ตอนที่ 1336
บทที่ 1336 นาทีอันตราย(2)
October 28, 2026
คนที่อยู่ในห้องผู้ป่วยก็น่าจะเป็นพ่อของหยวนหยูเนี่ยแหละ
ดูแบบนี้แล้ว สภาพร่างกายของหยวนหยูถือว่าไม่เลว สีหน้าก็โอเคอยู่ เวินลั่วฉิงสื่ออารมณ์ผ่านแววตาเล็กน้อย อาการของพ่อหยวนหยูดีกว่าที่เธอคาดการณ์ไว้ ต่อจากนี้แผนการของเธอก็น่าจะราบรื่นขึ้นมาได้บ้าง
“พวกเราเข้าไปแบบนี้ พ่อของหยวนหยูต้องไม่เชื่อพวกเราแน่นอน คงไม่ยอมไปกับพวกเราหรอก พอแบบนี้ก็จะเสียเวลาแน่นอน”คำพูดของเวินลั่วฉิงเป็นเรื่องจริง เพราะยังไงซะโจ๋วอันหนานได้ช่วยชีวิตของพ่อหยวนหยูไว้ พ่อของหยวนหยูเชื่อใจโจ๋วอันหนานแน่นอน อีกอย่างพ่อของหยวนหยูน่าจะพักอยู่ที่นี่นานมากแล้ว ถ้าไม่มีโจ๋วอันหนาน พ่อของหยวนหยูน่าจะไม่ยอมไปด้วยหรอก ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาเป็นคนบุกเข้าไปโดยตรงแบบนี้ ไม่ว่าใครก็คงต้องระแวดระวังอยู่
“ถ้าเขาไม่ยอมก็ลักพาเขาไปโดยตรงเลยครับ”แต่ไหนแต่ไรวิธีของกู้หวูล้วนตรงไปตรงมาแบบนี้ตลอด แน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้วิธีนี้ก็ได้ผลดีที่สุดเช่นกัน
“หัวใจของเขาไม่แข็งแรง ทนรับการกระทบกระเทือนจิตใจไม่ได้”เวินลั่วฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ถ้าพ่อของหยวนหยูเป็นคนปกติแข็งแรง วิธีของกู้หวูใช้ได้จริงๆ
แต่หัวใจของพ่อหยวนหยูมีปัญหา ในเมื่อพ่อของหยวนหยูพักอยู่ที่นี่ตลอด งั้นก็แสดงว่าหัวใจของพ่อหยวนหยูไม่ได้รักษาจนหายขาดหมด ถ้ากู้หวูแย่งคนโดยตรง ไม่แน่อาจจะทำให้เสียชีวิตได้
“งั้นก็ไม่ต้องสนใจเขาแล้วครับ ไปกันเถอะ”สำหรับกู้หวูแล้ว คุ้มกันคุณหญิงสำคัญที่สุด สำหรับเขาแล้วคนอื่นล้วนไม่เป็นไร
ตอนนี้กู้หวูไม่อยากสนใจคนที่อยู่ข้างในจริงๆ เขาแค่อยากพาคุณหญิงออกไปโดยเร็ว
แต่คุณหญิงไม่ออกคำสั่ง กู้หวูก็ไม่กล้ามาไม้แข็ง เขายังต้องฟังคำสั่งของคุณหญิง
“ผมโทรถามก่อนว่าหยวนหยูฟื้นหรือยัง ถ้าหยวนหยูฟื้นแล้ว สามารถให้หยวนหยูพูดกับท่านได้”โจ๋วชิงก็ตระหนักได้ถึงปัญหานี้ เขารู้ว่าความกังวลของเวินลั่วฉิงมีเหตุผลมากๆ
โจ๋วชิงรีบหยิบมือถือออกมาแล้วเริ่มโทรศัพท์ ตอนที่โจ๋วชิงโทรศัพท์มือค่อนข้างสั่นอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเพราะกลัวหรือเพราะอย่างอื่น
เวินลั่วฉิงได้ยินคำพูดของโจ๋วชิงแล้วแววตาระยิบระยับไปครู่นึง วิธีของโจ๋วชิงก็ถือเป็นวิธีนึง แต่ก่อนอื่นคือหยวนหยูต้องฟื้นขึ้นมาก่อน อีกอย่างถึงให้หยวนหยูคุยโทรศัพท์กับพ่อของเธอ อธิบายก็ต้องใช้เวลา อีกอย่างถึงหยวนหยูพูดกับพ่อของเธอเอง จะให้พ่อของหยวนหยูเชื่อเธอก็ต้องใช้เวลาอีกเหมือนกัน
ระเบิดอาจจะถูกจุดชนวนได้ทุกเมื่อ พวกเขาไม่มีเวลาที่มากพอ นาทีนี้สิ่งที่เวินลั่วฉิงกังวลที่สุดคือโจ๋วอันหนานอาจจะกลับมาได้ทุกเมื่อ แน่นอนว่าเวินลั่วฉิงยิ่งกังวลว่าโจ๋วอันหนานจะให้คนที่อยู่ใกล้ๆมา
เพราะฉะนั้นเธอไม่มีเวลามากขนาดนั้นจริงๆ
เวินลั่วฉิงมองเสื้อกาวน์ที่อยู่ข้างๆ เธอดึงเสื้อกาวน์มาใส่โดยตรง จากนั้นได้สวมหน้ากากอนามัยไว้
“โทรศัพท์โทรไม่ออก โทรศัพท์โทรไม่ออกเลย โจ๋วอันหนานจะต้องติดตั้งอะไรที่ทำให้มือถือของพวกเราโทรไม่ออกแน่ๆ……”โจ๋วชิงลองไปหลายครั้งก็โทรไม่ออก สีหน้ายิ่งได้เปลี่ยนไปโดยตรงเลย เขาตระหนักได้ว่าเรื่องร้ายแรงกว่าที่เขาคิดเอาไว้
นาทีนี้เวินลั่วฉิงได้ใส่เสื้อกาวน์เรียบร้อยแล้ว เวินลั่วฉิงหันไปทำท่าทางที่ห้ามส่งเสียงให้กับโจ๋วชิง
เกี่ยวกับเรื่องที่โทรไม่ออกนี้เวินลั่วฉิงไม่ได้รู้สึกว่าเหนือความคาดหมายเกินไป ตามการระมัดระวังของโจ๋วอันหนานแล้ว เวินลั่วฉิงรู้สึกนี่ปกติมาก สมเหตุสมผลมาก
โจ๋วชิงอึ้งเล็กน้อย จากนั้นได้ปิดปากเงียบทันที โจ๋วชิงเป็นคนฉลาด เขาเองก็เข้าใจเจตนาของเวินลั่วฉิงทันที ส่วนสูงของเวินลั่วฉิงกับโจ๋วอันหนานพอๆกัน นาทีนี้ใส่เสื้อกาวน์กับหน้ากากอนามัยแล้ว ดูแล้วแยกไม่ออกเลย
“ไอ้หัวโตตอนนี้นายออกไปคอนเฟิร์มก่อนว่าประตูทุกบานจะต้องปลดล็อคไว้”เวินลั่วฉิงหันไปมองไอ้หัวโตที่ถนัดไขกุญแจอย่างไว เวินลั่วฉิงรู้ว่าโจ๋วอันหนานสามาาถควบคุมการล็อคประตูในระยะไกล
ถ้าถึงเวลาประตูล็อค พวกเขาต้องเสียเวลาไขกุญแจอีก เกรงว่าอาจจะไม่ทัน
“ครับ คุณหญิง”ไอ้หัวโตได้รับคำสั่งแล้วไม่มีการลังเลเลยสักนิด ได้รีบตอบแล้วจากไปอย่างเร็ว
“กู้หวู ส่วนนายคอยให้ความร่วมมือกับฉัน”เวินลั่วฉิงได้หันมาสั่งการกู้หวูคำนึง
“ครับ คุณหญิง”กู้หวูยิ่งได้ตอบอย่างไว คุณหญิงพูดอะไรก็ตามนั้น ถึงแม้กู้หวูไม่รู้ว่าคุณหญิงจะให้เขาคอยให้ความร่วมมืออะไร แต่ว่ารับปากอย่างเดียวก็ถูกแล้ว
“คุณชายสองโจ๋ว ถ้าเกิดพ่อของหยวนหยูมีเรื่องเหนือความคาดหมายอะไร คุณต้องเตรียมพร้อมสำหรับการช่วยเหลือฉุกเฉินนะคะ”เวินลั่วฉิงไม่รู้ว่าร่างกายของพ่อหยวนหยูเป็นยังไง เธอก็กลัวจะเกิดสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมาย
ถึงแม้เวินลั่วฉิงรู้ว่าถ้าเกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย พวกเขาเสียเวลามันจะอันตรายมากๆ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของพ่อหยวนหยู แน่นอนว่าเวินลั่วฉิงกับโจ๋วชิงล้วนเข้าใจ การช่วยเหลือฉุกเฉินภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ขอแค่รักษาชีวิตเอาไว้ได้ก็โอเคแล้ว
หลังจากเวินลั่วฉิงพูดจบ ทีนี้ถึงได้เปิดประตูของห้องผ่าตัด ห้องผ่าตัดกันเสียงได้ดีมาก พ่อของหยวนหยูไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวของด้านนอกเลย จนกระทั่งเวินลั่วฉิงผลักประตูของห้องผู้ป่วยออก พ่อของหยวนหยูรู้สึกเหมือนมีคนมา เขาได้เงยหน้ามองมาทางประตู