ตอนที่ 7
ระดับศาสตราจารย์
September 18, 2026
“ฝากเจ้าค่ะ ข้ากำลังจะไปเดินหาร้านรับฝากตำลึงอยู่พอดี ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยมากนะเจ้าคะ ที่กรุณาแนะนำและเป็นธุระจัดการให้ข้าด้วยตนเอง” จางเย่วชิงก้มหัวลงขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยด้วยความขอบคุณอย่างสุดหัวใจ
“อืม ข้ายินดี หากมีเครื่องประดับที่งดงามอีก เจ้าสามารถมาพบข้าได้ทุกเมื่อ และเมื่อใดที่เจ้าอยากจะรับซื้อคืนก็มาติดต่อได้หากข้ายังไม่ขายให้ผู้ใด ข้าก็ยินดีที่จะขายคืนให้เจ้าในราคาเดิม”
น้ำเสียงอบอุ่นคล้ายคลึงกับสหายของนางที่ตายจากกันมาในภพนู้น ทำให้เย่วชิงน้ำตาเอ่อคลอทั้งสองข้าง ความรู้สึกในยามนี้เต็มไปด้วยความตื้นตันใจ ที่ได้รับความกรุณาจากคนแปลกหน้ามากถึงเพียงนี้
“ขอบพระคุณเถ้าแก่เนี้ยมากเจ้าค่ะ ท่านจิตใจดีสมคำร่ำลือที่ชาวเมืองกล่าวขานถึงท่าน บุญคุณในครั้งนี้ข้าขอมอบการคารวะให้ท่านด้วยใจจริง”
จางเย่วชิงก้มหัวลงขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกเต็มตื้นในอก นางมองออกว่าผู้ใดกระทำด้วยความจริงใจหรือเสแสร้งเพื่อหาผลประโยชน์ ซึ่งเถ้าแก่เนี้ยผู้นี้มีแต่แววตาเอื้ออาทรมอบให้นาง ดียิ่งกว่าคนในครอบครัวที่ปล่อยปละละเลยและทิ้งขว้างนางมาตั้งแต่เยาว์วัย
เมื่อได้ตั๋วเงินที่ลงลายมือชื่อจากร้านเฟิ่งหวงเรียบร้อยแล้ว จางเย่วชิงก็เอ่ยลาเถ้าแก่เนี้ยผู้ใจดี แล้วเดินกลับไปตลาดสดเพื่อหาซื้ออาหารและของใช้ที่จำเป็น เพื่อใช้ในการหลบหนีออกนอกเมืองหลวงในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า
ที่นางยังไม่ออกเดินทางเสียวันนี้พรุ่งนี้ เพราะต้องพักฟื้นร่างกายที่บอบบางอ้อนแอ้นให้แข็งแรงเสียก่อนที่จะต้องออกเดินทางไกล หากพบเจอโจรผู้ร้ายจะได้เอาตัวรอดได้ ขืนนางดื้อรั้นจะหลบหนีออกไปทั้ง ๆ ที่ตนเองยังอ่อนแอ อาจจะพลาดพลั้งต่ออันตรายที่มิรู้ได้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ ในยุคที่ไม่ได้มีจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เยี่ยงนี้ยิ่งต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
จุดหมายปลายทางของเย่วชิงคือเมืองเสิ่นหนาน เมืองใหญ่ที่อยู่ถัดจากเมืองหลวงไปทางทิศใต้ประมาณ 3 เมือง ระยะห่างจากเมืองหลวงราว ๆ 200 ลี้[1]
จางเย่วชิงตั้งใจไปปักหลักใช้ชีวิตใหม่อยู่ที่เมืองเสิ่นหนาน ทันทีที่ไปถึงนางจะดำเนินการเปลี่ยนแซ่ มาใช้แซ่เดิมของมารดา เพราะบิดาผู้นั้นทำหนังสือตัดขาดนำมามอบให้นางตั้งแต่ครั้งยังอยู่ที่จวนตระกูลจางแล้ว จึงไม่มีเหตุที่นางจะยังใช้แซ่ของเขาอยู่
ตลาดใจกลางเมืองหลวง
ร้านที่เย่วชิงตั้งใจเข้าไปเลือกซื้อเป็นอันดับแรก คือ ร้านขายยาสมุนไพร อดีตสายลับหญิงขององค์กร FBI มีอีกอาชีพหนึ่งที่นางปกปิดตัวตนเอาไว้อย่างมิดชิด คือ การเป็นนักวิจัยยาระดับหัวกะทิขององค์กรยาแห่งสหประชาชาติ
จางเย่วชิงเป็นศาสตราจารย์อายุน้อยที่มีระดับไอคิวของสมองมากเกิน 200 นางสามารถคิดค้นสูตรยาทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณได้มากกว่า 1,000 สูตร ในระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น