ตอนที่ 50
บทที่ 50 ดักปล้นกลางทาง
October 22, 2026
บทที่ 50 ดักปล้นกลางทาง
“ระวังด้วย ข้าได้ยินมาว่าพวกโจรเขาเมาเมามีฝีมือพอตัว พวกเจ้าห้ามประมาทเด็ดขาด ไม่ใช่ว่ารอดตายจากสนามรบ แล้วต้องไปตายในถิ่นโจรหรอกนะ”
ชิ่งไหวเอ่ยเตือนจงอู่ เมื่อเห็นว่าเขามีท่าทีชะล่าใจ
“ท่านโหววางใจเถิด”
จงอู่ยกยิ้มพร้อมกับถอดชุดเกราะออก
องครักษ์อีกสองนายก็ถอดชุดเกราะออกพร้อมกับเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งเช่นกัน
ชายทั้งสามไม่ได้ถือหน้าไม้เอาไว้ในมือ แต่ถือมีดดาบที่ชำรุดพากันเดินฝ่าพงหญ้าขึ้นไป
“ท่านอาจารย์ พวกเราไปดูสิ่งที่น่าสนใจด้วยกันเถิด”
ชิ่งไหวลุกขึ้นยืนและเดินไปตรงเนินเข้าด้านข้าง
…
บนเขาเมาเมามีบ้านมุงจาก ดูไม่ต่างจากหมู่บ้านอื่น ๆ บนเขาทั่วไป เพียงแต่ที่นี่ไม่มีสตรีหรือเด็กเลย
เพื่อรักษาจิตวิญญาณการต่อสู้และการนองเลือด หัวหน้าใหญ่จึงไม่อนุญาตให้มีสตรีเพศในกองโจร หากต้องการผู้หญิง พวกเขาจะลงจากเขาเพื่อไปชิงตัวแม่นางที่ต้องการ จากนั้นก็ระบายความใคร่ก่อนที่จะกลับขึ้นมา
ส่วนสตรีที่ชิงมาได้ส่วนใหญ่จะถูกส่งตัวไปยังหอนางโลมที่แสนป่าเถื่อน หรือไม่ร่างของพวกนางก็อาจถูกโยนทิ้งไว้สักที่ในถิ่นทุรกันดาร
อีกด้านหนึ่ง โจรผู้มีนิสัยปากยื่นปากยาวกำลังกุลีกุจอวิ่งเข้าไปในลานบ้าน เขาหอบหายใจอย่างหนักพลางตะโกนบอกชายร่างกำยำที่กำลังยกหินบริหารร่างกาย
“พี่รอง มีข่าวเกี่ยวกับพี่สาม”
“รีบว่ามา!”
พี่รองวางหินที่กำลังยกลง แล้วถาม “เจ้าสามอยู่ที่ใด!”
หลังจากที่ชายหัวโล้นถูกพี่ใหญ่ไล่ลงจากเขาไป อีกฝ่ายก็เตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ และมักจะมาหาเขาทุก ๆ สิบวันเพื่อขอเงิน
ทว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา เจ้าสามไม่ได้มาหาเขา เขาจึงตระหนักได้ว่าน่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับอีกฝ่าย
แม้จะส่งคนไปสอดส่องที่ตีนเขา
แต่ก็ไม่ได้ข่าวคราวใด ๆ กลับมา
เสี่ยวเก้อจื่อมองดูพี่รองของเขาและเริ่มลังเลที่จะพูดออกไป
คนเป็นพี่รองอยากจะเตะชายร่างเล็กผู้นี้เสียจริง ๆ แต่แล้วเขาก็วางเท้าลงกับพื้น
เสี่ยวเก้อจื่อผู้นี้เป็นน้องเล็กที่มีความซื่อสัตย์และชอบชี้แนะ ถึงแม้ความคิดของเขาจะไม่ค่อยฉลาดนัก แต่ก็ช่วยงานมาแล้วไม่น้อย เขาจึงไม่อยากจะทำร้ายชายผู้นี้เหมือนผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่น ๆ
พี่รองระงับความโกรธลงแล้วถาม “เจ้าสามได้รับอันตรายหรือ?”
“เอ่อ… ข้าได้รับข่าวมาว่า เมื่อประมาณยี่สิบวันก่อน มีคนเห็นพี่สามทะเลาะกับใครบางคนที่โรงพนันในลี่เจียวาน พี่สามถูกคนของโรงพนันโยนออกมา… แต่พี่สามไม่ยอมเลยบุกเข้าไปในนั้นและมีเรื่องกับคนในโรงพนันจนถูก… ถูกตีตาย!…”
เสี่ยวเก้อจื่อเล่าข่าวที่ได้รับมาให้พี่รองฟัง
ข่าวนี้เป็นข่าวเท็จที่ชิ่งไหวจงใจให้จางเหลียงปล่อยออกไป หากพี่รองผู้นี้อยากจะเอาเรื่องใครสักคน อย่างน้อย ๆ ก็รับประกันได้เบื้องต้นว่า อีกฝ่ายจะไม่ไปที่ซีเหอวานแน่นอน
“ข้าไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใดจึงหาเจ้าสามไม่พบ ที่แท้เขาก็ไปหลงผิดอยู่ที่ลี่เจียวานนี่เอง!”
พี่รองทุบโต๊ะอย่างแรงแล้วเอ่ย “ไปตามคนมา เรียกพี่น้องทั้งหมดของเราแล้วไปที่โรงพนันกับข้าเดี๋ยวนี้!”
“พี่รอง อย่าหุนหันพลันแล่นไป”
ชายร่างเล็กรีบแย้ง “ยังไม่ชัดเจนว่าข่าวนี้ถูกต้องหรือไม่ ไม่สมควรที่จะรีบร้อนระดมกำลังคน”
ที่ใดมีผู้คน ย่อมเป็นการยากที่จะแยกแยะและบอกว่าใครถูกใครผิด ใครมิตร ใครศัตรู และพี่ใหญ่กับพี่รองก็มีปัญหากันอยู่ พี่ใหญ่เลยกล้าไล่ชายหัวโล้นออกจากกลุ่ม
ช่วงนี้ลูกน้องของพี่ใหญ่เองก็ทำงานพลาดและถูกพี่รองเอาเรื่องจนถึงตาย ตอนนี้พี่ใหญ่จึงกำลังหาทางแก้แค้นเขาอยู่
พี่รองคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เจ้านี่เรื่องเยอะเสียจริง ไหนลองบอกข้ามาสิว่ามีวิธีจัดการเรื่องนี้อย่างไร”
“พี่รอง ข้าคิดเช่นนี้”
ชายร่างเล็กเอ่ย “พวกเราพาคนไปที่ลี่เจียวานก่อนดีหรือไม่ หากข่าวนั้นไม่เป็นความจริง เราจะได้ทำการสอบถามอีกครั้ง แต่หากพี่สามถูกคนที่โรงพนันฆ่าแน่แท้ ถึงตอนนั้นพวกเราค่อยเอาเรื่องพวกเขา…”
“หากพี่น้องของเราโดนทำร้ายคนสองคนยิ่งเป็นการดี ข้าจะได้วิ่งกลับไปเรียกพรรคพวกให้ไปช่วย เช่นนี้ พี่ใหญ่ก็ไม่สามารถว่าอะไรได้”
ในที่สุดพี่รองก็เข้าใจแผนการของเสี่ยวเก้อจื่อ
ชายหัวโล้นถูกไล่ลงจากภูเขา พูดอย่างตรงไปตรงมาคือ เขาถูกมองเป็นคนทรยศแห่งเขาเมาเมา แม้จะถูกฆ่าตาย แต่พี่รองก็ไม่สามารถเอาคนไปล้างแค้นได้
แต่หากพวกเขาถูกคนในโรงพนันทำร้าย สถานการณ์จะแตกต่างออกไปทันที
โจรเขาเมาเมาจะต้องยืนหยัดเพื่อรองหัวหน้าอย่างเขา ไม่เช่นนั้น คงเกิดความขัดแย้งขึ้นตามมาภายหลัง
“พี่รองปราดเปรียวเฉลียวฉลาด”
เสี่ยวเก้อจื่อรีบเอ่ยชื่นชมเขาอย่างรวดเร็ว