ตอนที่ 1435
บทที่ 1435 ‘ฉลาดปราดเปรื่อง’เหลือเกิน (1)
October 28, 2026
สาวใช้ด้านข้างหูตาว่องไว รีบประคองคุณย่าเย่ไว้
“คุณย่าอย่าโมโหเลย ผมรู้ว่าพวกเขาพูดมั่ว ผมจะหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้เอง” เย่ซือฉุนไม่ได้มองคุณย่าเย่โซเซเลยสักนิด เขาเอามือถือคล้ายจะตอบกลับอะไรบางอย่าง
เรื่องเป็นเช่นนี้ จึงเอิกเกริกจนอยู่เหนือการควบคุมของคุณย่าเย่แล้ว!
“นายจะแก้ไขยังไง?ไม่ก่อเรื่องอีกก็ถือว่าดีถมเถแล้ว” เวลานี้คุณย่าเย่ชิงชังจนขบฟัน หากไม่ใช่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ท่านก็อยากให้คนโยนเย่ซือฉุนออกไปให้พ้นๆตาทันที
“คุณย่าผมไม่ได้ทำผิดอะไรนี่?ผมทำผิดอะไรเหรอ?” เย่ซือฉุนพูดแบบใสซื่อสุดๆ
คุณย่าเย่โกรธขึ้ง สีหน้าเคร่มขรึมหลายส่วน เพลิงโทสะในใจก็ลุกโชติช่วงไม่หยุดหย่อน “วันนี้เป็นวันอะไรนายไม่รู้เหรอ?”
“ผมแค่อยากทวงความยุติธรรมให้ย่ากับปู่ คุณย่า คุณปู่โทรหาเย่ซือเฉินจริงๆหรือเปล่า?”เย่ซือฉุนทำเหมือนไม่เห็นคุณย่าเย่โกรธ วันนี้เขาฉีกหน้ากากคุณปู่เย่กับคุณย่าเย่ต่อหน้าสาธารณชน ไม่ใช่เพียงเพื่อเย่ซือเฉินเท่านั้น ยังทำเพื่อตัวเองอีกด้วย เขาไม่อยากโดนคุณปู่เย่กับคุณย่าเย่เล่นงานภายหลัง!!
“นายสาระแนมายุ่งเรื่องของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?”คุณปู่เย่รู้ว่าปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ เขาก็ไม่อยากหลบอยู่แต่ชั้นบน ตอนเขาเดินมาถึงบันไดก็ได้ยินเย่ซือฉุนพูดแบบนี้ ดวงตาของเขาก็หรี่ขึ้น พลางมองอีกฝ่ายอย่างเย็นเยียบ
ผู้คนเห็นคุณปู่เย่ปรากฏตัวเสียที จึงเริ่มกระซิบกระซาบไม่หยุดหย่อน ทว่าแววตาคนดูสีสันก็เปลี่ยนไป ล้วนอยากทราบว่าคุณปู่เย่จะพูดต่อเรื่องนี้อย่างไร?
“คุณปู่ลงมาได้เสียที ปู่รีบบอกทุกคนว่าเคยโทรหาเย่ซือเฉินกี่สาย?ก่อนหน้านี้เย่ซือเฉินปฏิเสธใช่ไหม?”เย่ซือฉุนไม่ได้หวาดกลัวกับสายตาพิฆาตของคุณปู่เย่ ทางกลับกัน ยิ่งรู้สึกอดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้
เมื่อก่อนเขารู้ภาพลักษณ์เป็นคนใจเสาะกลัวโน่นกลัวนี้ ซึ่งล้วนเป็นเพียงการตบตาเท่านั้น อันที่จริงเขาไม่ได้กลัวพวกท่านเลย คุณปู่เย่รับเขากลับมา นอกจากให้เงินแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ได้ใส่ใจเขามากนัก สำหรับเรื่องการรักใคร่เอ็นดูนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง แล้วทำไมเขาต้องกลัวพวกท่านด้วย?
คุณปู่ที่กำลังเดินตรงบันไดอึ้งทันควัน แววตาตักเตือนกับน้ำเสียงเข้มขรึมของเขาเมื่อครู่ชัดเจนมากแล้ว เขาคิดว่าเย่ซือฉุนะจตกใจกลัวเสียอีก
ทว่าเขาคิดไม่ถึงว่าเย่ซือฉุนยังถามต่อหน้าผู้คนอีก
โง่ดักดานจริงๆ!!
“หุบปาก อย่ามาพูดไหลเหลวที่นี่” คุณปู่เย่รู้สึกโกรธจัด เขารู้ว่าคนจำนวนมากกำลังดูความครึ้มเคร่ง และเขาก็รู้ว่าเรื่องถึงขั้นนี้ ต้องมีคนสงสัยจำนวนมากแน่ ซึ่งดูได้จากการคอมเมนต์ที่รุมด่าเขา
ดังนั้นอธิบายตอนนี้ก็ไร้ความหมาย เพราะเป็นความจริงอยู่แล้ว อธิบายตอนนี้ก็เท่ากับพูดโกหก ซึ่งความลวงโลกมักเปิดโปงง่ายเสมอ
ตอนนี้หาวิธีกลบเรื่องนี้ก่อน ปล่อยให้แย่กว่านี้ไม่ได้แล้ว
ดังนั้น คุณปู่เย่จึงด่าเย่ซือฉุนต่อหน้าผู้คน!!
คุณปู่เย่ตะคอกอย่างนี้ เย่ซือฉุนก็แบะปาก ไม่ได้พูดอะไรอีก กลับไปนั่งคุกเข่าอย่างเชื่อฟังต่อ
เย่ซือเฉินไม่สะทกสะท้าน เขายืนอยู่หน้าห้องเซ่นไหว้ศพ ก่อนจะเอาธูปมาจุดไฟ แล้ววางเข้ากระถางธูป จากนั้นก็คุกเข่าลง ต่อด้วยโขกศีรษะอย่างมีมารยาท จากนั้นก็เผากระดาษเผา ระหว่างที่เย่ซือเฉินทำพวกนี้ สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น ทว่าคนรอบข้างกลับรู้สึกกดดันแบบหายใจเกือบไม่ออก
เย่ซือเฉินไม่เหลียวมองคุณปู่เย่แม้แต่ปราดเดียว ราวกับคุณปู่เย่ไม่อยู่เสียอย่างนั้น!!
คุณปู่เย่ถูกมองข้ามเช่นนี้พลันรู้สึกฉุนเฉียว ทว่าเขารู้ว่าโมโหเวลานี้ไม่ได้ โดยเฉพาะกับเย่ซือเฉิน
“ซือเฉินกลับมาแล้วเหรอ กลับมาก็ดีแล้ว รีบเดินทางไกลกลับมาคงเหนื่อยน่าดู” คุณปู่เย่มองเย่ซือเฉินด้วยใบหน้าโอบอ้อมอารี ดูผิวเผินจะเป็นคำธรรมดา ทว่าแต่แฝงนัยยะไว้หลายอย่าง
คำว่ารีบเดินทางไกลยิ่งมีความหมายลึกซึ้ง ดูคล้ายกับหาเหตุผลที่เย่ซือเฉินมาสายให้ ทว่ายิ่งบ่งชี้ว่าเขาเข้าใจที่เย่ซือเฉินมาสาย
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็สามารถอธิบายคำถามที่ว่าโทรหาเย่ซือเฉินหรือไม่อย่างลงตัว
หากคุณปู่เย่ไม่โทรหาเย่ซือเฉิน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเย่ซือเฉินเดินทางกลับมาจากที่ไกล?
เย่ซือฉุนเหยียดยิ้มในใจ จิ้งจอกเฒ่าก็คือจิ้งจอกเฒ่า เจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก
เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจิ้งจอกเฒ่าจริงๆ ทว่าเย่ซือฉุนก็รู้ว่า แขกในงานล้วนเป็นคนฉลาด คงไม่เชื่อคำพูดของคุณปู่เย่หรอก
ถือว่าเขาบรรลุเป้าหมายแล้ว!!
เย่ซือเฉินไม่ได้แยแสคุณปู่เย่ ไม่เหลียวมองคุณปู่เย่ เขาโขกศีรษะเสร็จก็เดินไปอยู่ด้านข้างเย่ซือฉุน จากนั้นก็คุกเข่าอยู่ด้านข้าง