ตอนที่ 267
บทที่ 267 คหบดีทรงอิทธิพล
October 22, 2026
บทที่ 267 คหบดีทรงอิทธิพล
ภัตตาคารเว่ยเจียเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในอำเภอจินชวน อีกทั้งยังเป็นสถานที่สำเริงสำราญที่มีชื่อเสียงที่สุดในจินชวน ว่ากันว่าหญิงรับใช้ที่อยู่ข้างในนั้นแสวงหามาจากสถานที่ต่าง ๆ และโดยปกติแล้วราคาอาหารมื้อเดียวสามารถเลี้ยงคนธรรมดาได้ถึงครึ่งปี
ทว่าวันนี้ ในชั้นสามที่หรูหราที่สุดของภัตตาคารเว่ยเจียก็ถูกจองเอาไว้
ชายวัยกลางคนร่างอ้วนท้วนสองคนทยอยเดินเข้าไปในห้องด้านในสุด
พวกเขาเป็นคหบดีทรงอิทธิพลในจินชวน แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่อิทธิพลของพวกเขาในหมู่บ้านและตัวอำเภอบางครั้งก็ยิ่งใหญ่กว่าหน่วยงานราชการเสียอีก
อีกทั้งพวกเขายังเป็นลูกค้ารายใหญ่ของภัตตาคารเว่ยเจียและบริจาคเงินให้กับภัตตาคารแห่งนี้อย่างน้อยหลายร้อยตำลึงทุกปี
“นายท่านจู นายท่านเผิง!”
ผู้ดูแลร้านยิ้มและโค้งคำนับทั้งสอง “วันนี้พวกนายท่านมาถูกเวลาจริง เมื่อคืนนี้กลุ่มปราบเสือจากเฮยสยงโกวเพิ่งส่งหมีดำมาหนึ่งตัว ข้าไปดูมาแล้ว อุ้งเท้าหมีนั้นถือว่าเป็นของหายาก หากนายท่านทั้งสองอยากลอง ข้าจะขอให้พ่อครัวโจวจากเมืองหลวงลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง!”
“อุ้งเท้าหมีหายากอย่างนั้นหรือ?”
ในตอนแรกจูเหล่าเหยียมีสีหน้าเศร้าหมอง เมื่อเขาได้ยินคำว่าอุ้งเท้าหมี ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นทันที
“นอกจากอุ้งเท้าหมีแล้ว เรายังนำหญิงสาวสองคนกลับมาจากหอจินเยว่ในเมืองหลวงอีกด้วย พวกนางได้รับการฝึกฝนวิชามาจากผู้ช่ำชองหอจินเยว่ มีความเชี่ยวชาญในการเล่นพิณ หมากล้อม เขียนพู่กันและวาดภาพ อีกทั้งพวกนางยังได้เรียนรู้วิธีการอาบน้ำจากสบู่หอมที่เป็นที่นิยมจากกวางเหยวียนอีกด้วย หากนายท่านทั้งสองสนใจ ข้าก็อยากให้ลอง รับรองว่าไม่ผิดหวัง”
หลังจากที่ผู้ดูแลร้านขายอุ้งเท้าหมีเสร็จ เขาก็เริ่มการขายหญิงสาวอีกครั้ง
ตอนนี้ดวงตาของเผิงเหล่าเหยียเป็นประกายขึ้นเช่นกัน
แต่แล้วเขาก็ส่ายหัว “ตอนนี้เก็บอุ้งเท้าหมีและหญิงสาวไว้ก่อน เรามีเรื่องต้องทำช่วงบ่าย ไว้คุยกันอีกทีหลังสะสางธุระเสร็จ”
“ใช่ ยังมีเรื่องที่ต้องสะสาง!” จูเหล่าเหยียพูดขึ้นว่า “ไปยกน้ำชามาให้พวกข้า แล้วอย่าให้ผู้ใดเข้ามารบกวน”
“รับทราบ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นผู้ดูแลร้านก็รู้ได้ทันทีว่าทั้งคู่กำลังจะคุยกัน เขาจึงโค้งคำนับอีกครั้งแล้วจากไป
ไม่นานหญิงรับใช้ก็ยกน้ำชามาให้ก่อนที่จะขอตัวออกไปเช่นกัน
แต่ทั้งสองยังไม่ได้พูดคุยอะไร พวกเขานั่งอยู่เฉย ๆ และถือถ้วยชารออย่างเงียบ ๆ
หลังจากรอเกือบหนึ่งก้านธูป จ้าวเสี้ยนเว่ยซึ่งสวมชุดลำลองก็มาถึงในที่สุด
“ทำความเคารพใต้เท้า!”
ทั้งสองรีบลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปทักทายผู้มาใหม่
จ้าวเสี้ยนเว่ยไม่ตอบอะไร พูดเพียงแต่ว่า “มีเรื่องอะไรก็ว่ามา ไยถึงรีบร้อนที่จะพบข้าขนาดนี้?”
คหบดีทั้งสองมองหน้ากันและสาปแช่งจ้าวเสี้ยนเว่ยในใจ
ในจินชวนมีโจรสี่กลุ่มที่มีหน้าที่เก็บส่วยข้าวประจำปี ตอนนี้โจวซือเหยียและโจรเขาเถี่ยกว้านถูกจินเฟิงกวาดล้างออกไปเป็นที่เรียบร้อยจึงเหลือโจรเพียงสามกลุ่มเท่านั้น
คหบดีทั้งสองคนมาพบจ้าวเสี้ยนเว่ยเพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีรับมือกับการอพยพของผู้คนที่ไปยังซีเหอวาน
หากพวกเขาทั้งสองรู้เรื่องนี้ก็เป็นไปไม่ได้ที่จ้าวเสี้ยนเว่ยจะไม่รู้
ทว่าอีกฝ่ายกลับมีท่าทางงงงวย
เดิมทีเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาของพวกเขาทั้งสาม แต่พอเป็นเช่นนี้แล้ว เหมือนกับเขาทั้งคู่มาขอความช่วยเหลือจากจ้าวเสี้ยนเว่ยเสียได้
จ้าวเสี้ยนเว่ยนั้นแข็งแกร่งและมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หากเป็นเวลาปกติ ทั้งสองคนคงยอมเขาไปตามสภาพ
แต่คราวนี้เกี่ยวข้องกับจินเฟิงในซีเหอวาน พวกเขาไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้
เพราะจินเฟิงคือบุรุษโหดเหี้ยมที่สามารถทำลายเขาเถี่ยกว้านได้ พวกเขาไม่สามารถต่อสู้กับจินเฟิงได้ ไม่เช่นนั้น คงไม่มาพบจ้าวเสี้ยนเว่ยและเข้ายึดครองเขาเถี่ยกว้านด้วยตัวเองไปนานแล้ว