ตอนที่ 1326
บทที่ 1326 รอเสพดราม่า (2)
October 28, 2026
“ผมจะรักษาหยวนหยูให้หาย หยวนหยูฟื้นแล้ว ทุกอย่างก็จะกระจ่างเอง ถึงเวลานั้นเธอไม่ยอมรับก็ไม่ได้แล้ว”โจ๋วชิงรู้ว่าโจ๋วอันหนานไม่ยอมรับเองแน่ ทว่าหากหยวนหยูฟื้น โจ๋วอันหนานก็จะถูกเปิดโปงทันที
ตอนนี้ในสายตาโจ๋วชิง โจ๋วอันหนานไม่ใช่พี่สาวแท้ๆของเขาอีกต่อไป แต่เป็นจอมมารตนหนึ่ง ดังนั้นเขาไม่สนใจความผูกพันทางสายเลือดอะทั้งสิ้น
“ได้” เวินลั่วฉิงเข้าใจความหมายของโจ๋วชิง อันที่จริงเวินลั่วฉิงยังคงตั้งความหวังไว้สูง เธอคิดว่าหากการผ่าตัดไม่ใช่ปัญหาร้ายแรง ก็จะจัดการปัญหาอื่นง่ายกว่า
ฝีมือการแพทย์ของโจ๋วชิงนั้นดีเยี่ยม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกเขายังสามารถหาหมอคนอื่นมาช่วยด้วยอีกแรง ดังนั้นจึงต้องช่วยหยวนหยูให้ฟื้นได้แน่
อย่างที่โจ๋วชิงบอก ขอเพียงหยวนหยูฟื้นแล้ว โจ๋วอันหนานก็ไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้อีก
โจ๋วชิงกำลังติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
“พี่จะโทรหาดอกเตอร์กู่ ให้เขามาช่วยอีกแรง”ถังหลินก็หยิบมือถือขึ้นมาโทร ถึงแม้จะเชิญตัวดอกเตอร์กู่ยาก ทว่าตอนนี้ดอกเตอร์กู่รับจื่อซีเป็นลูกศิษย์ในโอวาทแล้ว ดังนั้น ดอกเตอร์กู่ต้องยินดีช่วยเหลือแน่
ดังคาด ถังหลินโทรติดพลันอธิบายคร่าวๆ ดอกเตอร์กู่ก็รับปากแล้ว
ตอนนี้โจ๋วอันหนานก็อยู่ในห้องคนไข้ด้วย จึงได้ยินถังหลินคุยโทรศัพท์ เมื่อเธอได้ยินว่าดอกเตอร์กู่รับปากจะมาช่วยก็รู้สึกตกลึง ดอกเตอร์กู่เชิญง่ายตั้งแต่เมื่อไหร่
หากดอกเตอร์กู่มาช่วยด้วยอีกแรง เกรงว่าไม่นานก็จะตรวจพบปัญหา แล้วจะช่วยหยวนหยูให้ฟื้นขึ้นมาได้จริงๆหรือไม่
ถึงแม้เธอไม่เคยเจอหน้าดอกเตอร์กู่มาก่อน ทว่าเธอก็เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของดอกเตอร์กู่ในวงการแพทย์ไม่น้อย ครอบครัวของดอกเตอร์กู่เป็นตระกูลที่สืบทอดการแพทย์มายาวนาน เป็นต้นตำรับและนานกว่าตระกูลโจ๋วของพวกเขามาก
ส่วนตระกูลโจ๋วของพวกเธอพึ่งเข้าวงการแพทย์สมัยคุณปู่ ซึ่งคุณปู่ของเธอเป็นหมอที่ไม่ได้เล่าเรียนตรงสาย ส่วนคุณพ่อของเธอนั้นมีเทคนิคการรักษาไม่เลวเลย จากนั้นจึงสร้างโรงพยาบาลขึ้น และต่อมาเป็นเพราะผลงานของเธอ ชื่อเสียงตระกูลโจ๋วร่ำลือไปไกลโพ้น
ทว่าตระกูลกู่ไม่เหมือนกัน ตระกูลกู่นั่นสืบทอดวิชาแพทย์รุ่นสู่รุ่น เท่าที่รู้มาคือถ่ายทอดวิชาแพทย์มายาวนานกว่าพันปีแล้ว
ได้ยินว่าตระกูลกู่มีเคล็ดวิชาที่ไม่เปิดเผยสู่ภายนอกด้วย
ลูกหลานเกือบทุกคนของตระกูลกู่ล้วนมีพรสวรรค์ด้านการแพทย์มาก ซึ่งคนตระกูลกู่จดจ่อกับการวิจัยและศึกษาวิชาแพทย์อย่างเดียว ไม่เคยล้มเลิกกลางคัน หรือไปทำอาชีพอื่นเลย
กู่หยูมีพรสวรรค์ทางด้านการแพทย์มาก ได้ยินว่าตอนเขาอายุหนึ่งขวบก็สามารถแยกแยะสมุนไพรได้ยี่สิบกว่าชนิด ตอนอายุสามขวบก็รู้วิธีจับชีพจรแล้ว ตอนกู่หยูอายุหกขวบก็สามารถออกใบสั่งยาได้แล้ว
ตอนนี้อายุกู่หยูใกล้จะย่างเข้าห้าสิบปีแล้ว พรสวรรค์ที่เกินมนุษย์ บวกกับการศึกษาเกือบห้าสิบปี แถมกู่หยูยังไปศึกษาที่เมืองนอกมาอีกด้วย มีคนบอกว่าตอนนี้เทคนิคการแพทย์ของกู่หยูถึงขั้นเทพเซียนแล้ว ไม่ว่าจะโรคอะไร กู่หยูก็รักษาได้ทั้งนั้น
ดังนั้นเวลานี้โจ๋วอันหนานรู้สึกกลัวเล็กน้อย ถึงแม้เธอจะปกปิดได้ดี ถึงแม้เธอจะเชื่อมั่นในความสามารถของตน ทว่าเธอก็ยังคงกังวลว่ากู่หยูจะช่วยให้หยวนหยูฟื้นขึ้นมาได้
เมื่อวานเธอติดต่อกับหยวนหยูด้วยตัวเอง ดังนั้นหยวนหยูต้องรู้เรื่องทั้งหมดแน่ ดังนั้นหากหยวนหยูฟื้นขึ้นมา เธอก็จะโดนเปิดโปงแน่นอน
ทว่า โจ๋วอันหนานปรับอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว ไปเป็นไม่ได้หรอก พวกเขาช่วยหยวนหยูให้ฟื้นไม่ได้ ยาที่เธอฉีดให้หยวนหยูคือต้องนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราทั้งชีวิต ไม่มีใครช่วยหยวนหยูให้ฟื้นได้ แม้แต่เธอก็ช่วยไม่ได้
อาการของหยวนหยูในตอนนี้ ไม่มีใครช่วยได้เด็ดขาด ถึงแม้กู่หยูมาก็ช่วยไม่ได้เช่นกัน
นึกถึงจุดนี้ โจ๋วอันหนานก็โล่งอก หัวใจที่หวาดระแวงจนยกสูงขึ้นก็ค่อยๆทิ้งตัวลงมา จากนั้นก็กลับมาเรียบเฉยและยโสเช่นเดิม
เธอมองโจ๋วชิงที่กำลังติดต่อประสานงานอยู่ เห็นใบหน้าที่ร้อนรนของโจ๋วชิง เธอก็อดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้ โจ๋วชิงรีบร้อนก็ไม่มีประโยชน์ เพราะทุกอย่างกลายเป็นสิ่งตายตัวแล้ว
หยวนหยูไม่มีทางฟื้นขึ้นมาแน่นอน ขอเพียงหยวนหยูไม่ฟื้นก็ไม่มีใครชี้ตัวเอาผิดเธอได้ ถึงเวินลั่วฉิงจะสงสัยเธอก็ไม่มีประโยชน์ เพราะพวกเขาไม่มีหลักฐาน
บัดนี้โจ๋วชิงกำลังยุ่งหัวหมุน ไม่ได้สังเกตโจ๋วอันหนาน ทว่าเวินลั่วฉิงกลับพบความกระหยิ่มใจของโจ๋วอันหนาน
เวินลั่วฉิงรู้สึกหมดคำจะพูดกับอีกฝ่าย โจ๋วอันหนานทำเรื่องโหดร้ายมากมายขนาดนั้น โจ๋วอันหนานทำให้หยวนหยูสลบไสลเช่นนี้ ตอนนี้มองโจ๋วชิงร้อนใจราวกับมดในหม้อเดือด ทว่าเธอก็ยังได้ใจอีก?
โจ๋วอันหนานกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?