ตอนที่ 3
ภรรยาผู้น่าสงสาร (เหรอ?)
November 4, 2026
บทที่สอง
ภรรยาผู้น่าสงสาร (เหรอ?)
วันรุ่งขึ้น ซูเมิ่งได้รับข่าวใหญ่ที่ทำเอาช็อก มิใช่สิภาษาของคนที่นี่คงเรียกว่าตื่นตะลึงต้อนรับยามเช้า จิวซือบ่าวสาวใช้ของนางที่ติดตามมาตั้งแต่จากบ้านนอกวิ่งหน้าตาแตกตื่นเข้ามาหานางเพื่อแจ้งข่าว
สามีที่ออกปากไล่นางเมื่อคืนบัดนี้ได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้เข้าร่วมสงครามและขบวนกองทัพได้ออกเดินทางไปตั้งแต่ตอนเช้าตรู่
ยามอิ๋น [1] กระมังเห็นว่ามีคนบอกกันเช่นนั้น
เฮ้อ ท้ายที่สุดแล้วซูเมิ่งผู้เป็นภรรยาของบุรุษผู้นั้นก็รู้ข่าวเป็นคนสุดท้าย
ดียิ่งนัก!
ซูเมิ่งจมอยู่กับความคิดของตนเองทันที เพราะสถานการณ์เช่นนี้ราวกับสวรรค์ต้องการให้รางวัลแก่นาง แผนการต่างๆ ที่วาดฝันไว้ดูเป็นไปได้ในเวลาอันใกล้
ซูเมิ่งแทบอยากกระโดดตีอกชกอากาศด้วยความดีใจ ทว่านางเพียงทำได้แต่ในใจเท่านั้น เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่านางบ้าเอาได้
“ฮูหยิน อย่าเสียใจไปเลยนะเจ้าคะ นายท่านอาจเร่งรีบจนไม่มีเวลาชี้แจงด้วยตัวเอง”
“....”
ใบหน้านางแสดงอาการเศร้าสร้อยหรือ ซูเมิ่งหันมามองสาวใช้ผู้ภักดีของตนเองฉงน ทว่านางก็มิได้เอ่ยแก้ตัวอันใดออกไปเพราะในความเป็นจริงซูเมิ่งผู้เป็นภรรยาของบุรุษผู้นั้นสมควรรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
ขณะนี้นางกำลังนั่งเล่นอยู่ที่ศาลากลางน้ำของจวนตระกูลหยางอันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่ ซูเมิ่งเหลือบตามองไปข้างหน้าบังเอิญเห็นว่าที่ต้นเสาไม่ไกลมีสาวใช้ผู้หนึ่งยืนหลบมุมแอบดูพวกนางอยู่
ดูจากเครื่องแต่งกายเหมือนเป็นสาวใช้ของเรือนท่านแม่
ท่านแม่ในที่นี้คือหยางเซียง ฮูหยินใหญ่ของตระกูลหยางคนปัจจุบัน ซึ่งก็คือภรรยาของประมุขตระกูล หยางสือ บิดาของสามีนาง
ซูเมิ่งรู้ว่าหยางเซียงมิใช่มารดาที่แท้จริงของหยางเหวิน เป็นแม่เลี้ยงเพราะมารดาของชายหนุ่มเสียชีวิตไปนานแล้ว
นางส่งคนมาคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของลูกสะใภ้ทำอันใด
หรือเป็นคำสั่งของประมุขตระกูลที่ไม่ไว้ใจนางซึ่งเป็นคนของศัตรูให้อยู่ตัวคนเดียว
ไม่น่าใช่ หากเป็นเช่นนั้นจริงส่งทหารมากฝีมือมาติดตามนางโดยไม่ให้รู้ตัวมิดีกว่าหรือ
โอ๊ย มิรู้แล้ว ซูเมิ่งไม่อยากคิดเรื่องราวพวกนี้ให้ปวดหัว
พอนางรู้ว่ามีคนจับตามองเช่นนั้นซูเมิ่งจากที่ตอนแรกนั่งนิ่งยามได้ฟังข่าวของสามีนางเปลี่ยนเป็นฟุบหน้าลงกับสองมือตนเองแสร้งเป็นคร่ำครวญร้องไห้จนไหล่สั่น
“ฮึก ท่านพี่ใจร้ายยิ่ง”
“ฮูหยิน ฮึก อย่าร้องไห้ไปเลยเจ้าค่ะ”