ตอนที่ 1353
บทที่ 1353 ปิดบังอะไร(1)
October 28, 2026
ขณะนั้นถังหลินเดินอ้อมไปยังด้านหลังของซุ้ม เขาเห็นหลินเป้ยยืนแอบอยู่หลังซุ้ม แต่ตอนนี้เธอหันหลังให้เขาอยู่จึงไม่เห็นเขา ถังหลินจึงยืนมองเธออยู่ด้านหลัง
มุมปากของถังหลินหยักเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ไร้สุ้มเสียง อยากที่เขาจะรู้ว่าตอนนี้เขาโกรธหรือว่ากำลังสนุกกันแน่ ถังหลินยืนอยู่เช่นนั้นไม่ยอมเรียกหลินเป้ย เพราะเขาอยากรู้ว่าหลินเป้ยคิดจะทำอะไรกันแน่
หลินเป้ยยังคงไม่หันตัวมาจึงไม่ได้มองไปด้านหลัง ในใจของเธอคิดแค่ว่าถังหลินไปแล้วหรือยัง จึงไม่ได้สังเกตได้ถึงความผิดปกติ
เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียว แต่หลินเป้ยรู้สึกราวกับว่าเวลาผ่านมาเนิ่นนานแล้ว เธอคำนวณเวลาและคิดว่าตอนนี้ถังหลินน่าจะไปแล้ว ถังหลินเป็นคนเนี๊ยบตลอด ตอนนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยังคงอยู่ในสนามบิน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้วแต่ถังหลินยังคงไม่ได้ตามหาเธอ แสดงว่าเมื่อครู่นี้ถังหลินไม่เห็นเธอ
หลินเป้ยแอบถอนใจเบาๆ แต่เธอก็ยังคงไม่วางใจ เธอค่อยๆ สอดส่องโดยยังไม่ได้เดินออกไปจากซุ้ม เพียงแค่ยื่นหน้ามองออกไปทางปากประตู
หลินเป้ยมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นถังหลิน นาทีนั้นเธอจึงถอนใจอย่างโล่งอก เพราะคิดว่าถังหลินออกจากที่นี่ไปแล้ว
เมื่อถังหลินเห็นเธอถอนใจอย่างนั้น คิ้วของเขาจึงเลิกสูงขึ้น เธอคิดว่าเธอหลบเขาสำเร็จสินะ
ถังหลินก้าวเท้าเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังเธออย่างไร้สุ้มเสียง และหยุดยืนห่างเธอไม่เกินหนึ่งเมตร จากนั้นจึงเอ่ยปากออกมาว่า “หาอะไรอยู่หรือ”
“ก็ดูว่าคน......” หลินเป้ยที่เพิ่งจะถอนหายใจ ตอนนี้กำลังอยู่รู้สึกผ่อนคลาย เมื่อได้ยินเสียงคนเธอจึงเอ่ยตอบออกไปตามสัญชาตญาณ
แต่เธอยังตอบไม่จบประโยคกลับรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติขึ้นมาก่อน ใครเป็นคนถามเธอ
เสียงนี้? เสียงนี้คือ?
ทำไมถึงคุ้นหูขนาดนี้
ใช่ คุ้นหูมากจริงๆ
แววตาของหลินเป้ยสว่างวาบ เสียงนี้ เสียงนี้คือ
ถังหลิน?
เสียงของถังหลินมีลักษณะพิเศษ เธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้ฟังผิด
เสียงดังมาจากด้านหลัง ดังนั้นคนคนนั้นอยู่ด้านหลังเธอ
เวลานี้ถังหลินยืนอยู่ด้านหลังเธอ?
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ ร่างกายของหลินเป้ยจึงแข็งทื่อ ความคิดแรกของเธอคืออยากจะหนี
หนีไปให้พ้นถังหลิน หนีไปให้ไกลๆ จากเขา
แต่ยังโชคดีที่เธอยังมีสติอยู่บ้าง เธอรู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ เธอหนีเขาไม่พ้น อีกอย่างถ้าเธอหนีไปตอนนี้จะทำให้เรื่องราวซับซ้อนยากจะอธิบายมากยิ่งขึ้น
หลินเป้ยแอบถอนใจ จากนั้นจึงยืนตัวตรงแล้วค่อยๆ หันหน้าไป
จากนั้นเธอจึงหันไปสบตาเข้ากับดวงตากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งของถังหลิน แถมใบหน้านั้นยังอยู่ใกล้เธอเสียจนเห็นได้ถนัดตาอีกด้วย
หลินเป้ยไม่ได้คิดมาก่อนว่าถังหลินจะเข้ามาใกล้เธอขนาดนี้ เมื่อหันตัวไปเช่นนั้น ตัวของเธอก็แทบจะเข้าไปซุกอยู่ในอกของถังหลิน
หลินเป้ยถอยหลังกลับโดยสัญชาตญาณ แต่ด้านหลังของเธอคือซุ้มเล็ก เธอจึงไม่มีทางหนีไปไหนได้
ถังหลินยกมือขึ้นข้างหนึ่งเท้าไว้บนซุ้มเล็ก ซึ่งตรงกับตำแหน่งด้านซ้ายของหลินเป้ยพอดี
“ไหนว่ามาซิ เมื่อกี้กำลังมองหาอะไร” ถังหลินมองเธอด้วยดวงตาที่เคลือบไปด้วยรอยยิ้ม แต่กลับทำให้ใจของหลินเป้ยสั่นเบาๆ
เธอคิดไม่ถึงว่าจะโดนจับได้อย่างจังแบบนี้ แล้วเธอจะอธิบายอย่างไร เธอยังอธิบายอะไรได้ด้วยหรือ
“ไม่ได้มองอะไร ก็แค่ดูวิวรอบๆ น่ะ” หลินเป้ยรู้สึกตื่นเต้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อถังหลินวางท่าทางเช่นนี้ก็คล้ายว่ากำลังจะล็อกร่างกายด้านบนของเธอเอาไว้ ยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอตอนนี้เต้นเร็วเป็นพิเศษ
เธอถึงขั้นรู้สึกว่าสมองอันชาญฉลาดของเธอเวลานี้ไม่สามารถทำงานได้เช่นเดิม ดังนั้นในช่วงเวลาที่หลินเป้ยยังไม่ได้สติดีนักเธอจึงตอบคำถามโดยอ้างออกไปอย่างส่งเดช
“ดูวิว?” คิ้วของถังหลินขมวดขึ้น “เจ้าชายน้อยของญี่ปุ่นออกมาสนามบินกลางดึก แถมยังมายืนแอบอยู่หลังซุ้มเพื่อชมวิว?”
“ทำไมเหรอ ไม่ได้รึไง เกี่ยวอะไรกับคุณด้วย” หลินเป้ยเองก็เริ่มรู้ตัวเช่นกันว่าข้ออ้างขอตนเมื่อกี้ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ตอนนี้เมื่อได้ยินน้ำเสียงเยาะเย้ยของถังหลินแบบนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกกลัดกลุ้ม
เธอยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงได้ซวยขนาดนี้ ทำไมถึงต้องมาเจอถังหลินที่สนามบินด้วย
แถมเธอยังแอบเขาไม่พ้น และโดนจับได้คาหนังคาเขา ทีนี้จะทำยังไงต่อไป
ถ้ารู้แต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้เธอคงไม่แอบ สู้เดินเข้าไปอย่างสง่างามดีกว่าและทำเหมือนว่าถังหลินเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง สถานการณ์แบบนั้นยังดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้