ตอนที่ 1342
บทที่ 1342 ความโกรธกริ้วของคุณชายสามเย่ (4)
October 28, 2026
ถึงแม้โจ๋วอันหนานจะไม่เหลือเยื่อใยต่อเขาเลยสักนิด ไม่สนใจความเป็นความตายของน้องชายอย่างเขาคนนี้ แต่อย่างไรเสียโจ๋วอันหนานก็เป็นพี่สาวของเขา ดังนั้นตอนนี้โจ๋วชิงจึงรู้สึกผิดต่อทุกคนเป็นอย่างยิ่ง
“ฉันจะพาทุกคนไปส่งโรงพยาบาลก่อน” เย่ซือเฉินเข้าใจความรู้สึกของเขาดี อันที่จริงเรื่องนี้จะโทษโจ๋วชิงก็คงไม่ได้ สิ่งที่โจ๋วอันหนานเขา เขาจะต้องคิดบัญชีกับโจ๋วอันหนานอย่างแน่นอน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับโจ๋วชิงเลยสักนิด
โจ๋วชิงยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น ไม่ขยับเขยื้อน เขาค่อย ๆ ปิดตาทั้งสองข้างลง เพื่อปกปิดความรู้สึกของเขาที่เกิดขึ้นในเวลานี้
“จริงสิ หยวนหยูฟื้นแล้วนะ” เย่ซือเฉินหันมองเขา จากนั้นจึงรีบพูดเสริมขึ้นมา
โจ๋วชิงลืมตาขึ้นทันที จากนั้นเขาจึงพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง ดวงตาทั้งคู่ของเขาเป็นประกาย : “จริงหรือ เธอฟื้นแล้วจริง ๆ หรือ”
“นายคิดว่าฉันจะเอาเรื่องแบบนี้มาพูดล้อเล่นหรืออย่างไร ?” เย่ซือเฉินเหลือบมองเขาทันที เมื่อเห็นท่าทางของโจ๋วชิง เย่ซือเฉินก็รู้สึกโล่งใจลงไม่น้อย โชคยังดีที่หยวนหยูฟื้นขึ้นมาแล้ว
“รีบไปโรงพยาบาลเร็วเข้าเถอะ มิฉะนั้นหากนายสูญเสียเลือดจนตาย แม้แต่หน้าก็จะไม่มีวันได้เห็นอีก” คุณชายสามเย่สามารถพูดโน้มน้าวใจคนได้อย่างยอดเยี่ยม การโน้มน้าวใจคนระดับนี้ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
“ฉันจะห้ามเลือดไว้ก่อน และจะช่วยกู้หวูกับไอ้หัวโตห้ามเลือดเอาไว้ก่อนด้วย จากนั้นค่อยไปโรงพยาบาลกัน” ตอนนี้พละกำลังของคุณชายสองโจ๋วฟื้นฟูกลับมา ในที่สุดเขาก็นึกถึงการห้ามเลือดขึ้นมาได้ หยวนหยูฟื้นขึ้นมาแล้ว เขาจะเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด
เวินลั่วฉิงเห็นท่าทางของคุณชายสองโจ๋วในตอนนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ดีจริง ๆ การมีชีวิตรอดเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ ท่าทีที่ดูมีพละกำลังช่างเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ
“พ่อของหยวนหยูล่ะ ? ปลอดภัยดีใช่ไหม ?” โจ๋วชิงรีบห้ามเลือดให้กับทุกคน จากนั้นจึงนึกถึงพ่อของหยวนหยูที่ถูกพวกเขาพาตัวออกมาก่อนหน้านี้
“ยังหมดสติอยู่” กู้หวูหันมองชายที่นอนนิ่งอยู่ตรงที่ไกล ๆ โชคยังดีที่เป้าหมายของชายคนนั้นคือพวกเขา ดังนั้นจึงไม่ได้หันไปโจมตีพ่อของหยวนหยู ดังนั้นพ่อของหยวนหยูจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ
และโชคยังดีที่พ่อของหยวนหยูยังคงหมดสติอยู่ ยังไม่ฟื้นขึ้นมา มิเช่นนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ อาจทำให้รับตกใจจนโรคหัวใจกำเริบได้
“พาคนขึ้นรถไปโรงพยาบาลก่อน” ตอนนี้ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้บาดเจ็บ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือไปโรงพยาบาล
เพราะพวกของกู้หวูและโจ๋วชิงต่างก็ได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นเย่ซือเฉินจึงคิดที่จะไปแบกพ่อของหยวนหยูขึ้นรถ
“พี่ใหญ่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ” กู้หวูกลับรีบเดินนำขึ้นไปเสียก่อน เรื่องเช่นนี้จะปล่อยให้พี่ใหญ๋เป็นคนทำได้อย่างไร
“บาดแผลของนาย......” เย่ซือเฉินถูกห้ามเอาไว้ เขามองดูบาดแผลบนร่างกายของกู้หวูอย่างไม่สบายใจนัก
“บาดแผลแค่นี้เล็กน้อย ไม่เป็นไรหรอกครับ” กู้หวูรีบเดินเข้าไปจนถึงจุดที่พ่อของหยวนหยูนอนอยู่ จากนั้นจึงแบกพ่อของหยวนหยูขึ้นไว้บนหลัง แล้วเดินตรงไปยังรถของเย่ซือเฉิน
โจ๋วชิงเองก็ลุกยืนขึ้น ถึงแม้เขาจะถูกยิงหลายนัด แต่โชคยังดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ เพียงแค่เมื่อครู่เสียเลือดไปมาก จึงรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย แต่เขาก็ยังพอทนไหว เขาจะต้องอดทนเพื่อไปพบกับหยวนหยูให้ได้
“พี่สอง ฉันไม่มีวันปล่อยโจ๋วอันหนานไปเด็ดขาด” ในขณะที่โจ๋วชิงกำลังเดินอยู่นั้น เย่ซือเฉินก็โพล่งคำพูดประโยคนี้ออกมา
เพราะโจ๋วอันหนานเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของโจ๋วชิง ดังนั้นเย่ซือเฉินจึงต้องการพูดกับโจ๋วชิงให้ชัดเจน สิ่งที่โจ๋วอันหนานทำยากที่จะให้อภัยได้ เย่ซือเฉินไม่อาจละเว้นเธอเพียงเพราะเห็นแก่โจ๋วชิงได้
โจ๋วชิงหยุดฝีเท้าลง แววตาของเขาหมองหม่นลงเล็กน้อย สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่หลังจากนั้นเขาก็ค่อย ๆ แสยะยิ้มออกมา : “นายคิดจะทำอะไรก็ทำเถอะ ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่ฉัน”
คำพูดนี้ของโจ๋วชิงเป็นคำพูดที่มาจากใจจริง และไม่รู้สึกลังเลเลยสักนิด
“ตั้งแต่ที่เธอคิดจะฆ่าพวกเรา ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเธอก็จบสิ้นลงแล้ว” โจ๋วชิงค่อย ๆ พูดเสริมขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค เขาเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่น่าเสียดายที่โจ๋วอันหนันกลับไม่สนใจ
ก่อนหน้านี้ ตอนที่โจ๋วอันหนานทำให้เขาและหยวนยหูต้องแยกจากกัน เขาก็ไม่อาจให้อภัยได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นที่รู้สึกโกรธแค้นเช่นนี้ ทว่าตั้งแต่ที่โจ๋วอันหนานคิดที่จะฆ่าพวกเขา เขาก็รู้สึกโกรธแค้นโจ๋วอันหนานขึ้นจริง ๆ โกรธแค้นในความโหดเหี้ยมของโจ๋วอันหนาน โกรธแค้นในความอำมหิตของโจ๋วอันหนาน
เขาไม่รีบตรงไปฆ่าโจ๋วอันหนานในทันทีก็นับว่าดีมากแล้ว แล้วเขาจะคิดขัดขวางซือเฉินได้อย่างไร
“อืม ฉันเข้าใจแล้ว” เย่ซือเฉินแอบโล่งใจ เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของโจ๋วอันหนาน ไม่ว่าจะทำอะไรก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
โจ๋วชิงเดินมุ่งหน้าต่อไปยังรถ ส่วนเย่ซือเฉินก็อุ้มเวินลั่วฉิงขึ้นมา
“ฉันไม่ได้รับบาดเจ็บ ฉันเดินเองได้ค่ะ” เวินลั่วชิงผงะไป ถึงแม้จะเอ่ยปฏิเสธ แต่มือทั้งสองข้างของเธอกลับคล้องไปที่คอของเขาอย่างรวดเร็ว