ตอนที่ 35
บทที่ 0035
October 31, 2026
วันรุ่งขึ้น ซูหวั่นก็ได้ไปพบกับป้าฟาง เพื่อขอให้ซูชิงสามีของป้าฟางช่วยหาคนงานที่มีความสามารถมาสักสองสามคน
และป้าฟางก็ตกปากรับคำอย่างรวดเร็ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซูชิงก็พาเหล่าบรรดาพวกผู้ชายไปช่วยสร้างห้องครัวและห้องส้วมให้กับนาง โดยที่ซูหวั่นเข้าป่าไปโดยลำพัง
และก็เป็นไปตามที่คิดเอาไว้ กระต่ายหนึ่งตัวและไก่ป่าอีกหนึ่งตัวได้ติดกับดักแล้ว
ซูหวั่นได้ใส่กระต่ายและไก่ป่าลงไปในพื้นที่จินตนาการ โดยพบว่าแม่กระต่ายที่ใส่ไว้ก่อนหน้านี้มีลูกถึงสิบตัวแล้ว!
และทุกตัวก็น่ารักเสียจริงๆ
แม่ไก่ตัวนั้นยังคงฟักไข่อยู่ และก็ไม่รู้ว่าฟักลูกไก่ออกมากี่ตัวแล้ว ซูหวั่นเดินเข้าไปในห้องห้องนั้น และพบว่าเครื่องปรุงและยาที่ใช้ไปแล้วถูกเติมเอาไว้จนเต็มทั้งหมด
และอากาศภายในพื้นที่ก็ดูจะสะอาดและหอมหวานยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอีก
โดยที่มีน้ำพุสายหนึ่งอยู่ตรงผิวของแม่น้ำ และก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะซูหวั่นเกิดภาพลวงตาหรือไม่ แต่นางมักจะรู้สึกว่าน้ำพุนี้ค่อนข้างจะขาว ราวกับน้ำพุแห่งจิตวิญญาณเลยทีเดียว
ส่วนปลาและกุ้งที่จับยัดเข้าไปก่อนหน้านี้ก็โตขึ้นมากด้วยเช่นกัน
สวนผลไม้ยังคงเต็มไปด้วยผลไม้ และส่วนใหญ่จะสุกแล้ว นางไม่รู้ว่าในยุคนี้จะมีแอปเปิลหรือไม่ และก็ไม่รู้ว่าหากนำไปขายจะก่อให้เกิดความโกลาหลหรือไม่
พื้นที่นี้ช่างมหัศจรรย์เสียจริงๆ จิตสำนึกสามารถเข้าไปได้ และร่างกายของซูหวั่นก็สามารถเข้าไปได้ด้วยเช่นกัน
ทันทีที่เข้าไปด้านใน เวลาของข้างนอกก็จะช้ามาก ข้างนอกหนึ่งวัน เท่ากับข้างในหนึ่งเดือน
หลังจากที่ซูหวั่นสำรวจจิตสำนึกมากพอแล้ว นางก็ถอนตัวออกมาจากพื้นจินตนาการนั้น
แต่ก่อนที่นางจะได้ลืมตาขึ้นมา นางก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังทิ่มหน้าของนางอยู่ และนางก็ลืมตาขึ้นมาอย่างฉับพลันพร้อมกับจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างตั้งรับ
และก็เป็นเด็กน้อยดำๆคนหนึ่ง โดยที่ผิวหนังสีเหลืองผสมดำ
ไม่ใช่เพราะตากแดด และก็ไม่ใช่เป็นตั้งแต่เกิดด้วย
ซึ่งซูหวั่นมองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าเด็กคนนี้ถูกวางยาพิษเสียแล้ว!
และเมื่อเด็กชายตัวน้อยเห็นซูหวั่นที่จ้องมองตัวเองอย่างไม่กะพริบตา จู่ๆดวงตาก็แดงก่ำด้วยความโกรธ“นังเด็กเหลือขอ หากเจ้ายังจ้องเจ้าชายอย่างเราอีก เราก็จะควักลูกตาของเจ้าออกมาทิ้งซะ!”
ซูหวั่นยังคงไม่ขยับเขยื้อน และมองสำรวจเด็กชายตัวน้อยอยู่แบบนั้น
พิษค่อนข้างจะแปลก และพบได้ยากในยุคปัจจุบัน โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนวางยาเขาด้วย
นางอยากจะพาเด็กชายตัวน้อยกลับไปห้องวิจัยเพื่อทำงานวิจัยเสียจริงๆ