ตอนที่ 1351
บทที่ 1351 โดนจับตัว(1)
October 28, 2026
หลินเป้ยรู้ดีว่าเมื่อครู่นี้อารมณ์ของตัวเองไม่ดีนัก และรู้อีกว่าน้ำเสียงของตัวเองก็ไม่ดีอย่างมากเหมือนกัน เธอมั่นใจว่าเจ้าชายใหญ่จะต้องฟังน้ำเสียงเสียดสีของเธอออก แต่เธอไม่มีคำจะอธิบาย!!
เธอไม่ได้มีเจตนาจะปิดบัง ได้ยินก็ได้ยินเถอะ เธอทุ่มเททำอะไรไปตั้งหลายอย่างแต่ไม่เคยได้รับการยอมรับจากเสด็จพ่อ ดังนั้นตอนนี้เธอไม่สนใจหากพวกเขาจะสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของเธอบ้าง
หลายปีที่ผ่านมานี้ เธอเสแสร้งจนรู้สึกเหนื่อย
“แต่ถังหลินจะมาถึงพรุ่งนี้ เราไม่ไปกับพี่หรอ......” เจ้าชายใหญ่ที่กำลังพูดอยู่ปลายสายชะงักไป เขารู้ดีว่าการที่เสด็จพ่อไม่อนุญาตให้หลินเป้ยไปต่างประเทศ ทำให้หลินเป้ยไม่พอใจ
หลินเป้ยอยู่ข้างกายเขามานานแล้ว เขาไม่เคยเห็นหลินเป้ยแสดงอาการไม่พอใจออกมาเลย ไม่ว่าจะมีเรื่องไม่สบายใจอะไร ไม่ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากเสด็จพ่อ หลินเป้ยก็ไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไรและไม่เคยแสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
เจ้าชายใหญ่คิดเพียงว่าการที่หลินเป้ยขอออกไปเที่ยว ทำไปเพื่อต้องการระบายอารมณ์เท่านั้น
แต่ที่ผ่านมาทุกคนต่างรู้ดีว่าหลินเป้ยเป็นคนอารมณ์ดี ไม่ใช่สิ เป็นคนไม่มีอารมณ์
“ถังหลินจะมาแล้วทำไมผมต้องไปต้อนรับด้วย เขาจะมาแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม” เดิมทีในใจของหลินเป้ยก็รู้สึกเสียความรู้สึกอยู่แล้ว ตอนนี้พอได้ยินชื่อถังหลิน อารมณ์ของเธอก็ยิ่งขุ่นมัวขึ้นมาอีก
การที่ถังหลินมา เป็นเรื่องวิเศษขนาดนั้นเลยหรือไง
พอถังหลินมา เธอต้องไปคอยดูแลด้วยงั้นหรือ
เจ้าชายใหญ่ “......”
คราวนี้เจ้าชายใหญ่เป็นฝ่ายไร้คำพูด หลินเป้ยอยู่กับเขามาเป็นเวลานานแล้ว และเขาไม่เคยเห็นเธอโมโหมาก่อนเลย อันที่จริงแล้วหลินเป้ยไม่เคยแสดงอารมณ์กับใครทั้งนั้น
แต่ตอนนี้ หลินเป้ยกลับอารมณ์เสียใส่เขา?
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” เจ้าชายใหญ่เป็นคนฉลาด เขารู้ดีว่าจะต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้น ไม่อย่างนั้นหลินเป้ยคงไม่แสดงอาการแบบนี้
“ไม่มีอะไรครับ ผมแค่เหนื่อย อยากออกไปเที่ยวสักช่วงหนึ่งเท่านั้น” หลินเป้ยเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองเสียอาการ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร รู้แค่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
เมื่อครู่นี้คนที่เธอโมโหใส่คือเจ้าชายใหญ่เชียวนะ
ในเมื่อระบายอารมณ์ออกไปแล้ว หลินเป้ยก็ไม่มีอะไรจะปิดบัง ตอนนี้เธอจึงลดน้ำเสียงของตัวเองลงอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นเพราะเสด็จพ่อไม่อนุญาตให้เราไปต่างประเทศใช่ไหม” เจ้าชายใหญ่ฟังความผิดปกติในน้ำเสียงของหลินเป้ยออก แม้ว่าเขาจะถามไปแบบนี้ แต่กลับรู้สึกว่าไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เสด็จพ่อไม่เคยให้ความสำคัญกับเธอ แต่ที่ผ่านมาหลินเป้ยไม่เคยแสดงอาการไม่พอใจอะไรออกมาทั้งนั้น
แต่เมื่อเทียบกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อก่อน เรื่องราววันนี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ไม่มีเหตุผลที่หลินเป้ยจะแสดงอาการแบบนี้ออกมา
ดังนั้นเจ้าชายใหญ่จึงพอคาดเดาได้ว่าจะต้องมีสาเหตุอื่นอีก
“พี่ใหญ่ ความพยายามหลายปีที่ผ่านมาของผม เขาไม่เคยเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมทำเลย ผมเหนื่อย เหนื่อยจริงๆ” หลินเป้ยรู้ดีว่าความกลัดกลุ้มในจิตใจของเธอ จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเพราะเสด็จพ่อไม่เห็นความสำคัญของเธอ เธอรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเสด็จพ่อไม่เคยให้ค่าอะไรกับตน เวลาหลายปีทำให้เธอรู้สึกชินชา จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโมโห
สาเหตุแท้จริงที่ทำให้เธอกลัดกลุ้มเป็นเพราะเธอไม่มีเหตุผลดีๆ มาใช้อ้างในการเดินทางออกนอกประเทศ ถ้าไม่ได้ไปต่างประเทศ เธอก็คงไม่สามารถจัดการปัญหาที่เธอท้องได้ ถ้าไม่สามารถจัดการเรื่องการคลอดลูกได้ก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากอื่นๆ หลังจากนั้นตามมา
ถ้ามีใครรู้ว่าเธอท้องขึ้นมา เหตุการณ์ต่อจากนั้นคงไม่สวยแน่
เธอไม่สามารถเล่าเรื่องแบบนี้ให้เจ้าชายใหญ่ฟังได้ ดังนั้นเธอจึงตั้งใจหาเหตุผลอื่นมาอ้างแทน โดยโยนความผิดไปที่เรื่องที่ท่านพ่อไม่ยอมให้เธอเดินทางไปต่างประเทศ
“บางทีเสด็จพ่อคงจะมีเหตุผลของท่าน เราไปคนเดียวเสด็จพ่อคงไม่ค่อยสบายใจ เพราะคนต่างแดนพวกนั้นไม่น่าไว้ใจ อีกอย่างเสด็จพ่อคงเป็นห่วงเราด้วย......” เจ้าชายใหญ่รู้อยู่เต็มอก แต่เขาไม่สามารถพูดเรื่องไม่ดีของเสด็จพ่อลับหลังได้
“พี่ใหญ่ ไม่ต้องพูดแล้ว ผมเข้าใจทุกอย่างดี” หลินเป้ยกล่าวแทรกคำพูดของเจ้าชายใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของการเยาะเย้ยถากถาง
เป็นห่วงเธอ?
ฮึ เธอกลับมาอยู่ในราชวงศ์มาตั้งหลายปีแล้ว เสด็จพ่อไม่เคยเหลียวมองเธอเลย และไม่เคยยอมรับเธออย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ