ตอนที่ 1367
บทที่ 1367 แบบนี้เรียกว่าขอโทษหรือ (1)
October 28, 2026
คุณพ่อโจว๋เหลือบมองคุณแม่โจว๋พลางขมวดคิ้วแน่น ริมฝีปากเริ่มขยับ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“แล้วทีนี้จะทำยังไง คงไม่ปล่อยให้หนานหนานของพวกเราติดคุกหรอกใช่ไหม” คุณแม่โจว๋เห็นเขาไม่ตอบคำก็ยิ่งร้อนใจ
“รองผู้บัญชาการหลี่บอกว่าทางเดียวที่จะช่วยได้ก็คือให้เย่ซือเฉินกับตระกูลถังถอนฟ้อง หากพวกเขาไม่เอาเรื่อง หนานหนานอาจจะรอด” คุณพ่อโจว๋พูดประโยคนี้ออกมาอย่างยากลำบาก เขาเองก็คิดว่าอาจจะมีหนทางอื่น แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงยอมรับความจริง
“ให้พวกเขาถอนฟ้อง จะให้พวกเขาถอนฟ้องได้ยังไง” คุณแม่โจว๋ชะงักไป ช่วงขณะหนึ่งเธอไร้ปฏิกิริยาโต้ตอบ
“ขอร้องให้พวกเขาถอนฟ้อง ขอร้องให้พวกเขาให้อภัย” น้ำเสียงของคุณพ่อโจว๋เริ่มแหบแห้งเมื่อนึกถึงเรื่องที่พวกตนไปโวยวายที่บ้านตระกูลถัง ตอนนี้จะให้กลับไปขอร้องพวกเขา?
ในใจของคุณพ่อโจว๋ปฏิเสธ แต่เมื่อนึกถึงลูกสาว เขาก็เริ่มลังเล
“ประธานโจ๋ว นี่คงเป็นเพียงหนทางเดียวจริงๆ หากอีกฝ่ายถอนฟ้อง เรื่องนี้ยังพอจะมีหนทางให้เจรจากันได้บ้าง” ทนายหวางรู้ดีถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ ดังนั้นจึงมั่นใจว่านี่เป็นเพียงหนทางเดียวที่เหลือ
คำแนะนำที่รองผู้บัญชาการหลี่ให้พวกเขาเป็นคำแนะนำที่ดี
“ไปขอร้องพวกเขา ให้ฉันไปขอร้องพวกเขา เห็นชัดๆ ว่าพวกเขาใส่ร้ายหนานหนาน ถือดียังไงให้พวกเราไปขอร้องพวกมัน” เมื่อคุณแม่โจว๋ตั้งสติได้แล้ว ก็เริ่มขัดขืนและหัวเสียขึ้นมา
“คุณหญิงครับ เรื่องที่เกิดขึ้นคราวนี้เป็นความผิดของคุณหนูใหญ่จริงๆ ตอนนี้พวกเราควรคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบ” ทนายหวางไม่เข้าใจว่าในหัวของคุณหญิงโจ๋วคิดอะไรอยู่บ้าง ใช้ตรรกะอย่างไร เหตุการณ์ออกมาชัดเจนขนาดนี้แล้ว ยังพูดออกมาได้ว่าคนอื่นใส่ร้าย
“หุบปากเดี๋ยวนี้ ไม่มีทางเป็นความผิดของหนานหนานไปได้ หนานหนานของพวกเราไม่มีทางทำผิด” จนถึงตอนนี้คุณแม่โจว๋ยังคงยืนยันว่าลูกสาวของตนเองไม่ได้ทำผิด
“พอได้แล้ว เรื่องนี้ชัดเจนมากแล้ว มันเป็นความผิดของหนานหนาน” คุณพ่อโจว๋เองก็ไม่อยากยอมรับข้อนี้ แต่เขาคิดว่านี่คือความจริง ความจริงที่ไม่อาจไม่ยอมรับ
หากไม่ใช่ความผิดของโจ๋วอันหนาน เขายังสามารถทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ถึงเวลานั้นตระกูลถังก็ต้องกลัวเขาบ้าง
แต่นี่เป็นเพราะว่าเป็นความผิดของหนานหนาน ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าเรื่องนี้ยากที่จะจัดการ
คุณแม่โจว๋ยังอยากจะเถียง แต่เมื่อเห็นสีหน้าหมองคล้ำของคุณพ่อโจว๋ ก็ได้แต่กล้ำกลืนคำพูดที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากลงไป
“ต่อให้หนานหนานทำผิดจริง พวกเขาก็ไม่น่าใจร้ายขนาดนี้ ไม่ควรยอมปล่อยให้หนานหนานติดคุก” พอคุณแม่โจว๋ได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของคุณพ่อโจว๋ ก็จำใจยอมรับว่าเป็นความผิดของโจ๋วอันหนาน แต่ในใจของเธอ ต่อให้ลูกสาวทำผิด ตระกูลถังก็ไม่ควรทำแบบนี้ ไม่ควรเอาลูกสาวของเธอเข้าคุก
ทนายหวางไร้คำพูด เรื่องที่โจ๋วอันหนานทำเห็นชัดๆ ว่าเป็นอาการคลุ้มคลั่งเสียสติ เรื่องที่โจ๋วอันหนานทำ แค่ติดคุกตลอดชีวิตยังเบาเกินไป เย่ซือเฉินกับตระกูลถังไม่ได้ใจร้ายเกินไป
อีกอย่างคนที่ทำผิดก็สมควรได้รับโทษ ทำไมคุณหญิงโจ๋วถึงคิดว่าโจ๋วอันหนานไม่ควรติดคุก
เขารู้มาก่อนหน้านี้บ้างแล้วว่าคุณหญิงโจ๋วรักลูกสาวของตัวเองมาก แต่ไม่คิดว่าคุณหญิงโจ๋วจะรักลูกสาวถึงขั้นไม่แบ่งแยกผิดถูกแบบนี้ ก็ไม่แปลกที่โจ๋วอันหนานจะทำเรื่องผิดร้ายแรงแบบนั้น
“สถานการณ์ตอนนี้ มีเพียงตระกูลถังกับเย่ซานเฉินถอนฟ้องเราเท่านั้นถึงจะมีทางรอด ตอนนี้คุณไปที่บ้านตระกูลถังกับผมอีกสักรอบ ไปขอร้องให้พวกเขาถอนฟ้อง” ก่อนหน้านี้คุณพ่อโจว๋ไม่คิดว่าเรื่องราวจะร้ายแรงขนาดนี้ และเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านตระกูลถังก่อนหน้านี้ เขาอดที่จะกลุ้มใจไม่ได้ ถ้ารู้แต่แรกว่าเป็นเช่นนี้ พวกเขาไม่ควรทำให้ท่านปู่ถังกับท่านย่าถังโมโหเลยแบบนั้นเลย
แต่เขารู้ว่าท่านปู่ถังเป็นคนใจกว้างตลอดมา หากตอนนี้เขาไปขอร้องท่านปู่ถัง ท่านปู่ถังคงจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่เคยมีต่อกันแล้วยอมเห็นใจหนานหนานบ้าง
ขอเพียงท่านปู่ถังยอม เวินลั่วชิงเองก็คงจะเชื่อฟังท่านปู่ถัง
“ต้องไปขอร้องพวกเขาจริงๆ หรือ เมื่อกี้ฉันเพิ่งทะเลาะกับพวกเขามา ตอนนี้ให้ไปขอร้องพวกเขา ฉัน......” ปกติคุณนายโจ๋วเป็นคนเย่อหยิ่ง การไปขอร้องคนอื่นเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยทำ ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้เธอยังไปหาเรื่องพวกเขาเอาไว้อีก
“ก็บอกพวกเขาไปว่าก่อนหน้านั้นพวกเราเข้าใจผิด ตอนนี้พวกเราสำนึกผิดแล้ว” เกิดประกายในแววตาของคุณพ่อโจว๋ จากนั้นจึงกล่าวเสริมว่า “การไปครั้งนี้ พวกเราต้องขอร้องท่านปู่ถัง ท่านปู่ถังเป็นคนพูดง่ายกว่า อีกอย่างหากท่านปู่ถังตกลง เรื่องนี้ก็จะจัดการง่ายขึ้นมาก”
“......ก็ได้” คุณแม่โจว๋ไม่อยากไปขอร้องคนอื่น แต่เมื่อนึกถึงลูกสาวของตัวเองที่ถูกกุมตัวอยู่ เธอก็ได้แต่เพียงฝืนรับปาก
“พวกเราไปหาโจ๋วชิงก่อนไม่ดีกว่าหรือ เมื่อกี้ทนายหวางก็บอกแล้วว่าโจ๋วชิงเป็นพยานให้พวกเขา ถ้าหากโจ๋วชิงไม่ออกหน้าช่วยเป็นพยานให้พวกเขา บางทีอาจจะเป็นประโยชน์กับหนานหนานขึ้นบ้าง” เมื่อคุณแม่โจว๋คิดว่าตัวเองจะต้องแบกหน้าไปก้มหัวขอร้องคนอื่น เธอก็รู้สึกไม่อยากทำ แม้ว่าคนที่จะไปขอร้องเป็นตระกูลถังก็ตาม
เธอคิดว่าให้ไปขอร้องท่านปู่ถังไม่สู้ไปหาลูกชายของตัวเองจะดีกว่า
เธอเป็นคนให้กำเนิดลูกชายออกมาเอง แถมเขายังเป็นน้องชายแท้ๆ ของหนานหนาน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะช่วยคนอื่นแต่ไม่ยอมช่วยพวกตัวเอง
คุณพ่อโจว๋เม้มปากพลางครุ่นคิด จากนั้นจึงพยักหน้า “ก็ดี ไปหาโจ๋วชิงก่อน โจ๋วชิงได้ยังคงบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล พวกเราจะได้ไปดูด้วยว่าเขาอาการเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
นาทีนี้คุณพ่อโจว๋เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าลูกชายของตัวเองยังคงนอนอยู่ที่โรงพยาบาล
“ใช่ ใช่ เดี๋ยวฉันจะไปซื้อผลไม้ที่โจ๋วชิงชอบ พวกเราจะไปโรงพยาบาลด้วยกัน พยานของพวกเขาคือโจ๋วชิง ถ้าโจ๋วชิงไม่เป็นพยานให้พวกเขา แต่มาช่วยหนานหนานแทน ถึงตอนนั้นหนานหนานของพวกเราก็จะรอดแล้ว โจ๋วชิงจะต้องถูกพวกเขาข่มขู่มาแน่ๆ ขอแค่พวกเราคุยกับโจ๋วชิงดีๆ โจ๋วชิงจะต้องเข้าใจพวกเรา”
ถึงตอนนี้คุณแม่โจว๋ยังคิดว่าลูกสาวของตัวเองไม่ผิด คนที่ผิดคือคนอื่น ลูกชายของเธอก็โดนคนอื่นล่อลวงไปเช่นกัน
“ไปหาโจ๋วชิงที่โรงพยาบาลก่อนแล้วค่อยว่ากัน” คุณพ่อโจว๋ยังมีสติมากกว่า เขาไม่ได้มองทุกอย่างในแง่ดีเหมือนอย่างคุณแม่โจว๋ แต่เขาคิดว่าแนวคิดของคุณแม่โจว๋ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล
ทั้งสองไปเลือกซื้อของด้วยกันก่อนจะเดินทางไปยังโรงพยาบาล
โรงพยาบาลที่โจ๋วชิงอยู่คือโรงพยาบาลของตระกูลตัวเอง มีคนคอยดูแลเฉพาะ แต่เมื่อหยวนหยูทราบข่าวว่าโจ๋วชิงได้รับบาดเจ็บก็คอยมาเฝ้าที่ห้องผู้ป่วยตลอดไม่ยอมห่างไปไหน
คุณพ่อหยวนก็อาศัยอยู่ที่โรงพยาบาลของโจ๋วอัน หลังจากคุณพ่อหยวนถูกทำร้ายจนสลบไป เขาไม่ได้หวาดกลัว ไม่มีปัญหาอื่นใด เหตุการณ์ค่อนข้างปกติดี โรคหัวใจที่เขาเป็นอยู่ โจ๋วอันหนานก็เป็นคนผ่าตัดให้ การผ่าตัดค่อนข้างประสบความสำเร็จ แต่โจ๋วอันหนานต้องการควบคุมหยวนหยูให้หยวนหยูอยู่ห่างจากโจ๋วชิง โจ๋วอันหนานจึงตั้งใจบอกว่าอาการของคุณพ่อหยวนไม่ดีนัก ทำให้คุณพ่อหยวนต้องรักษาตัวอยู่ที่วิลล่ามาตลอด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อแปดปีก่อนหน้าบัดนี้ได้คลี่คลายแล้ว เรื่องเข้าใจผิดต่างๆ กระจ่างชัด อาการป่วยทางจิตของโจ๋วชิงก็หายดีแล้ว วันนี้โจ๋วชิงได้รับบาดเจ็บและมีหยวนหยูมาคอยอยู่ข้างๆ ทำให้โจ๋วชิงรู้สึกมีความสุขใจอย่างมาก
หลังจากผ่านไปแปดปีก็กลับได้มาอยู่ด้วยกันอีก แม้ว่าจะมีระยะเวลาแปดปีขวางกั้น แต่การกระทำที่คนทั้งสองปฏิบัติต่อกันเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่น