ตอนที่ 1385
บทที่ 1385 บอกเขาเรื่องท้อง (1)
October 28, 2026
ถังหลินโค้งตัวลงกะทันหัน ร่างกายโน้มเข้าหาเธอ ใบหน้าสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติของถังหลินขยายใหญ่ขึ้นในสายตาเธอ ทำให้เธอสะดุ้งโหยงกันเลยทีเดียว
“คุณทำอะไร?”จิตใจหลินเป้ยว้าวุ่นเป็นพิเศษ เป็นอะไรไป?
เมื่อกี้เธอพูดผิดอะไรเหรอ?
ทำไมจู่ๆเขาก็เข้าใกล้?!
ทำไมจู่ๆก็เข้าใกล้กันมากอย่างนี้?
เขาจะทำอะไร?!!!
ถังหลินมองหน้าเธอ มุมปากยกยิ้มขึ้น ดูออกว่าเบิกบานใจมาก“เป็นห่วงผมเหรอ?”
ทำให้ถังหลินประหลาดใจเล็กน้อย รู้สึกมีน้ำผึ้งเต็มหัวใจ ถึงแม้ครั้งนี้ท่าทางที่หลินเป้ยมีต่อเขาเปลี่ยนจากเดิมมาก ทว่าเธอก็ยังคงมีท่าทีปฏิเสธเขาอยู่
แต่ตอนนี้เธอเริ่มเป็นห่วงเขาแล้ว?
หลินเป้ยรู้สึกมึนเล็กน้อย หลังได้สติคืนมา พลันรู้สึกใบหน้าร้อนวูบวาบ ไม่รู้ว่าหัวใจกำลังหงุดหงิดหรือเขินอายกันแน่ เธอโต้เถียงกลับไปว่า“ใครเป็นห่วงคุณ”
เห็นการตอบสนองของเธอ มุมปากถังหลินยกยิ้มลึกขึ้น
หลินเป้ยเห็นรอยยิ้มของเขายิ่งรู้สึกอายจนโมโห ทว่าเมื่อนึกถึงคารูคนนี้ เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้ และเธอก็อยากอธิบาย อธิบายว่าเธอไม่ได้เป็นห่วงเขา“คืนนี้เจ้าชายใหญ่จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับคุณ ไม่แน่เจ้าชายใหญ่อาจจะพูดถึงเรื่องนี้ ทางราชสำนักอาจจะมีข้อแนะนำอะไรก็ได้ ทำไมคุณต้องรีบไปเจอหน้าคารูด้วย”
“ความหมายของคุณคือให้ราชสำนักของพวกคุณช่วยผมเหรอ?ก่อนหน้านี้คุณไม่ใช่บอกว่าไม่ช่วยผมเหรอ?”ถังหลินเห็นท่าทางเธอกลบเกลื่อนความรู้สึก ก็อดหัวเราะในใจไม่ได้ จงใจแกล้งแหย่เธอ
“ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้บอกจะช่วยคุณนี่ ฉันบอกว่าทางราชสำนักอาจจะมีแผนอะไรก็ได้ คุณทำความเข้าใจก่อนแล้วค่อยว่ากันว่าจะทำยังไงต่อ”หลินเป้ยได้ยินถังหลินพูดก็เกือบกัดลิ้มตัวเองแล้ว ผู้ชายคนนี้ฟังรู้เรื่องไหมเนี่ย?
เธอบอกว่าจะช่วยเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?
อีกอย่าง เธอไม่มีอำนาจในราชสำนักเลย ช่วยอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว
“ดังนั้น คุณอยากให้ราชสำนักช่วยผม” ถึงแม้ถังหลินกำลังกลั้นยิ้มอยู่ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เธอรู้หรือเปล่า บางเรื่องหากยิ่งอธิบายก็ยิ่งอธิบายไม่ชัดเจน
และหากไม่อธิบายก็จะยิ่งเหมือนใจฝ่อ
“ไม่ใช่ ฉันไม่มีสิทธิ์และเสียงในราชสำนักสักหน่อย” หลินเป้ยมองเขาที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้เป็นเพราะตื่นเต้นหรือว่าอะไรกันแน่ เธอรู้สึกหัวใจเต้นเร็วกะทันหัน เธอรู้ว่าให้ถังหลินเข้าใจผิดไม่ได้ เกิดการเข้าใจผิดอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด
ถังหลินจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา เขาแค่ยิ้มไม่ได้พูดอะไร
ถังหลินยิ่งทำแบบนี้ หัวใจหลินเป้ยยิ่งรู้สึกว้าวุ่น หัวใจเต้นรัวแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ หลินเป้ยรู้สึกว่าทนความเงียบงันเช่นนี้ไม่ไหวแล้ว ยิ่งรับการถูกถังหลินมองเช่นนี้ไม่ได้ จึงพูดเสียงดังขึ้นมาว่า “ฉันไม่ช่วยคุณจริงๆ”
“อืม ผมรู้แล้ว”ในที่สุดถังหลินก็กลั้นเสียงหัวเราะไม่ได้อีกต่อไป ทว่าสายตาเขายังคงมองเธออยู่ แววตาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม มีอารมณ์ที่แตกต่างออกไป
“คุณรู้อะไร?”ถังหลินทำให้หลินเป้ยมึนงงมาก ถังหลินรู้อะไรแล้วเหรอ?
เขารู้อะไร?
ถังหลินอดยกมุมปากขึ้นไม่ได้ เข้าใกล้เธอเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย จากนั้นก็จงใจกดเสียงต่ำลง พูดกับเธอว่า “ผมรู้ว่าคุณไม่เป็นห่วงผม ผมรู้ว่าคุณไม่ช่วยผม”
เพราะตอนนี้ถังหลินพูดเสียงแผ่วเบา ทั้งสองก็อยู่ใกล้กันด้วย ทำให้บรรยากาศไปในเชิงคู่รักที่กระหนุงกระหนิงกันหลายส่วน ตอนที่ถังหลินพูด ลมหายใจของเขารดใส่ใบหน้าหลินเป้ยไม่ขาดสาย ยิ่งรู้สึกรักใคร่สุดซึ้งจนไม่อยากจากกันหลายส่วน
ทันใดนั้นหลินเป้ยรู้สึกคอแห้งเล็กน้อย เธออยากพูดอะไรสักอย่าง ทว่ากลับพูดไม่ออก อันที่จริงเมื่อเธอได้ยินถังหลินพูดก็อยากโต้เถียงแล้ว เธอนึกได้ว่าหากเธอเถียงตอนนี้ก็เท่ากับยอมรับคำพูดก่อนหน้านี้ของเธอ
ยอมรับว่าเธอเป็นห่วงเขา ยอมรับว่าเธอจะช่วยเขา ดังนั้นหลินเป้ยจึงกล้ำกลืนวาจาของตนกลับเข้าไป
“คุณ คุณ คุณรู้ก็ดี” หลินเป้ยรู้ว่าฐานะและสถานการณ์ของเธอ เรื่องระหว่างเธอกับถังหลินมันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดไม่ได้
เธอจำเป็นต้องจัดความสัมพันธ์ของทั้งสองให้กระจ่าง ตัดทุกความเป็นไปได้ออก