโจวเต๋ออู้ไปที่โรงเตี๊ยมจ้าวเจียพร้อมกับหีบของขวัญ
ในลานของโรงเตี๊ยม จางเหลียงกำลังรวบรวมทหารผ่านศึกเพื่อเตรียมพร้อมที่จะกลับไปยังจินชวน
เมื่อพวกเขาเห็นโจวฉางหลินและพวกเข้ามาใกล้ เหล่าทหารผ่านศึกต่างก็หันหน้าไปมอง
ฮูหยินโจวตกใจมากเสียจนแทบจะทรุดตัวลงกับพื้น
เมื่อวานนี้นางได้ยินโจวฉางหลินพูดคุยเกี่ยวกับทหารผ่านศึกที่ทำการฆ่าโจร ตอนนี้เมื่อมองดูทหารผ่านศึกเหล่านี้ พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่จะกินคน
“พวกเจ้าต้องการสิ่งใด?”
จางเหลียงเดินเข้าไปถาม
“พวกข้าตั้งใจมาขอโทษท่านอาจารย์จิน”
โจวฉางหลินรักษาท่าทางสงบเสงี่ยมของเขา
“ขอโทษ?”
จางเหลียงมองดูอีกฝ่าย จากนั้นก็มองไปที่หีบที่เขานำมาด้วย “รอสักครู่ ข้าขอตัวไปดูก่อนว่าท่านอาจารย์ตื่นหรือยัง”
เพราะคิดว่าจินเฟิงอาศัยอยู่เพียงลำพัง จางเหลียงจึงเดินเข้าไปในลานที่จินเฟิงอาศัยโดยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ทหารผ่านศึกที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้ายามอยู่กลับหยุดเอาไว้ทันทีที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไป
“หัวหน้า แม่นางเสียวเป่ยอยู่ที่นี่”
ทหารผ่านศึกกล้าหักหลังต้าหลิว แต่เขาไม่กล้าหักหลังจางเหลียง
“แค่ก แค่ก… ข้ารู้แล้ว”
จางเหลียงไอแล้วหันหลังกลับ “ท่านอาจารย์ของข้าเหนื่อยล้ามาสองวันเต็ม ๆ และเขายังคงพักผ่อนอยู่ พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิด”
“ไม่เป็นไร ข้ารอได้”
เพราะโจวฉางหลินได้ยกโขยงผู้คนมาที่นี่หมดแล้ว
หลังจากรอมานานกว่าครึ่งชั่วยาม จินเฟิงและถังเสียวเป่ยก็ตื่นนอน
เมื่อเห็นโจวฉางหลินที่ประตู จินเฟิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกโล่งใจ
ตั้งแต่ที่ก้าวออกจากจวนจวิ้นโส่ว ชายหนุ่มก็เดาได้ว่าโจวฉางหลินจะต้องมาขอโทษอย่างแน่นอน แต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาเร็วขนาดนี้
“ข้าขอโทษท่านอาจารย์จินด้วย ภรรยา และบุตรชายของข้าช่างโง่เขลา…”
เมื่อโจวฉางหลินเห็นจินเฟิง เขาก็ก้มตัวลงและเอ่ยทักทายจินเฟิงทันที แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบจินเฟิงก็ขัดจังหวะเขาไว้
“คนที่พวกเจ้าต้องขอโทษไม่ใช่ข้า แต่เป็นนาง!”
จินเฟิงชี้ไปที่ถังเสียวเป่ย “เสียวเป่ย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าโดยตรง เจ้าจัดการเรื่องนี้ได้เลย ข้าจะไปจวนจวิ้นโส่วเสียหน่อย”
หลังจากพูดจบ จินเฟิงก็ไม่รอคำตอบของโจวฉางหลินแต่ขึ้นหลังม้าแล้วจากไป
ในยุคศักดินา สถานะของพ่อค้านั้นต่ำมาก ในหมู่บัณฑิต เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และพ่อค้า พ่อค้าจะถูกจัดอยู่ในลำดับสุดท้าย
จินเฟิงเป็นบุคคลที่โดดเด่นและช่องว่างทางสังคมระหว่างทั้งสองฝ่ายก็มีขนาดใหญ่มาก
แม้ว่าจินเฟิงจะทำการค้าแต่ก็ไม่มีใครถือว่าเขาเป็นพ่อค้า
เช่นเดียวกับตระกูลในเมืองหลวง พวกเขาจำเป็นต้องทำกาค้าเพื่อประคองค่าใช้จ่ายมหาศาล แต่ใครจะกล้าพูดว่ากั๋วกงเป็นพ่อค้าเล่า?
ยิ่งจินเฟิงเพิกเฉยต่อเขามากเท่าไรโจวฉางหลินยิ่งรู้สึกว่าไม่สามารถคาดเดาชะตากรรมของตนได้มากเท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงยิ่งนอบน้อมมากขึ้น
ซึ่งความจริงจินเฟิงไม่ได้ผูกใจเจ็บอะไรกับเรื่องนี้ เขาเพียงแค่ไม่ชอบสถานการณ์ที่ต้องพล่ามอะไรมาก
หากเอาเวลาไปพูดคุยกับโจวฉางหลินเรื่องความหน้าซื่อใจคดที่นี่ เขาไปที่จวนจวิ้นโส่วเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องหอการค้าและสำนักคุ้มภัยจะดีกว่า
การจัดตั้งหอการค้า สามารถจัดตั้งขึ้นได้ด้วยเงินเพียงไม่กี่ตำลึงเงิน แต่สำนักคุ้มภัยนั้นแตกต่างออกไป
ไม่ว่าจะเมื่อไร ทางการมักจะระแวดระวังสำนักคุ้มภัยนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องการจัดตั้งสำนักเหล่านี้ขึ้น พวกเขาต้องได้รับการลงนามโดยจวิ้นโส่วและยื่นคำร้องต่อทหารท้องถิ่น
หากสำนักคุ้มภัยละเมิดกฎหมายและระเบียบวินัยในอนาคต จวิ้นโส่วที่ลงนามในสัญญาจะต้องรับผิดชอบด้วย