ตอนที่ 1476
บทที่ 1476 ผลการตรวจดีเอ็นเอ (2)
October 28, 2026
ก่อนหน้านี้ที่อยู่ในห้องโถงโรงพยาบาล คุณชายคนนั้นถือปืนข่มขู่เธอ ในตอนนั้นเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ยืนอยู่ข้างๆไม่ไกลจากเธอนัก คงจะเตรียมตัวอาศัยในช่วงที่หลบกันชุลมุนเข้ามาใกล้เธอ หลังจากนั้นก็เอาเส้นผมของเธอไป
เพียงแต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคิดไม่ถึง ว่าเธอจะรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมแผนการของพวกเขาตั้งแต่แรกแล้ว
แต่ทำไมจะต้องเอาเส้นผมของเธอไปกัน? เอาเส้นผมของเธอไปมีประโยชน์อะไร?
เส้นผมเพียงสองสามเส้นเท่านั้นเอง ต่อให้อยากจะใส่ร้ายอะไรเธอก็คงจะไม่พอหรอกมั้ง?
เวินลั่วฉิงหลับตาลงแล้วคิดถึงความเป็นไปได้แบบหนึ่ง—เส้นผมสามารถเอาไปตรวจดีเอ็นเอได้!!
แต่ใครอยากจะตรวจดีเอ็นเอกับเธอกัน? ใครที่จะเป็นต้องตรวจดีเอ็นเอกับเธอ
เวินลั่วฉิงรู้ว่าเวินจือฝางไม่ใช่พ่อแท้ๆของเธอ แต่เรื่องนี้นอกจากถังหลินที่ตรวจดีเอ็นเอแทนเธอในตอนนั้นก็ไม่มีใครรู้อีก เรื่องนี้แม้แต่เย่ซือเฉินเองเธอก็ไม่ได้บอกด้วยเช่นกัน
ใช่แล้ว ยังมีเย่โป๋เหวินที่รู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวของเวินจือฝาง แต่เย่โป๋เหวินตายไปแล้ว อีกทั้งความจริงแล้วเย่โป๋เหวินก็ไม่รู้ด้วยว่าพ่อแท้ๆของเธอคือใคร ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วตอนนั้นเย่โป๋เหวินจะไม่สงสัยว่าเธอเป็นลูกสาวของเขา และมาตรวจดีเอ็นเอกับเธอ
เช่นนั้นแล้ว ตอนนี้คนๆนี้โผล่ออกมาอยากจะตรวจดีเอ็นเอกับเธอคือใครกันแน่?
พ่อแท้ๆของเธออย่างนั้นหรือ?!
พ่อแท้ๆ!!
มุมปากของเวินลั่วฉิงปรากฏความเย็นชาออกมาเล็กน้อย ปีนี้เธออายุยี่สิบสี่ปี ก่อนที่เธออายุสิบห้า แม่ของเธอเลี้ยงดูเธอจนโตเพียงลำพัง และตอนที่เธออายุสิบห้า เป็นเพราะแม่ของเธอป่วยหนัก ถึงได้ต้องส่งตัวเธอกลับมายังตระกูลเวิน
ในช่วงเวลานี้ ชีวิตของเธอไม่เคยมีบุคคลที่เรียกว่าพ่ออยู่เลย
ยี่สิบสี่ปีมานี้ พ่อของเธอไม่เคยปรากฏตัวออกมา แล้วจู่ๆตอนนี้จะโผล่ออกมาต้องการจะตรวจดีเอ็นเอกับเธออย่างนั้นหรือ?!
เรื่องอื่นๆเวินลั่วฉิงไม่ได้มีการประเมินเป็นการชั่วคราว แต่คนๆนี้เป็นใครกันแน่?!
ทำไมจู่ๆหลังจากยี่สิบสี่ปีแล้วถึงปรากฏตัวออกมากัน?
จู่ๆเวินลั่วฉิงก็นึกถึงที่ฉู่หลิงเอ๋อโทรมาหาเธอก่อนหน้านี้ ฉู่หลิงเอ๋อบอกว่าองค์กรโกสต์ซิตี้หาตัวเจ้าหญิงคนนั้นกลับมาได้นั้นเป็นตัวปลอม หัวหน้าน้อยได้ประกาศหาตัวเจ้าหญิงตัวจริงแล้ว
บนอินเตอร์เน็ตมีคนคาดเดาว่าเธอคือเจ้าหญิงแห่งองค์กรโกสต์ซิตี้
ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ตอนที่คุณชายหานบอกว่ากฎเกณฑ์ของพวกเขานั้นเข้มงวดมาก เวินลั่วฉิงก็นึกถึงองค์กรโกสต์ซิตี้
และทั้งสามคนนั้นแต่ละคนก็ไม่ธรรมดาอีกด้วย แม้ว่าเสี่ยวซินจะอายุเพียงแค่สิบสี่ปี เวินลั่วฉิงก็มองออกว่าทักษะความสามารถของเสี่ยวซินนั้นไม่เลวเลย และอีกสองคนก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง บางทีมีเพียงแค่คนขององค์กรโกสต์ซิตี้เท่านั้นถึงจะมีความสามารถแบบนั้น
ถ้าหากเป็นคนขององค์กรโกสต์ซิตี้จริงๆ พวกเขาดูเหมือนจะทำสงครามกันแบบนี้ก็เพื่อเอาเส้นผมของเธอ ก็ดูเหมือนจะสอดคล้องกับเรื่องที่พวกเขากำลังตามหาเจ้าหญิงแห่งองค์กรโกสต์ซิตี้พอดี
แต่เวินลั่วฉิงกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เรื่องนี้จะบังเอิญขนาดนั้นได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินมู่หรงดัวหยางเคยพูดไว้ว่าหัวหน้าองค์กรโกสต์ซิตี้ตามหาภรรยาที่เขารักมาโดยตลอด ได้ยินว่าหามายี่สิบกว่าปีแล้ว
ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว องค์กรโกสต์ซิตี้รู้ว่าตัวเองมีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง คงจะเป็นลูกสาวคนที่เกิดจากผู้หญิงคนที่เขารัก
จากการคำนวณดูแล้ว อย่างน้อยๆหัวหน้าองค์กรโกสต์ซิตี้คงไม่ได้แยกจากผู้หญิงที่เขารักในช่วงเลาที่ผู้หญิงคนที่เขารักตั้งครรภ์และคลอดลูกสาวออกมา
ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน อย่างน้อยๆก็รู้ถึงสถานการณ์ของผู้หญิงคนที่เขารัก ไม่เช่นนั้นแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้หญิงที่เขารักนั้นคลอดลูกสาวออกมาหนึ่งคน?
เวินลั่วฉิงรู้สึกว่ามีเพียงแค่จุดนี้ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของเธอ
เพราะถึงอย่างไรตอนนั้นแม่ของเธอก็อยู่กับเวินจือฝาง ถึงแม้ว่าตอนนั้นเวินจือฝางเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้เสียชีวิต และในช่วงนั้นแม่ของเธอกับเวินจือฝางก็จดทะเบียนสมรสกันแล้วด้วยเช่นกัน
ถ้าหากแม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่รักของหัวหน้าองค์กรโกสต์ซิตี้จริงๆ ผู้ชายแบบนั้นอย่างหัวหน้าองค์กรโกสต์ซิตี้จะอนุญาตให้คนที่ตัวเองรักไปจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายอื่นได้อย่างไร
ถึงแม้จะมีความจริงที่อยากปกปิดอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในเมื่อหัวหน้าองค์กรโกสต์ซิตี้รู้เรื่องที่มีลูกสาวหนึ่งคนแล้ว ก็สามารถพูดได้ว่าองค์กรโกสต์ซิตี้จะต้องติดตามสถานการณ์ทั้งหมดอยู่ตลอดอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าตอนนั้นหลังจากที่เวินจือฝางเสียชีวิตแล้ว แม่ได้พาเธอไปที่หมู่บ้านในชนบทแห่งหนึ่ง แต่สถานการณ์แบบนั้นความสามารถอย่างหัวหน้าองค์กรโกสต์ซิตี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะหาพวกเขาไม่เจอ
และเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าหัวหน้าองค์กโกสต์ซิตี้ตามหาผู้หญิงคนที่ตัวเองรัก หามาเป็นเวายี่สิบกว่าปีไม่เคยได้ข่าวคราวใดๆอีกด้วย