ตอนที่ 1376
บทที่ 1376 หมดอาลัยตายอยาก(2)
October 28, 2026
“ไม่รีบ พอถึงเวลาก็จะพากลับไปเอง” มุมปากของถังหลินยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ครั้งนี้ เขามาที่ประเทศR ท่าทีของหลินเป้ยเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกว่าเส้นทางไล่ตามภรรยาของเขาได้มองเห็นแสงสว่างแล้ว อย่างน้อยปัญหาของทางหลินเป้ยเขาจะต้องช่วยหลินเป้ยจัดการให้เรียบร้อยทั้งหมดอย่างแน่นอน
“ได้ ได้ ฉันจะรอนะคะ” เวินลั่วฉิงหัวเราะเสียงดังออกมา ระยะนี้ได้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย อยากนักที่จะมีเรื่องดี ๆ แบบนี้ เป็นเรื่องที่ดีมากจริง ๆ
เดิมทีเวินลั่วฉิงจะออกไปข้างนอก เมื่อนึกถึงท่าทางหมดอาลัยตายอยากเมื่อก่อนหน้านี้ของท่านปู่ถังและท่านย่าถัง เลยตัดสินใจที่จะบอกเรื่องนี้กับพวกเขา ให้พวกเขาได้ดีใจด้วย
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไรทั้งสองท่านถึงได้เป็นแบบนั้น แต่เวินลั่วฉิงคิดว่าเมื่อทั้งสองท่านได้ทราบข่าวนี้จะต้องดีใจมากแน่ ไม่แน่อาจจะลืมเรื่องเศร้าใจเมื่อก่อนหน้านี้ไปเลยก็ได้
เวินลั่วฉิงกลับไปที่ห้องโถง เห็นว่าท่านปู่ถังและท่านย่าถังยังคงนั่งอยู่ที่ห้องโถงเหมือนเดิม ยังคงมีท่าทางเหม่อลอย หมดอาลัยตายอยากเหมือนเดิม เวินลั่วฉิงไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าพวกท่านได้เผชิญกับเรื่องอะไรกันแน่ เวินลั่วฉิงเดินเข้าไป และกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “คุณตาคะ คุณยายคะ พี่ชายมีแฟนแล้วค่ะ พี่บอกว่าอีกสักระยะก็จะพาพี่สะใภ้กลับมาบ้านด้วย”
เดิมทีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี เรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก เวินลั่วฉิงนึกว่าหลังจากที่ทั้งสองท่านได้ยินข่าวนี้จะต้องดีใจมาก แต่ทว่าแววตาที่เต็มไปด้วยความหมดอาลัยตายอยากของทั้งสองท่านกลับถลำลึกขึ้นมากว่าเดิม ถึงขั้นมีความสิ้นหวังอยู่เล็กน้อย
ทั้งสองคนคิดว่าถังหลินถึงขั้นตัดสินใจที่จะพาคนกลับมาบ้านแล้ว เช่นนั้นจะต้องจริงจังแน่ จะต้องตกลงปลงใจแล้วว่าเป็นผู้ชายคนนั้น ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว
ท่านปู่ถังพิงอยู่บนโซฟา หดตัวลง และทอดถอนใจอย่างไร้เรี่ยวแรง
ริมฝีปากของท่านย่าถังสั่นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่จู่ ๆ ดวงตาก็แดงขึ้นมา ดูแล้วเหมือนกำลังจะร้องไห้อีกครั้ง
เวินลั่วฉิงงงงัน นี่มันอะไรกัน? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ทำไมเมื่อได้ยินข่าวที่ว่าถังหลินมีแฟน ทั้งสองท่านไม่ดีใจเลยสักนิด?
ไม่เพียงไม่ดีใจ แล้วยังทอดถอนใจอีก แถมยังหนักกว่าเดิม ถึงขั้นที่บนใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่
“คุณตาคะ คุณยายคะ” เวินลั่วฉิงลองถามเบา ๆ : “พี่ชายของหนูมีแฟนแล้วพวกท่านไม่ดีใจเหรอคะ?”
“มีอะไร......” ท่านย่าถังเงยหน้าขึ้นมา มองดูเวินลั่วฉิง พึ่งพูดออกมาได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดลงอีกครั้ง: “ยายปวดหัว ยายนอนพักสักหน่อย”
ท่านย่าถังกล่าวไป ก็ค่อย ๆ นอนลงไปบนโซฟา ขดตัวเล็กน้อย ดูแล้ว ค่อนข้าง......น่าสงสาร
“คุณตาคะ นี่มันอะไรกันเหรอคะ?” ตอนนี้เวินลั่วฉิงงงงันจนหาทิศทางไม่เจอ นี่มันปฏิกิริยาอะไรกัน? มีปฏิกิริยาแบบนี้ปกติไหม?
เห็นได้ชัดว่าไม่ปกติ
“แล้วแต่เขาเถอะ?” ท่านปู่ถังถอนหายใจอีกครั้ง แล้วโบกมือ ดูแล้วทั้งจนปัญญาทั้งหมดแรง
“เดี๋ยวนะคะ พี่ชายหนูมีแฟนแล้ว พี่ชายหนูจะพาพี่สะใภ้กลับมา พวกท่านควรที่จะต้อนรับด้วยความดีอกดีใจไม่ใช่เหรอคะ? หนูก็ควรที่จะจัดเตรียมงานแต่งด้วยความดีอกดีใจไม่ใช่เหรอ?” เวินลั่วฉิงดูท่าทางของท่านปู่ถัง ภายในใจรู้สึกแปลกประหลาดมากเป็นพิเศษ
จากนั้น เวินลั่วฉิงก็เห็นว่าท่านย่าถังที่นอนอยู่บนโซฟามองเธอด้วยความขุ่นเคือง จริง ๆ นะ สายตานั่นขุ่นเคืองมากจริง ๆ
เวินลั่วฉิงเผชิญหน้ากับสายตาขุ่นเคืองแบบนั้นของท่านย่าถัง ก็ตะลึงไปทันที เดี๋ยวนะ เธอพูดอะไรผิด? เธอทำอะไรผิดเหรอ? ทำไมคุณยายถึงต้องมองเธอแบบนี้?
“ฉิงฉิง ยายเหนื่อยแล้ว หนูให้ยายพักสักหน่อยนะ” ท่านย่าถังสูดลมหายใจเข้าเงียบ ๆ จากนั้นคิดไม่ถึงว่าเธอจะออกปากขับไล่ตรง ๆ
การขับไล่ของคุณย่าถังนั้นแจ่มแจ้งชัดเจนเกินไป เวินลั่วฉิงอยากจะละเลยก็ละเลยไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นปฏิกิริยาก็ตอบรับของเวินลั่วฉิงเร็วมาแต่ไหนแต่ไร เป็นธรรมดาที่เธอจะฟังออก
“อ่อ ก็ได้ค่ะ” เวินลั่วฉิงถูกไล่ ความรู้สึกนั้นซับซ้อนมาก คุณยายรำคาญที่เธอเพูดมากเหรอ?
เมื่อสักครู่เธอพูดมากไปจริง ๆ แต่ที่เธอพูดนั้นเป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่น่ายินดีนี่นา เดิมที่เธออยากจะทำให้ทั้งสองท่านดีใจ ดังนั้นกลับถูกรำคาญงั้นเหรอ?
คนฉลาดอย่างเวินลั่วฉิง ยังคงไม่เข้าใจความคิดของทั้งสองท่านอยู่ดี
แต่ในเมื่อท่านย่าถังพูดถึงขนาดนี้แล้ว เวินลั่วฉิงก็ไม่อาจพูดอะไรได้อีก จึงทำได้เพียงก้าวเท้าเดินจากไป ในตอนที่เธอออกมาจากห้องโถง เวินลั่วฉิงอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ห้องโถงอีกครั้ง เนื่องจากในตอนนี้ท่านย่าถังนอนอยู่บนโซฟาเลยมองไม่เห็น
เวินลั่วฉิงมองเห็นเพียงแผ่นหลังของท่านปู่ถัง เธอพบว่าแผ่นหลังที่เหยียดตรงของคุณตาตอนนี้ได้งอลงอย่างเห็นได้ชัด แผ่นหลังนั้นดูแล้วเหมือนกับคุณยาย......ดูน่าสงสาร