ตอนที่ 296
ตอนที่ 296 ข้าอยากพบลูกสาวคนโตของข้า
September 20, 2026
ซื่ออี๋เหนียงลนลานขึ้นมาในทันที เธอตีมือของชิงฮวาและจับแขนเสื้อเอาไว้แน่น “ดีขึ้นตั้งนานแล้วแผลเล็กๆแค่นี้เอง อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่สิ”
ชิงฮวาส่งเสียงออกมาอย่าไม่พอใจ เธอปล่อยมือออกอย่างเสียใจ เห็นได้ชัดว่าเธอถูกตีจนเจ็บ เธอพ่นพึมพำออกมาเบาๆ “เห็นๆอยู่ว่าเลือดออกตั้งมากจนาดนั้น”
เหลิ่งชิงฮวนมองไปที่เธอ ดวงตาของเธอมีประกายบางอย่างวาบขึ้นมา “ชิงฮวาช่างเอาใจใส่แบบนี้ ช่างเป็นบุญของซื่ออี๋เหนียงเสียจริง”
ต่อหน้าเธอแล้วซื่ออี๋เหนียงทำเหมือนกับกำลังซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ ราวกับว่าความลับนั้นกำลังถูกเธอมองจนทะลุปรุโปร่ง ซื่ออี๋เหนียงก้มหน้าลงไปมือไม้ของเธอเริ่มลนลาน
“ที่คุณหนูใหญ่ไม่รังเกียจชิงฮวาถึงจะนับว่าเป็นบุญของนางค่ะ เมื่อก่อนข้าเลอะเลือนไปหน่อยุคงได้ทำเรื่องไม่ดีกับท่านขอบคุณคุณหนูใหญ่ที่ไม่ถือสาเอาความ และยังมาที่นี่ด้วยตัวเองโดยเฉพาะ”
เหลิ่งชิงฮวนนึกถึงสิ่งที่เจ้าของคณะละครพูด “เป็นเรื่องเล็กน้อยทั้งนั้น เป็นตัวของซื่ออี๋เหนียงเองที่เก็บมาใส่ใจ และเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องบางเรื่องลืมได้ก็ควรลืมเสีย วางลงได้ก็ควรวางเสีย”
ไม่ว่าความหมายที่เหลิ่งชิงฮวนต้องการจะสื่อคืออะไรแต่ที่ซื่ออี๋เหนียงได้ยินกลับรู้สึกกินใจจนทำให้นางตกใจจนใจเต้นรัว
“ขอบคุณคุณหนูใหญ่ที่ชี้แนะ”
เหลิ่งชิงฮวนจึงแกล้งถามออกไปว่า “ซื่ออี๋เหนียงรับใช้จินอี๋เหนียงมานาน ชิงเจียวกับท่านก็น่าจะสนิทสนมกันใช่ไหมคะ”
ซื่ออี๋เหนียงนึกขึ้นมาได้ว่าเธอแอบได้ยินมาถึงสิ่งที่เหลิ่งชิงฮวนพูดกับมู่หรงฉี เธอก็ยิ่งรู้สึกผิดจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
“ไม่ถือว่าสนิทสนมอะไรเจ้าค่ะ อย่างมากก็คงมองว่าข้าเป็นบ่าวรับใช้ใกล้ตัวเจ้าค่ะ”
เหลิ่งชิงฮวนยิ้มเล็กน้อย “เด็กคนนี้สมควรถูกสั่งสอน ถ้าหากว่าซื่ออี๋เหนียงว่างก็ให้ดูแลเขาหน่อยนะคะ ข้าหวังว่าชิงหลางจะสั่งสอนเขา แต่ดูเหมือนว่าจะพึ่งพาไม่ได้เท่าไรนัก”
คนพูดนั้นไม่ได้ตั้งใจจะพูด แต่คนฟังนั้นกลับร้อนตัว ซื่ออี๋เหนีบงกำชับปากแขนเสื้อของเธอแน่น “ข้ามีสิทธิ์หรือเจ้าคะ”
เหลิ่งชิงฮวนลูบหัวชิงฮวา “น้องสี่ถูกท่านเลี้ยงดูมาอย่างดีทั้งฉลาด ทั้งใจดี อีกทั้งยังเชื่อฟัง”
“กล่าวเกินไปแล้วจ้าค่ะ” นางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย และพูดออกมาอย่างหนักแน่น
เหลิ่งชิงฮวนมีสีหน้าเข้าใจ “ในเมื่อท่านไม่เป็นไร งั้นข้าจะไปหาท่านพ่อ”
เมื่อเธอเดินไปถึงประตูก็หันหลังกลับมาและพูดอย่างจริงจังว่า “ถ้าหากว่าถูกแมวข่วนจริง งั้นก็ต้องระวังนะคะ อาจจะติดเชื้อเอาได้”
เธอพูดออกมาอย่าสองแง่สองง่ามอีกครั้ง ซื่ออี๋เหนียงจิตใจสั่นไหว ดวงตาของเธอเลื่อนลอยออกไปไกลและไม่กล้ามองเหลิ่งชิงฮวน
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แผลดีขึ้นนานแล้ว”
เหลิ่งชิงฮวนจึงหัวเราะออกมาน้อยๆ แล้วจากไป
ซื่ออี๋เหนียงทรุดตัวลงบนเก้าอี้ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทั่วทั้งร่างของนางมีเหงื่อซึมออกมาจนเปียกชุ่ม
ชิงฮวาเข้าไปใกล้นางอย่างกระอักกระอ่วน “อี๋เหนียงเจ้าคะ ทำไมท่าถึงไม่ให้พี่ใหญ่ดูอาการให้ท่านล่ะเจ้าคะ พี่ใหญ่เป็นคนดีนะเจ้าคะ”
ความรู้สึกของซื่ออี๋เหนียงผสมปนเปกันไปหมด ต่อหน้าลูกสาวของนางแล้วนางก็ไม่รู้จะอธิบายออกมาอย่างไรดี นางจึงลูบหัวของเหลิ่งชิงฮวา “เจ้าชอบพี่ใหญ่ของเจ้ามางั้นหรือ”
ชิงฮวาพยักหน้าอย่างแข็งขัน “ในบรรดาพี่สาวทั้งสามคน พี่ใหญ่ดีต่อข้าที่สุดเจ้าค่ะ พี่รองกับพี่สามต่างดูถูกข้า”
ซื่ออี๋เหนียงยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ที่แท้สายตานางก็สู้เด็กคนหนึ่งไม่ได้ ใครดี ใครเลว สายตาของเด็กน้อยเป็นอะไรที่ใสซื่อที่สุดจนมองออกอย่างชัดเจน
เธอพูด “อืม” ออกมาเบาๆ “งั้นหลังจากนี้เจ้าต้องดีกับพี่ใหญ่ของเจ้าให้มาก”
ชิงฮวายิ้มกริ่ม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความยินดี “แน่นอนว่าข้าต้องดีกับอี๋เหนียงที่สุด”
ซื่ออี๋เหนียงกลั้นไว้ไม่ไหว ดวงตาของนางจึงแดงก่ำ “อี๋เหนียงเหนื่อยแล้ว อยากจะพักสักหน่อย เจ้าออกไปเล่นข้างนอกเถอะ”