ตอนที่ 268
บทที่ 268 ไปได้ดี (รีไรท์)
October 22, 2026
บทที่ 268 ไปได้ดี (รีไรท์)
ช่วงนี้ กลุ่มคนทำงานจากหอการค้าได้เข้าไปตามสถานที่ต่าง ๆ และสบู่หอมก็ค่อย ๆ ปรากฏในอำเภอต่าง ๆ ในกวางเหยวียน
อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลร้านหญิงที่ได้รับการฝึกอบรมจากถังเสียวเป่ยมีความสามารถเทียบเท่ากับคนที่ได้รับการฝึกอบรมจากจินเฟิง แต่พวกนางไม่ได้มีความสามารถเทียบเท่ากับถังเสียวเป่ย ดังนั้นงานส่งเสริมการขายจึงไม่คืบหน้าราบรื่นเหมือนกับถังเสียวเป่ยในกวางเหยวียน
แต่ทองคำก็คือทองคำวันยันค่ำ ด้วยความพยายามของผู้ดูแลร้านหญิง ความนิยมของสบู่หอมในหมู่ตระกูลร่ำรวยในอำเภอต่าง ๆ ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
และพวกเขาก็จะมีแนวคิดใกล้เคียงกัน เมื่อบางสิ่งมีชื่อเสียงขึ้นมา การขายก็จะง่ายขึ้นมาก
เมื่อจ้าวเสี้ยนเว่ยได้กลิ่นหอมของดอกมะลิบนตัวอนุภรรยาของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาจึงถามถึงเรื่องนี้
ต่อมาเขาก็ได้รู้ว่าสบู่กล่องหนึ่งราคาห้าตำลึงเงินและอนุภรรยาของเขาที่เก็บเงินทุกเดือนมาเป็นเวลานานก็เพื่อซื้อสบู่กล่องหนึ่ง
เดิมทีจ้าวเสี้ยนเว่ยคิดว่าของแพงขนาดนี้คงมีคนซื้อไม่เท่าไร แต่เขาประเมินมันต่ำเกินไปและลืมคิดไปว่าสตรีชอบเครื่องหอมมากแค่ไหน ไหนจะความคิดทะเยอะทะยานอยากเปรียบเทียบตนเองกับบรรดาฮูหยินจากตระกูลร่ำรวยอยู่เสมออีก
วันรุ่งขึ้นที่เขาออกไปทำธุระ เขาบังเอิญพบกับหญิงสาวคนหนึ่งขายสบู่หอมอยู่ เมื่อเขาเห็นหญิงรับใช้หลายสิบคนเข้าแถวซื้อ จ้าวเสี้ยนเว่ยก็สับสนเล็กน้อยว่าเหตุใดคนถึงยอมใช้เงินมากมายขนาดนั้นซื้อสิ่งที่นำไปใช้ชำระล้างร่างกายกัน?
และน่าเสียดายที่มันเป็นเรื่องจริง เขายืนอยู่ข้างทางพร้อมกับชาหนึ่งถ้วยและมองดูสบู่หอมที่ถูกขายออกไปมากกว่าหกสิบกล่อง
นั่นเป็นเงินมากกว่าสามร้อยตำลึงเงิน!
ในเวลานั้นเองที่จ้าวเสี้ยนเว่ยเริ่มใจเต้นแรง
ในเวลาอันสั้นสามารถขายของได้ถึงสามร้อยตำลึงเงิน แล้วในหนึ่งวันจะขายได้เท่าไร?
แล้วหนึ่งเดือนเล่า?!
หลังจากกลับไป เขาก็ขอให้คนไปสอบถามที่มาที่ไปของสบู่หอม
แต่เป็นที่น่าเสียดาย ผู้ดูแลร้านหญิงที่กำลังอยู่ในช่วงทดลองงาน ได้รับคำสั่งจากถังเสียวเป่ยว่า ห้ามพวกนางใช้ชื่อจินเฟิงแห่งจินชวนเด็ดขาด จ้าวเสี้ยนเว่ยรู้เพียงว่าสบู่หอมนี้มาจากหอการค้าจินชวนและสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัย
เขาไม่สามารถสืบทราบได้ว่า ใครคือหัวหน้าที่อยู่เบื้องหลังหอการค้าจินชวน
ขณะที่กำลังจะคิดถึงวิธีแก้ปัญหาอื่น เขาก็ได้ยินเผิงเหล่าเหยียพูดว่าสบู่หอมเป็นของจินเฟิง
จ้าวเสี้ยนเว่ยเริ่มให้ความสนใจทันที “จินเฟิงเป็นคนทำสบู่หอมนี้ขึ้นมาหรือ? เจ้าไปได้ยินมาจากที่ใด?”
“ใต้เท้า เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าเข้าไปทำธุระในตัวเมืองจึงไปที่สถานเริงรมย์หลวงกับเหล่าสหาย และข้าก็ค้นพบว่าหญิงสาวในสถานเริงรมย์หลวงต่างก็ใช้สบู่หอม…”
เผิงเหล่าเหยียส่ายหัว
ในขณะที่เขากำลังจะเล่าต่อ จ้าวเสี้ยนเว่ยก็ขัดจังหวะอย่างเหลืออด “ข้าไม่อยากได้ยินสิ่งนี้ บอกข้ามาว่าเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าจินเฟิงเป็นผู้ทำสบู่หอม?!”
“ใต้เท้า เรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วกวางเหยวียน…”
เผิงเหล่าเหยียรีบเล่าเรื่องของจินเฟิงและถังเสียวเป่ยออกไปอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการขายสบู่หอมในเวลาต่อมาของถังเสียวเป่ยด้วย
“ที่แท้จินเฟิงก็เข้าเมืองไปเพราะเรื่องนี้เองหรือ”
หลังจากโจวซือเหยียตาย จ้าวเสี้ยนเว่ยก็พยายามเข้าครอบครองเขาเถี่ยกว้านมากกว่าหนึ่งครั้ง เขาถึงกับให้คนไปซุ่มโจมตีจินฟิงในเฮยเฟิงหลิ่ง
หลังจากการซุ่มโจมตีล้มเหลว เขาเป็นกังวลอยู่หลายวันและยังขอให้กลุ่มโจรที่รอดชีวิตไปซ่อนตัวอีกด้วย
เป็นผลให้จินเฟิงไม่ได้ส่งใครไปสอบสวนเรื่องนี้ และจ้าวเสี้ยนเว่ยก็รู้สึกขอบคุณที่เขาลอยตัวมาได้เป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม จ้าวเสี้ยนเว่ยเองก็กลัวว่าจะถูกจินเฟิงจับได้ เขาจึงไม่ได้ส่งใครตามไปที่ตัวเมืองเพื่อสืบเรื่องของจินเฟิง ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ทราบที่มาของสบู่หอมจนกระทั่งสบู่หอมถูกซื้อเข้ามาในบ้าน
เดิมทีจ้าวเสี้ยนเว่ยรู้สึกสนใจในตัวสบู่ แต่เมื่อเขารู้ว่าจินเฟิงเป็นคนทำก็หยุดความตื่นเต้นทันที เขารู้สึกว่าทั้งอุ้งเท้าหมีและหญิงสาวจากหอจินเยว่ไม่หอมหวานอีกต่อไป
“จินเฟิงก็เช่นเดียวกัน แค่ขายสบู่หอมในกวางเหยวียนก็สามารถสร้างรายได้ให้เขามากกว่าพันตำลึงเงินต่อเดือน และดูเหมือนว่าจะเปิดโรงงานสิ่งทออะไรสักอย่างด้วย? สุดท้ายแล้วเขาต้องการอะไรกันแน่”
จูเหล่าเหยียพูดอย่างหัวเสีย
“ใครจะไปคิดว่าเขาจะทำเงินได้มากกว่า ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้ซีเหอวานส่งเกวียนหลายสิบเล่มไปยังตัวเมืองเพื่อทำการส่งด้ายป่าน หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว เกวียนแต่ละเล่มสามารถทำเงินได้อย่างน้อยหนึ่งตำลึง และเหมือนว่าวันนี้เขาจะทำเงินได้หลายสิบตำลึงเงินเชียวล่ะ”
เผิงเหล่าเหยียกล่าวว่า “ทั้งหมดเป็นเพราะจินเฟิงจ่ายเงินค่าจ้างให้กับคนงานหญิงค่อนข้างสูง ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะมีรายได้มากกว่านี้อีก!”
“ค่าจ้างในโรงงานสิ่งทอสูงจริง ๆ ข้าได้ยินมาว่าคนงานหญิงบางคนมีรายได้มากกว่าร้อยเหรียญทองแดงต่อเดือน”