ตอนที่ 285
บทที่ 285 ระวังโจร!
October 22, 2026
บทที่ 285 ระวังโจร!
“ไม่เป็นไร หากลงไปทางด้านนั้นก็พอจะทันอยู่!”
นายพรานตัวเตี้ยเอ่ยพร้อมชี้ไปที่เส้นทางเล็ก ๆ
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ถนนสายนั้นเต็มไปด้วยหนามแหลมและเถาวัลย์ อีกทั้งยังต้องหลบเลี่ยงพวกโจรอีก เจ้าจะลงไปทันได้อย่างไร?”
นายพรานตัวสูงกล่าวว่า “หากอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าพวกโจรคงไล่ล่าเราไม่ทัน แต่ไม่ใช่ถนนด้านล่าง หากเจ้าลงไปเจ้าตายแน่”
“อย่างไรข้าก็จะลองดู!”
พรานตัวเตี้ยพูดอย่างดื้อรั้น “หากข้าตายไป ข้าจะได้สู้หน้าท่านพ่อของข้าได้”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็รีบลงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่คำนึงถึงสิ่งกีดขวางและคำเตือนของสหายร่างสูง
เวลาเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เขาไม่มีเวลาตัดเถาวัลย์หรือหนามแหลมและทำได้แค่ก้าวผ่านไปอย่างร้อนรน
ช่วงนี้อากาศยังคงร้อน นายพรานไม่ได้สวมเสื้อผ้ามากนัก ทั้งใบหน้า แขน และขาของเขาถูกเถาหนามข่วนไปหมด แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจและยังคงเดินผ่านเถาวัลย์ที่แหลมคมด้วยความเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาไม่ชะลอความเร็วจนกระทั่งเข้าไปใกล้ที่ซ่อนของโจรในระยะไม่ถึงสามสิบจั้ง
สุดท้ายแล้ว อย่างไรเขาก็เป็นนายพรานผู้เชี่ยวชาญที่เดินขึ้นลงเขาและเดินป่ามาตลอดทั้งปี ชายตัวเตี้ยอยู่ห่างจากโจรไปทางตะวันออกไม่ถึงหกจั้ง แต่โจรกลับไม่สังเกตเห็นเขา
ทว่าหากเขาเดินต่อไปคงจะไม่ง่ายแน่ เพราะพืชพรรณนั้นเริ่มเบาบาง หากเข้าใกล้เกินไปพวกโจรคงสังเกตเห็น มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะแอบผ่านออกไปโดยไม่ให้พวกโจรรู้ตัว
ชายตัวเตี้ยหยุดและซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ก่อนจะหายใจเข้าลึก ๆ เขากำลังจะวิ่งผ่านส่วนที่อันตรายที่สุดของถนน ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากบนยอดเขา
“น้ำใส น้ำใส น้ำใส น้ำใสจนเห็นเกล็ดปลาไน น้ำใสจนเห็นใบหน้าโฉมงาม หลงอ๋องหลงใหลเชื้อเชิญแม่สื่อทันใด…”
นายพรานตัวเตี้ยมองย้อนกลับไป เห็นชายร่างสูงปรากฏตัวบนยอดเขาและตะโกนสุดปอด
พวกโจรถูกดึงดูดด้วยเพลงชาวเขาของนายพรานร่างสูงและหันศีรษะขึ้นไปมอง
นายพรานตัวเตี้ยคว้าโอกาสนี้ทันทีและรีบผ่านส่วนที่อันตรายที่สุดของถนนบนภูเขาไปอย่างว่องไว
“เหล่าซาน จินเฟิงกำลังจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ เจ้าพาคนไม่จัดการไอ้พวกที่ไม่รู้จักกาลเทศะโดยไว อย่าปล่อยให้เขารบกวนจินเฟิง”
หัวหน้าโจรกล่าว
“รับทราบ!”
เหล่าซานรับคำสั่งแล้วพาพรรคพวกสองสามคนขึ้นไปบนภูเขา
เมื่อชายร่างสูงเห็นว่าสหายของตนวิ่งผ่านโจรไปแล้วจึงรีบหันหลังกลับเข้าไปในป่า
เมื่อโจรเข้ามา ชายร่างสูงก็หายตัวไปแล้ว เหล่าซานจึงทำได้แค่สาปแช่งเท่านั้นและพาคนของเขาลงจากภูเขา
ในเวลานี้นายพรานตัวเตี้ยก็วิ่งไปตามเส้นทางสู่ตีนเขา
สำหรับเขาเรียกได้ว่าคุ้นเคยกับเส้นทางบนเขาดี แต่สำหรับพวกโจรคงไม่ง่ายที่จะตามทัน เพราะกว่าพวกโจรจะค้นพบก็เหมือนจะช้าไปเสียแล้ว
นายพรานร่างเตี้ยรีบวิ่งด้วยความรวดเร็วเพื่อไปถึงถนนหลวงโดยไวที่สุด
แต่การกระทำเช่นนี้พวกโจรจะสามารถเห็นเขาได้อย่างง่ายดาย
พรานตัวเตี้ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กัดฟันรีบวิ่งเข้าสู่ถนนราชการอย่างรวดเร็ว
“หัวหน้า ดูนั่น มีคนอยู่บนถนนหลวง!”
โจรคนหนึ่งชี้ไปที่นายพรานตัวเตี้ยแล้วตะโกน
“ชายผู้นี้มาจากที่ใดกัน?”
“คงเป็นนายพรานที่ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งเมื่อครู่ เขาคงตกใจมากเมื่อเห็นพวกเรา”
“เป็นไปไม่ได้ ก่อนที่พวกเจ้าจะมา ข้าได้สำรวจพื้นที่อย่างละเอียดแล้ว ไม่มีทางที่จะมีใครอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน!”
“หากเขาไปรายงานจินเฟิงจะทำอย่างไรกันดี?”
“ไม่มีทาง ที่นี่อยู่ห่างจากซีเหอวานมาก ใครจะรู้จักจินเฟิงได้เล่า? อีกอย่างเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังซุ่มโจมตีจินเฟิง”
“ข้าเคยล่ากระต่ายบนภูเขานี้มาก่อน หากอยู่บนยอดเขาจะสามารถมองเห็นได้ไกลหลายลี้ หากเขาเห็นมันจากบนยอดเขาล่ะ?”
“เป็นไปได้อย่างไร? ที่นี่มีพวกเราอยู่เยอะมาก เขาลงมาจากยอดเขาได้อย่างไรกัน?”
“เมื่อครู่มีคนร้องเพลงอยู่บนภูเขา คงไม่ใช่เพราะต้องการเบี่ยงเบนความสนใจหรอกนะ?”
“ที่เจ้าว่าก็ฟังดูสมเหตุสมผล”
“เช่นนั้นก็รีบไล่ตามไป!”
“หากเขาไม่ได้คิดจะนำเรื่องไปรายงานจินเฟิง การที่เราไล่ตามเขาเช่นนี้จะไม่เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นหรือ?”
“แล้วถ้าเกิดเขาไปรายงานล่ะ?”
“เอาอย่างไร สรุปเราควรตามเขาไปหรือไม่?!”
…
พวกโจรรู้สึกลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง
และตอนที่พวกเขากำลังถกกันเรื่องนี้ นายพรานก็วิ่งไปไกลกว่าหนึ่งลี้แล้ว เจ้าตัวกำลังจะอ้อมเชิงเขา
ในเวลานี้ มีทหารผ่านศึกคนหนึ่งที่อยู่บนหลังม้าวิ่งเข้ามาพอดี
นับตั้งแต่เขาถูกซุ่มโจมตีในเฮยเฟิงหลิ่ง จินเฟิงมักจะขอให้หน่วยสอดแนมสำรวจเส้นทางทุกครั้งที่เขาออกเดินทาง