ตอนที่ 297
ตอนที่ 297 พี่สาวจากเรือนหลิงหลาง
September 20, 2026
วันถัดมา ซื่ออี๋เหนียงก็แต่งเนื้อแต่งตัวและถือกล่องเครื่องประดับไปยังเรือนของเหลิ่งชิงหลางแต่เช้าตรู่ แน่นอว่านางตื่นเต้นมาก
เหลิ่งชิงหลางกำชับกับนางอีกครั้งว่าต้องจำเอาไว้ว่าให้เก็บอารมณ์ของตัวเองให้ดีอย่าทำให้หญิงสาวตกใจ
ซื่ออี๋เหนียงรับปากราวกับว่าเธอกำลังกังวล
มันไม่ง่ายเลย ผ่านไปอยู่นานก็มีเสียงของแม่จ้าวดังมาจากข้างนอกแจ้งว่ามีคนมาถึงแล้ว
ซื่ออี๋เหนียงลูกยืนขึ้นทันที แต่ก็ไม่สามารถออกไปต้อนรับได้
เมื่อม่านถูกเปิดออกก็เห็นหญิงสาวที่แต่งตัวอย่างบ้านๆเดินเข้ามา นางอยู่ในชุดกระโปรงผ้าเนื้อหยาบมองดูแล้วเรียบง่ายและซื่อๆไม่ต่างจากสาวชาวนาทั่วไป
แต่ว่าผิวของนางขาวมากและละเอียดละออราวกับไม่ได้ต้องแสงแดดมานาน อีกทั้งผิวของนางยังดูชุ่มชื้น คิ้วของนางก็ชัดเจนราวกับว่ากันมาแล้ว หมดจดเสียจนมองไม่เห็นแม้แต่ขนตาของนาง คิ้วของนางเองก็ถูกกันออกมาจนโค้งบางมองดูแล้วราวกับกิ่งหลิวที่พริ้วไหวมองดูแล้วเป็นหญิงที่งามหมดจดเป็นอย่างมาก
โตมาแล้วไม่เหมือนกับนางเลยสักนิด
หญิงสาวคนนั้นเหมือนกำลังยับยั้งชั่งใจเอาไว้อยู่ นางเอาแต่ก้มหน้าตลอดเวลาและทำเพียงแค่มองไปรอบๆอย่างไม่เชื่อสายตา นางหลบอยู่หลังแม่จ้าวอย่างไม่กล้าพูดอะไรออกมาราวกับไม่เคยเห็นโลกมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น
ซื่ออี๋เหนียงคิดว่าเด็กสาวคนนี้ถูกเลี้ยงขึ้นมาในบ้านแม่บุญธรมมของนางอย่างดี และไม่เคยออกมาเจอความลำบากมาก่อน แม้แต่มือของนางเองก็ได้รับการดูแลอย่างดีราวและขาวราวกับงาช้าง
แม่จ้าวถอยหลบไปด้านข้างก้าวหนึ่ง”เคยเจอกับคุณหนูรองของเราแล้วใช่ไหม หลายปีมานี้ฮูหยินของเราช่วยเหลือทางบ้านของเจ้าไว้ไม่น้อยวันนี้ฮูหยินไม่อยู่แล้ว คุณหนูรองเองก็นับได้ว่าเป็นญาติของเจ้า”
หญิงสาวเข้ามาก็ทำความเคารพต่อเหลิ่งชิงหลางตามระเบียบ
เหลิ่งชิงหลางพยักเพยิดอย่างเรียบๆ “ไม่ต้องมากความนัก นั่งเถอะ”
ซื่ออี๋เหนียงประคองหญิงสาวขึ้น มือของเธอสั่นขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
“เจ้าคืออวี๋เอ๋อร์?”
เมื่อก่อนก่อนจินซื่อเคยบอกกับนางไว้ว่าลูกสาวคนโตของนางมีชื่อเล่นว่าอวี๋เอ๋อร์ มีความหมายว่างดงามบริสุทธิ์ราวกับหยก
หญิงสาวกระพริบตาปริบๆ “ข้าชื่ออวี๋เอ๋อร์ ฮูหยินท่านนี้ก็รู้จักข้าเหมือนกันหรือเจ้าคะ”
ซื่ออี๋เหนียงจ้องหญิงสาวตาไม่กระพริบและตื่นเต้นดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า แต่กลับยังคงต้องถอยออกไปอย่างช่วยไม่ได้ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “ไม่รู้จักค่ะ ไม่รู้จัก เพียงแต่ข้าเคยได้ยินฮูหยินกับคุณหนูพูดถึงท่าน”
หญิงสาวร้องอ๋อออกมา “ฮูหยินกับคุณหนูเป็นผู้มีพระคุณของบ้านข้าเจ้าค่ะ แม่ของข้าเคยบอกมาว่าหลายปีมานี้ เป็นเพราะฮูหยินกับคุณหนูคอยช่วยไว้พวกเราถึงได้มีกินมีใช้ และมีชีวิตดีกว่าคนอื่นที่อยู่ในหมู่บ้าน”
ซื่ออี๋เหนียงพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้พุ่งเข้าไปกอดน้ำเอาไว้แล้วร้องไห้ออกมา และพยายามยกยิ้มออกมา
“เห็นคุณหนูของเราบอกว่าเจ้ากำลังจะแต่งงานแล้ว”
หญิงสาวที่มีนามว่าอวี๋เอ๋อร์ก็หน้าแดง นางก้มหน้าลงเล็กน้อย และพูดออกมาเสียงเบาว่า “เจ้าค่ะ”
“คนที่จะแต่งด้วยเป็นใครหรือคะ”
“เขาอยู่ไม่ไกลจากบ้านของข้ามากเท่าไรเจ้าค่ะ เขาเป็นคนจริงใจที่อยู่ในหมู่บ้านสิบแปด อีกทั้งยังเป็นลูกชายคนเดียว ท่านแม่ของข้าบอกว่าอาศัยคุณสมบัติของข้าเขาดีเกินไป ถ้าหากไม่เพราะเงินสินสอดจำนวนมากข้าเองก็คงหาผู้ชายแบบนี้ไม่ได้ และให้เข้ามาโขกศีรษะให้กับคุณหนูสองที”
เหลิ่งชิงหลางกระแอมออกมาและยกมือขึ้นปัด “ไม่ต้องหรอก ไม่ต้อง วันนี้ที่ข้าเรียกเจ้ามาไม่ใช่เพราะข้าอยากเห็นเจ้ามาโขกศีรษะให้กับข้า ข้าได้ยินมาว่างานแต่งของเจ้าใกล้มาถึงแล้ว ข้าจึงอยากจะมอบเงินสินเดิมให้กับเจ้าเพิ่ม”
นางลอบส่งสายตาให้กับซื่ออี๋เหนียง ซื่ออี๋เหนียงรีบหยิบกล่องเครื่องประดับออกแล้วเปิดออกตรงหน้าแม้น่างอวี๋เอ๋อร์
“เครื่องประดับพวกนี้ท่านลองดูว่าชอบไหมเจ้าคะ ถ้าหากว่ามองดูแล้วมันแก่เกินไปก็สามารถนำมันไปขายที่ร้านเครื่องประดับแล้วสร้างออกมาใหม่ได้ ของพวกนี้เป็นเงินทองจริงทั้งหมด”
เมื่อแม่นางอวี๋เอ๋อร์ได้เห็นของล้ำค่าพวกนี้แล้วดวงตาทั้งสองข้างของนางก็เบิกกว้างขึ้นทันทีราวกับถูกตรึงเอาไว้และเปลี่ยนความคิดอันเรียบง่าย จากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น “ขออภัยจริงๆที่ทำให้ท่านต้องใช้เงินมากขนาดนี้ ต้องอภัยจริงๆเจ้าค่ะ”