ตอนที่ 1350
บทที่ 1350 คุณชายถัง ภรรยาของคุณถูกคนรังแกแล้ว (2)
October 28, 2026
แต่หลายปีมานี้ ตัวเธอเองกลับกังวลเรื่องนี้มาโดยตลอด และรู้สึกหวาดกลัว ! !
“หนูไปก่อนนะคะ” หลินเป้ยไม่พูดอะไรอีก เธอเบี่ยงตัว และเดินผ่านคุณแม่หลินไป
“เป้ย......” ดูเหมือนคุณแม่หลินจะสังเกตเห็นความผิดปกติของหลินเป้ยแล้ว จึงตะโกนเรียกเธอเอาไว้
หลินเป้ยหยุดฝีเท้าลง แต่เธอไม่ได้หันหลังกลับ และไม่ได้พูดอะไร
“ลูกกำลัง ลูกกำลังโทษแม่อยู่หรือเปล่า ?” ใบหน้าของคุณแม่หลินเต็มไปด้วยความเจ็บปวด น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
หลินเป้ยแอบสูดหายใจเข้าเต็มปอด เพื่อทำให้อารมณ์ของตนเองกลับมาเป็นปกติ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดใจมากยิ่งขึ้น
ประกอบกับในช่วงนี้มีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง เธอจึงไม่ค่อยได้ทานอะไรมากนัก ร่างกายจึงอ่อนแอ และรู้สึกเวียนศีรษะ ดังนั้นจึงมีผลต่อสภาพจิตใจ
“เปล่านะคะ” แต่หลินเป้ยก็ยังคงพยายามตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ
โทษแม่ไหม ? !
แม่ให้ชีวิตเธอ แม่เลี้ยงเธอมาจนโต เธอไม่ควร......
เธอไม่คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่อาจเป็นเพราะว่าเธอมีอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ อยู่ในท้องของตนเอง ดังนั้นจึงถือว่าตนเองก็เป็นแม่คนหนึ่งแล้ว ทำให้ความรู้สึกของหลินเป้ยเปลี่ยนไปในทันที
อาจเป็นเพราะกำลังตั้งครรภ์ เธอจึงอารมณ์แปรปรวน
เธอเคยสืบค้นในอินเทอร์เน็ต ในอินเทอร์เน็ตกล่าวว่าเมื่อตั้งครรภ์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ขึ้นบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเป้ย คุณแม่หลินก็ผงะไปอย่างเห็นได้ชัด ที่คุณแม่หลินของหลินเป้ยผงะไป ไม่ใช่เพราะคำพูดของหลินเป้ย แต่เป็นเพราะน้ำเสียงของหลินเป้ยในตอนนี้
ถึงแม้หลินเป้ยจะปฏิเสธ แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงความหงุดหงิดจากน้ำเสียงของหลินเป้ย อีกทั้งดูเหมือนจะเริ่มหมดความอดทนเล็กน้อย
ตั้งแต่เล็กจนโตหลินเป้ยเป็นเด็กที่เชื่อฟัง และไม่เคยใช้น้ำเสียงแบบนี้ในการพูดคุยกับเธอมาก่อน
คุณแม่หลินรู้สึกเสียใจในทันที เธอยืนมองหลินเป้ยนิ่งโดยไม่พูดอะไร แต่ดวงตาของเธอทั้งสองข้างกลับมีน้ำตาเอ่อล้นออกมา
หลินเป้ยหันหลังกลับ เมื่อเห็นท่าทางของแม่ เธอก็สูดหายใจเข้าเต็มปอดอย่างแรง : “แม่คะ หนูไม่ได้โทษแม่จริง ๆ......”
หลินเป้ยอยากปลอบใจแม่ของตนเอง แต่หลังจากที่พูดประโยคนี้ออกไปแล้ว เธอกลับมีรู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ เวลาเธออยู่ด้านนอก เธอเป็นคนที่ฉลาดหัวไว เจอคนประเภทไหนก็สามารถพูดคุยกับคนได้ทุกประเภท แต่เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าแม่ของตนเอง เธอกลับทำไม่ได้
ตอนนี้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจจริง ๆ ดังนั้นคำพูดบางอย่างเธอจึงไม่อาจพูดออกมาได้
“แม่คะ หนูไปก่อนนะคะ การเดินทางไปต่างประเทศในครั้งนี้เป็นไปอย่างเร่งรีบ จึงต้องรีบเตรียมตัวโดยทันที” หลินเป้ยแอบสูดหายใจเข้าเต็มปอดอีกครั้ง เธอไม่พูดอะไรต่ออีก อีกทั้งยังรีบหันหลังแล้วเดินจากไปทันที
เป็นเพราะเธอไม่ได้ทานไม่ลงมาหลายวัน และเป็นเพราะครั้งนี้เธอออกเดินอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอโซเซจนเกือบจะล้มลง
“เดินช้า ๆ หน่อยสิลูก ระวังด้วย ถึงงานจะสำคัญ แต่ก็ต้องระวังสุขภาพด้วยนะ” คุณแม่หลินรีบเดินเข้าไปประคองเธอ
“ค่ะ หนูรู้แล้ว” หลินเป้ยรู้สึกอยากจะร้องไห้ แม่ยังคงเป็นห่วงเธอ แม่ยังคงรักเธอ บนโลกนี้มีแม่คนเดียวเท่านั้นที่รักเธอ บนโลกนี้มีแม่คนเดียวเท่านั้นที่เป็นคนในครอบครัวของเธออย่างแท้จริง
ถึงแม้เธอจะกลับเข้าราชวงศ์ ถึงแม้เธอจะปลอมตัวเป็นผู้ชาย แต่เธอก็ไม่เคยได้รับการยอมรับจากราชา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการให้ความสำคัญ
เธอรู้ดีว่า สำหรับราชาแล้ว “ลูกชาย” อย่างเขาไม่มีความสำคัญอะไร จะมีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน
แน่นอนว่า “ลูกชาย” ยังมีความสำคัญมากกว่าลูกสาว หากเป็นลูกสาว เธอคงจะไม่มีโอกาสกลับเข้ามาในราชวงศ์อย่างแน่นอน
แต่ถึงแม้เธอจะปลอมตัวเป็นผู้ชายกลับเข้าในราชวงศ์ ความเป็นอยู่ของเธอก็ไม่สู้ดีนัก ยังไม่อาจเทียบเท่าผู้ติดตามที่อยู่ข้างกายของเจ้าชายคนอื่น ๆ เสียด้วยซ้ำ
ราชาไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลยสักนิด ในสายตาของราชา เธอดูราวกับไม่มีตัวตน
ผ่านมาหลายปีกว่าที่เธอจะกลับเข้ามาในราชวงศ์
ภายหลังเธอรู้จักวางแผน และไม่หยุดที่จะแสวงหาโอกาสเพื่อเข้าใกล้องค์ชายใหญ่ และช่วยองค์ชายใหญ่ออกความคิดเห็น ช่วยแก้ไขปัญหาให้องค์ชายใหญ่ไปได้ไม่น้อย และในที่สุดก็มีความสำคัญต่อองค์ชายใหญ่
จากนั้นเธอจึงกลายเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับจากทุกคน และในที่สุดจึงเริ่มที่จะเชิดหน้าชูตาได้
และนี่ก็ถือว่าเธอทำให้ผู้เป็นแม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เธอปรารถนา