ตอนที่ 4
ภรรยาผู้น่าสงสาร (เหรอ?) (2)
November 4, 2026
ส่วนทางฝ่ายซูเมิ่งที่พอเดินออกห่างจากศาลากลางน้ำมาไม่ถึงสิบก้าว จากที่เป็นสตรีตัวน้อยผู้น่าสงสารก็ผันเปลี่ยนท่าทาง ปลดมือที่ปิดหน้าลง รอยยิ้มบนใบหน้าเผยออกมาราวกับคนอารมณ์แจ่มใสมากกว่าสตรีที่โดนสามีทิ้ง
จิวซือที่บนหน้าตนเองยังมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนอยู่เดินตามจ้องมองเจ้านายตนเองตาปริบๆ จนเดินกันถึงเรือนหลังเล็กที่โดนแม่สามีสั่งให้ย้ายมาอยู่ที่นี่แทนเรือนหลังใหญ่ของลูกชายตนเองตั้งแต่เช้าจิวซือก็ยังตามอารมณ์เจ้านายตนเองไม่ทัน
“อะ เอ่อ ฮูหยินของบ่าวยิ้มได้แล้วหรือเจ้าคะ”
“หืม....คิก จิวซือเจ้าสมองช้ายิ่งนัก ตามข้ามาข้างในห้องก่อนเดี๋ยวข้าแถลงไขให้สมองน้อยๆ ของเจ้าเอง”
“จะ เจ้าค่ะ”
“ปิดประตูลงกลอนด้วย”
“หืม เอ่อ แต่นี่ยังเช้าตรู่อยู่เลยนะเจ้าคะ”
“เถอะน่า”
“เจ้าค่ะ”
จิวซือมีความคิดหนึ่งแวบเข้ามานางคิดว่าคุณหนูของนางอาจเสียใจจนผีเข้าผีออก สับเปลี่ยนอารมณ์จนนางตามไม่ทันเสียแล้ว
แต่ไม่ว่าอย่างไรจิวซือก็จะอยู่รับใช้เจ้านายผู้นี้ของนางจนกว่าชีวิตน้อยนี้จะหาไม่แน่นอน
ฝ่ายซูเมิ่งพอบ่าวของตนเองเดินเข้ามานั่งรอรับคำสั่งของตนเองอย่างตั้งใจ หญิงสาวก็รีบชี้แจงตามแผนการที่สมองอันน้อยนิดนี้คิดออกมาได้ในเวลานี้
“เจ้ารักข้าหรือไม่จิวซือ”
“หะ หา ฮูหยินไยท่านถามเช่นนั้น ข้าน้อยรักและบูชาท่านยิ่งกว่าชีวิตของข้าน้อยอยู่แล้วเจ้าค่ะ ข้าน้อยมิคิดลืมบุญคุณที่มารดาของฮูหยินเก็บขอทานอย่างข้าน้อยและแม่มาชุบเลี้ยงเจ้าค่ะ”
ไม่เพียงพรรณนาถึงความภักดียิ่งชีพของตน จิวซือโถมตัวลงไปกอดขาเจ้านายสาวของตนเองอย่างหวั่นวิตกเกรงว่าอีกฝ่ายจะคิดสั้นขึ้นมา
“ใจเย็นก่อนจิวซือ ข้าเพียงต้องการสอบถามความสมัครใจของเจ้าเท่านั้น....เฮ้อ พูดกันตามตรงคือ สิ่งที่ข้าจะทำต่อจากนี้ค่อนข้าง....เข้าใจยาก ถ้ามิอาจบอกเหตุผลให้เจ้าได้ ขอเพียงเจ้าเชื่อใจข้าและทำตามก็เพียงพอ”
“มิว่าเป็นสิ่งใดบ่าวจะทำตามคำสั่งคุณหนูทุกอย่างเจ้าค่ะ”
ซูเมิ่งมองดูสายตามุ่งมั่นของอีกฝ่ายก็ยิ่งสบายใจ
“นับจากนี้ข้าจะเสมือนเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนหลังนี้ หากมิมีเรื่องสำคัญใดจริงๆ เจ้าจงห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาในเรือนของเราได้
ส่วนอาหารสามมื้อเจ้านำสำรับเข้ามาให้ข้าในเรือนอย่าได้ขาด หากใครขานเรียกเจ้าก็แสร้งปลอมน้ำเสียงเป็นข้า
จิวซือ เจ้าทำสิ่งเหล่านี้เพื่อข้าได้หรือไม่”
“ดะ ได้เจ้าค่ะ แต่ว่า....ไยฮูหยินจึงเอ่ยราวกับ....ท่านจะมิอยู่ที่เรือนเสียอย่างนั้น”
“ถูกต้อง ที่เจ้าพูดมามิผิด แต่ก็มิถูกเสียทีเดียว”
“คุ คุณนะ....ฮูหยิน มิได้นะเจ้าคะ หะ....”
“ไหนเจ้าบอกว่าจะทำตามที่ข้าสั่งอย่างไรเล่าจิวซือ”
“ตะ แต่....”
“ไม่มีแต่ จากนี้ไปข้าจะแอบออกไปข้างนอกบ่อยหน่อย แต่เรื่องที่ข้าออกไปข้างนอกจะต้องเป็นความลับมิสามารถให้ผู้ใดจับได้เด็ดขาด!”
หลายวันถัดมา
ณ เรือนน้ำชาในหอขายอาหารจวี๋ฮวาที่ซูเมิ่งในอาภรณ์แปลกตา บนใบหน้ากว่าครึ่งถูกปกปิดด้วยผ้าโปร่งแสง
ที่เอ่ยว่าอาภรณ์แปลกตาคือปกติแล้วซูเมิ่งมักสวมใส่ชุดที่ตัดด้วยผ้าสีกลีบดอกบัว ปักทอด้วยลายดอกไม้ดูเรียบร้อยอ่อนหวานดั่งที่สาวใช้ของนางได้รับชุดมาจากเรือนใหญ่
ทว่าหลายวันมานี้ตั้งแต่ซูเมิ่งสามารถหาหนทางออกจากจวนตระกูลหยางโดยที่มิทำให้ผู้ใดรู้ได้แล้วนางผลัดเปลี่ยนเป็นชุดสีเข้มดูโตเป็นผู้ใหญ่เกินวัยที่แท้จริงของนาง
นัยน์ตาสีเข้มวาววับยามนั่งฟังบทสนทนาของผู้คนที่แวะเวียนกันมาดื่มกินน้ำชาในร้านแห่งนี้ไม่ขาดสาย