ตอนที่ 1320
บทที่ 1320 ความจริงเมื่อแปดปีก่อน (2)
October 28, 2026
โจ๋วชิงมองไปทางเวินลั่วฉิง คิดไปสักพัก จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “เธอไม่มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ครับ” โจ๋วอันหนานได้ยินโจ๋วชิงอธิบายแทนเธอแล้วก็โล่งอกไปที
“ใช่ เธอไม่มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น หรือควรจะพูดว่านี่ก็ไม่ใช่ความหมายของเธอ นี่เป็นความหมายของบ้านโจ๋ว คุณโจ๋วก็แค่ทำตามคำสั่ง” เวินลั่วฉิงมองไปทางโจ๋วอันหนาน จากสั้นก็ให้คำอธิบาย
จุดนี้ก็ไม่ยากที่จะวิเคราะห์ออกมา โจ๋วอันหนานเป็นคนเย็นชามาโดยตลอด ไม่มีทางสนใจเรื่องพวกนี้แน่นอน ทว่าโจ๋วอันหนานดันไปทำแบบนั้น งั้นก็มีเพียงคำอธิบายข้อเดียว นี่คือความหมายของบ้านโจ๋ว บ้านโจ๋วไม่อยากให้หยวนหยูแต่งเข้าบ้านโจ๋ว
ในตอนที่โจ๋วอันหนานได้ยินประโยคนี้ของเวินลั่วฉิง ในที่สุดบนใบหน้าก็มีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย หัวใจของโจ๋วอันหนานดิ่งลงเหว ยัยเวินลั่วฉิงนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ
“หมายความว่าอะไร? บ้านโจ๋ว? เป็นไปไม่ได้ พ่อแม่ของผมไม่ได้คัดค้านผมกับหยวนหยู” สีหน้าของโจ๋วชิงเปลี่ยนไป เขารับอธิบายตอบทันที แต่กลับไม่รู้ว่าอธิบายให้เวินลั่วฉิงฟัง หรืออธิบายให้ตัวเองฟัง
ตอนนั้นที่เขาพาหยวนหยูกลับบ้านจริงๆ แล้วไม่ได้มีความหวังมากนัก ตอนนั้นเขาถึงขั้นเตรียมพร้อมที่จะแย้งกับพ่อแม่เรียบร้อยแล้ว แต่เขาคิดไม่ถึงว่า หลังจากที่เขาพาหยวนหยูกลับบ้านแล้ว พ่อแม่ไม่ได้คัดค้าน ทั้งหมดต่างก็ราบรื่น ราบรื่นจนเขาไม่อยากจะเชื่อ
“พี่ พี่บอกผมมา เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” โจ๋วชิงไม่ได้โง่ ในทางกลับกันเขาฉลาดมาก เขาเข้าใจทันที ตอนนั้นบ้านโจ๋วยอมรับหยวนหยูราบรื่นเกินไป ราบรื่นจนไม่ปกติมาก ดังนั้น เรื่องบางอย่างเขาไม่สามารถไม่คิดมากได้
“โจ๋วชิง นายได้ยินคำพูดสร้างความแตกแยกของเธอมาสองสามคำก็สงสัยในตัวฉัน? เธอเป็นอะไรของนาน? นายเป็นอะไรของนาย? นายมีสมองหรือเปล่า” โจ๋วอันหนานมองไปทางโจ๋วชิง ในน้ำเสียงมีความโมโหอยู่ ฟังแล้วท่าทีเหมือนมีเหตุผล
“แล้วก็ นี่นายกำลังสงสัยพ่อแม่อยู่” สีหน้าที่ผิดหวังของโจ๋วอันหนานนั้นพอดีมาก
“ผมไม่ได้สงสัยพ่อแม่ ผมแค่อยากรู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่? พี่ พี่บอกผมนะ ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” วินาทีนี้โจ๋วชิงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ในตอนนั้นเขาคงพลาดเรื่องราวมากมายไป
เขาอยากรู้ความจริง ตอนนี้เขาแค่อยากรู้ความจริง
“นี่เป็นเรื่องของนาย ฉันจะรู้ได้ยังไง” โจ๋วอันหนานมองไปทางโจ๋วชิง สีหน้าสุขุม ไม่ได้มีความผิดปกติมากมาย แน่นอน และไม่ได้มีความรู้สึกมากมาย แม้กระทั่งความสงสารก็ไม่มี
“คุณโจ๋วไม่อยากพูด เดี๋ยวฉันมาพูดแทนคุณโจ๋วเอง” เวินลั่วฉิงมองดูสีหน้าที่ไม่ยอมรับของโจ๋วอันหนานแล้ว ก็แอบสูดหายใจลึก เธอเคยเจอคนที่กระด้างกว่านี้ แต่ว่า ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดแบบโจ๋วอันหนาน ปกปิดโดยไม่มีข้อบกพร่องใดๆ นั้นเจอไม่มากจริงๆ
เวินลั่วฉิงรู้ว่าถามอะไรยากโจ๋วอันหนานไม่ได้แน่นอน งั้นสู้เธอพูดออกมาเองดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาด้วย
“ทำไม? คุณถังจะแต่งเรื่องอีกแล้ว?” โจ๋วอันหนานหันไป เหลือบไปมองเวินลั่วฉิงหนึ่งที พูดด้วยความประชด
“คุณโจ๋วไม่ต้องรับ เรื่องราวนั้นต้องพูดแน่นอน ส่งนเรื่องแต่งหรือไม่แต่ง โจ๋วอันหนานน่าจะรู่เียิ่งกว่าใคร” เวินลั่วฉิงไม่ได้โกรธ แต่แค่รู้สึกว่าการตอบสนองของโจ๋วอันหนานในแบบนี้ช่างน่าตลกมาก
โจ๋วอันหนานอึ้งไปเล็กน้อย ตะกุกตะกักในใจ ทว่าเธอไม่ได้พูดอะไร โจ๋วอันหนานเป็นคนฉลาด เธอรู้ว่าเรื่องบางเรื่อง ยิ่งพูดก็จะยิ่งเผยเยอะ เธอเองก็รู้สึกเวินลั่วฉิงขัดตามาก ดังนั้นจึงได้พูดประชดออกไปสองประโยค
“ฉิงฉิง เธอพูด เธอรีบพูด” โจ๋วชิงกลับรอไม่ไหวแล้ว ไม่สามารถถามอะไรจากปากของโจ๋วอันหนานได้ ตอนนี้เขาฝากความหวังทั้งหมดไว้บนตัวของฉิงฉิง โจ๋วชิงเองก็รู้ เวินลั่วฉิงไม่มีทางพูดอะไรมั่วๆ โดยไม่มีหลักฐานแน่นอน
“แปดปีก่อน คุณพ่อของหยวนหยูเป็นหัวโรคภาวะหัวใจล้มเหลว คุณโจ๋วไปหาหยวนหยู สัญญากับหยวนหยูว่าจะช่วยคุณพ่อของเธอ จากนั้นให้เธอจากไป ภายใต้สถานการณ์แบบนั้น หยวนหยูไม่มีทางเลือก เพราะว่าหากเธอไม่ตอบตกลงคุณโจ๋ว งั้นคงทำได้แต่ดูคุณพ่อของตัวเองเสียชีวิตไปแบบนี้ ดังนั้น หยวนหยูตั้งใจอยู่กับผู้ชายคนอื่น ให้นายเข้าใจผิด ให้นายจับชู้ได้คาหนังคาเขา ให้นายตายใจ” ในตอนที่เวินลั่วฉิงพูดประโยคนี้ นัยน์ตานั้นมองโจ๋วชิงอยู่ เรื่องราวในส่วนหน้านั้นมั่นใจมากแล้ว ส่วนหลังสองประโยคนั้นเธอเดา
สามารถมองออกว่าโจ๋วชิงรักหยวนหยูมาก ดังนั้นในสถานการณ์ปกติโจ๋วชิงไม่มีทางเลิกกับหยวนหยูแน่นอน น่าจะมีแค่เพราะหยวนหยูอยู่กับคนอื่น จึงจะสามารถทำให้โจ๋วชิงเลิกราได้
ตอนนั้นอาการของคุณพ่อหยวนหยูเร่งด่วนมาก เวลาจากที่คุณพ่อหยวนหยูเข้าโรงพยาบาลในมณฑลกับตอนที่โจ๋วชิงเลิกกับหยวนหยูเป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน ดังนั้นหยวนหยูไม่มีเวลาค่อยๆสร้างความเข้าใจผิดให้กับโจ๋วชิง เร็วที่สุด ตรงที่สุด และเป็นวิธีที่หยาบคายที่สุด ก็คือจับชู้ได้คาหนังคาเขา
มีเพียงแต่ภายใต้สถานการณ์แบบนั้น โจ๋วชิงจึงจะตายใจ จึงจะไม่ไปสงสัย
โจ๋วชิงได้ยินคำพูดของเวินลั่วฉิงแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เรื่องนั้นเขาไม่เคยบอกกับใครมาก่อน แม้กระทั่งก่อนหน้านี้ที่พี่ใหญ่ถามเขาก็ไม่เคยพูด เวินลั่วฉิงรู้ได้ยังไงกัน?
เวินลั่วฉิงเห็นการตอบสนองของโจ๋วชิง ก็เข้าใจแล้วว่าตัวเองเดาถูก นัยน์ตาของเวินลั่วฉิงเหลือบมองไป เป็นเหมือนกับที่คิดว่าว่าเห็นสีหน้าของโจ๋วอันหนานก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน