ตอนที่ 1496
บทที่ 1496 ต้องเป็นเธอเท่านั้น (2)
October 28, 2026
หลังจากที่ผู้ดูแลจ้งออกไป จู่ๆ ซ่างกวนหงที่อยู่ในห้องก็หัวเราะขึ้นมา แต่ว่าการหัวเราะนี้กลับดูโดดเดี่ยวมาก มีความเยาะเย้ยตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นคือความอ้างว้าง
สุดท้ายแล้วเขาก็ตัวคนเดียว คุณพ่อเสียชีวิตในช่วงวัยรุ่น หญิงสาวคนเดียวที่ตนรัก นอกจากการสนิทสนมในครั้งนั้นแล้ว ก็ไม่ได้พบหน้ากันอีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการอยู่เคียงข้างแล้ว
ตามหามายี่สิบห้าปี ไม่มีเบาะแสเลยแม้แต่น้อย จริงๆ เขาไม่ได้มีความหวังอะไรแล้ว เขารู้ เธอาจจะไม่อยู่บนโลกใบนี้ตั้งนานแล้ว
แต่ว่า เขาหลับหลอกตนเองอยู่ตลอดเวลา เขาทำให้ตนเองเชื่อ ไม่ได้ข่าวที่เธอเสียชีวิต ไม่แน่เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่
แต่ว่า ยี่สิบห้าปีแล้ว ตามความสามารถของเขา ตามอำนาจขององค์กรโกสต์ซิตี้ ไม่มีข่าวเลยแม้แต่น้อย จะยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไง
สำหรับเรื่องของลูกสาว หรือไม่อาจจะเป็นความหวังที่เพ้อฝันของเขาตั้งแต่แรก เขาที่ถูกลิขิตไว้ว่าจะต้องโดดเดี๋ยวจะมีลูกสาวได้ยังไง?
ซ่างกวนหง นายไม่เชื่อในฟ้าลิขิต นายคิดมาโดยตลอดว่าจะสามารถเอาชนะฟ้าลิขิตได้ นายมั่นใจมาตลอดว่าไม่มีอะไรที่นายไม่สามารถทำได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วนายก็เอาชนะฟ้าลิขิตไม่ได้
ดังนั้น พอแค่นี้เถอะ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นแล้ว อะไรก็ไม่ต้องเอาแล้ว พอแค่นี้เถอะ!!
ซ่างกวนหงนั่งเงียบๆ อยู่ตรงนั้น ไม่ขยับเลย นัยน์ตาเขามองตรงไปอยู่อย่างนั้น ไม่กะพริบตาเลย ลูกตาก็ไม่ขยับเลย
ปกติแล้วตอนที่อยู่คนเดียวเขาจะวาดภาพ ทว่าขณะนี้ ดินสอวาดภาพวาดอยู่ตรงข้างเขา ขาตั้งวาดภาพก็วางอยู่ตรงหน้าเขา เขากลับทำเหมือนมองไม่เห็น เขาถึงขั้นไม่อยากวาดแล้ว!!
การท้อแท้ถอดใจก็แค่แบบนี้นี่เอง!!
ถึงแม้ว่าผู้ดูแลจ้งจะออกจากห้องแล้ว ทว่าในใจกลับเป็นห่วงมากๆ เขารู้ว่าห้ามเป็นแบบนี้ เขารู้ว่าเขาจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่าง ไม่ ไม่ใช่ว่าเขาต้องทำอะไรบางอย่าง คือเขาจำเป็นต้องให้หัวหน้าทำอะไรบางอย่าง
ผู้ดูแลจ้งคิดไปคิดมาแล้วกดโทรสายของลุงเหลียงออกไป เขาตัดสินใจทำความเข้าใจก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น
“ผลตรวจดีเอ็นเอนั่นเกิดอะไรขึ้นกันแน่? คุณหนูใหญ่ตระกูลถังไม่ใช่ลูกสาวของหัวหน้า?” อีกทางรับสาย ผู้ดูแลจ้งถามเลย ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะมาอ้อมค้อมแล้ว
“ใช่” อะเหลียงได้รับสายจากผู้ดูแลจ้งไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ทว่าพอได้ยินคำถามของผู้ดูแลจ้งแล้วกลับรู้สึกแปลกใจมาก เขารู้จักกับผู้ดูแลจ้งมานานหลายปีขนาดนั้น ครั้งแรกเลยที่เห็นผู้ดูแลจ้งรนขนาดนี้
ใช่ รนนั่นแหละ!!
ผู้ดูแลจ้งที่รน อะเหลียงเองก็ไม่อาจคาดคิดได้
“เกิดข้อผิดพลาดอะไร? เป็นไปได้ไหมที่ผลออกมาผิด?” ผู้ดูแลจ้งเป็นคนที่มีสติมาโดยตลอด ทว่าพอนึงถึงสภาพของหัวหน้าบ้านตนเองเมื่อกี้แล้ว เขาก็ไม่สามารถเงียบสงบได้ลง เขาหวังจริงๆ ว่าผลการตรวจดีเอ็นเอจะผิดไป
“ผลตรวจไม่มีปัญหา อุปกรณ์ปกติทุกอย่าง วิธีดำเนินการก็ไม่มีปัญหา หากจะผิด ก็อาจจะเป็นเส้นผมที่เจ้าเก้าและอะหานนำกลับมาไม่ใช่เส้นผมของคุณหนูใหญ่ตระกูลถัง” ลุงเหลียงได้ยินคำถามของผู้ดูแลจ้งแล้วมีความงงเล็กน้อย ทว่าก็ยังรีบทำการอธิบายกลับทันที
“งั้น เป็นไปได้ไหมที่เส้นผมนั้นจะไม่ใช่ของคุณหนูใหญ่ตระกูลถัง” น้ำเสียงของผู้ดูแลจ้งสูงขึ้นกะทันหัน ราวกับว่าจู่ๆ ก็มีความหวังขึ้นมา
ไม่ใช่เพราะผู้ดูแลจ้งดื้อดึง แต่ว่าขณะนี้เขาหวังมากจริงๆ ว่าเรื่องราวจะเป็นแบบนี้
เพราะว่าเมื่อกี้ผู้ดูแลจ้งนึกถึงเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน หัวหน้าบ้านเขาไม่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเจ้าหญิงมากเกิน แต่ว่าให้ความสำคัญกับคุณหนูใหญ่ตระกูลถังเท่านั้น
ผู้ดูแลจ้งรู้ว่าหัวหน้าบ้านคนเองท้อแท้หมดหวังขนาดนั้นไม่เพียงแต่เพราะตามหาเจ้าหญิงไม่เจอจึงผิดหวัง หลักสำคัญคือผิดหวังเพราะคุณหนูใหญ่ตระกูลถังไม่ใช่เจ้าหญิง
ในใจของหัวหน้าอาจจะมั่นใจแล้วว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลถังเป็นลูกสาวของเขา
ไม่เช่นนั้น เมื่อกี้หัวหน้าก็คงไม่พูดว่าไม่จำเป็นต้องตามหาแล้ว
ลุงเหลียงที่อยู่อีกทางหนึ่งเงียบไปสักครู่ จากนั้นก็สูดหายใจลึก จึงจะพูดขึ้นอีกครั้งว่า “นายน่าจะรู้ว่าเจ้าเก้าและอะหานเป็นคนนำเส้นผมกลับมา นายเองก็น่าจะรู้ว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลถังก็คือเวินลั่วฉิง คือลูกสาวของเวินจือฝาง”
“ฉันรู้ แน่นอนว่าฉันรู้อยู่แล้ว ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว” แน่นอนว่าผู้ดูแลจ้งต่างก็รู้หมด ทว่าเขารู้ก็ไม่มีประโยชน์ หัวหน้าต้องยอมรับจึงจะได้
“สถานการณ์อะไรไม่เหมือนกัน” ลุงเหลียงไม่เข้าใจคำพูดของผู้ดูแลจ้ง
“……” ผู้ดูแลจ้งเงียบไปชั่วครู่ คิดไปคิดมาสุดท้ายก็พูดขึ้น “หัวหน้ายอมรับคุณหนูใหญ่ตระกูลถังเป็นเจ้าหญิงขององค์กรโกสต์ซิตี้เท่านั้น”
ในตอนที่ผู้ดูแลจ้งพูดประโยคนี้ถึงแม้น้ำเสียงจะไม่สูง ทว่ากลับมั่นใจมากๆ จุดนี้ไม่มีอะไรน่าสงสาร สามารถมั่นใจได้จากการตอบสนองของหัวหน้าในเมื่อกี้