ตอนที่ 1544
บทที่ 1544 บ้าเกินไปแล้ว (3)
October 28, 2026
“ไม่ เธอไม่ต้องยุ่ง ทางตำรวจจะตัดสินยังไงก็ตัดสินไป นี่มันเป็นสิ่งที่ฉันสมควรได้รับ” ไป๋ยี่รุ่ยไม่อยากให้หลิวหยิงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องนี้เดิมทีแล้วมันไม่ใช่เรื่องดีอะไรเลยด้วย เย็นนี้เขามาหาหลิวหยิงเพียงแค่เพื่อให้เธอช่วยเขาติดต่อเวินลั่วฉิงเมื่อถึงตอนนั้นเท่านั้น เรื่องอื่นเขาไม่อยากให้เธอยุ่งให้มากมาย
“นั่นก็ต้องคิดหาวิธีด้วยเหมือนกัน พี่จะมองโลกในแง่ร้ายอย่างนี้ไม่ได้นะ เรื่องนี้พี่ไม่อยากบอกเวินลั่วฉิง งั้นฉันจะคิดหาวิธีเอง” หลิวหยิงรู้ความคิดของเขา เขาไม่อยากทำให้เธอต้องเดือดร้อน
เธอรู้มาโดยตลอด ใจของเขาอ่อนที่สุด
“ฆ่าคนมันต้องชดใช้ด้วยชีวิต เธอจะมีวิธีอะไรอีกได้?” ไป๋ยี่รุ่ยส่ายหน้าออกมาเบา ๆ “ตอนแรกที่บ้านเธอเกิดเรื่อง ฉันเองก็ยุ่งเสียจนเอาตัวเองยังไม่รอดเลย ไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลย ต่อมาฉันได้รู้ว่าคุณลุงหลิวได้ถูกปล่อยตัวแล้ว คนพวกนั้นก็ไม่ได้บีบตระกูลหลิวให้จนมุมอีก ได้ข่าวว่าแม่กับน้องชายของเธอไปต่างประเทศ ต่อมาก็ติดต่อเธอไม่ได้เลย”
ตอนที่ตระกูลหลิวเกิดเรื่อง คุณพ่อไป๋เพิ่งจะเสียชีวิตไปได้ไม่นาน เมื่อตอนนั้นไป๋ยี่รุ่ยก็เลยไร้หนทางช่วยเหลือตระกูลหลิวได้จริง ๆ เรื่องนี้เขาเองก็รู้สึกผิดมากเหมือนกัน แต่ต่อมาได้ข่าวมาว่าคุณพ่อหลิวได้ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว
เมื่อตอนนั้นเหมือนกับว่าจะมีคนช่วยตระกูลหลิวเอาไว้ เพราะว่าความสัมพันธ์กับตระกูลหลิวไม่เลวมาโดยตลอด เมื่อตอนนั้นเขาก็ได้ข่าวมาบ้างเหมือนกัน
แต่ต่อมาหลิวหยิงก็ได้ตัดขาดการติดต่อทั้งหมดของเขาไป เกี่ยวกับเรื่องของหลิวหยิงนั้นเขาไม่รู้ชัดเลย
หลิวหยิงตะลึงงันไป มือได้กำแน่นออกมาทันที ห้าปีมานี้ เธอไม่เพียงแต่จะตัดขาดการติดต่อกับไป๋ยี่รุ่ย เธอตัดขาดการติดต่อกับคนที่รู้จักทั้งหมด
เพราะว่าเธอไม่อยากให้ใครรู้เรื่องเธอกับซือถูมู่หรง
อันที่จริงไป๋ยี่รุ่ยเพียงแค่เพื่อเบี่ยงเบนหัวข้อบทสนทนาถึงได้พูดถึงเรื่องพวกนี้ แต่ความรู้สึกของหลิวหยิงในตอนนี้มันกลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก
“หลายปีนี้เธอใช้ชีวิตสุขสบายดีหรือเปล่า หลายปีมานี้เธอไปทำอะไรอยู่?” ไป๋ยี่รุ่ยไม่รู้สถานการณ์ของหลิวหยิงเลยจริง ๆ ดังนั้นแล้วเขาจึงได้ถามออกไปอย่างเป็นห่วงเป็นใย
ไป๋ยี่รุ่ยถึงขนาดที่ยังคิดเลยว่าตอนนี้เวินลั่วฉิงกลับไปที่ตระกูลถังแล้ว กลายเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลถังไปแล้ว เขาเองก็ไม่ต้องกังวลว่าเวินลั่วฉิงจะถูกรังแกด้วยเหมือนกัน ดังนั้นแล้วเขาก็เลยคิดว่าทรัพย์สินของเขาสามารถโอนไปให้หลิวหยิงได้ด้วยบางส่วน
อันที่จริงก่อนหน้านี้ไป๋ยี่รุ่ยก็วางแผนเอาไว้แล้วเหมือนกัน เพราะถึงยังไงหลิวหยิงก็เติบโตมาด้วยกันกับเขามาตั้งแต่เล็ก เขาเห็นเธอเป็นเหมือนน้องสาวมาโดยตลอด อีกอย่างเรื่องนี้ต้องให้หลิวหยิงช่วย ดังนั้นแล้ว เขาจึงเก็บบ้านหลังหนึ่งเอาไว้ให้หลิวหยิง แล้วก็ยังมีเงินสดจำนวนหนึ่งด้วย
เขาคิดว่าตระกูลหลิวเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นขนาดนั้น หลายปีมานี้หลิวหยิงจะต้องใช้ชีวิตได้ไม่ดีเลยอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าหลายปีมานี้ติดต่อไม่ได้เลย ตอนนี้ติดต่อได้แล้ว เขาช่วยได้ก็ช่วยเธอสักหน่อย
แต่ไป๋ยี่รุ่ยรู้นิสัยหลิวหยิงดี ถ้าเขาหยิบยื่นอะไรให้เธอไป เธอจะต้องไม่เอาแน่ ดังนั้นแล้ว ก่อนหน้านี้เขาจึงไม่ได้พูดขึ้นมาเลย รอจนถึงตอนที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็จะรู้เอง
เมื่อตอนนั้นเขาคงจะต้องอยู่ในคุกไปแล้วเหมือนกัน
ตอนนี้รู้ว่าเวินลั่วฉิงได้กลายเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลถังไปแล้ว ก็ได้คิดถึงสถานการณ์ของหลิวหยิงไปอีกที ไป๋ยี่รุ่ยอยากจะเก็บบางอย่างไว้ให้หลิวหยิงให้มากขึ้น
พรุ่งนี้ก่อนไปมอบตัว เขาโทรหาผู้ช่วย ให้ผู้ช่วยไปจัดการสักหน่อย
“ก็เรื่อย ๆ” หลิวหยิงหลุบตาลงเล็กน้อย มือกำแน่นขึ้นกว่าเดิม เมื่อห้าปีก่อนเธอได้ขายตัวเองให้กับซือถูมู่หรงไปเพื่อช่วยพ่อ เรื่องแบบนี้จะให้เธอพูดออกไปยังไง
เธอไม่ได้บอกแม้แต่เวินลั่วฉิง แล้วจะบอกไป๋ยี่รุ่ยได้ยังไง
ไป๋ยี่รุ่ยมองออกว่าเธอไม่อยากพูด จึงไม่ได้ถามซักไซ้ต่อไปอีก เพียงแค่ยิ้มพลางเอ่ยออกไปอย่างกึ่งจริงจังกึ่งล้อเล่น “เธอก็โตแล้ว มีแฟนแล้วหรือยัง?”
ไป๋ยี่รุ่ยคิดถึงความสัมพันธ์สมัยหนุ่มสาว นึกถึงเรื่องที่ตระกูลหลิวได้เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นขึ้น สำหรับเด็กสาวที่เขามองเห็นเป็นน้องสาวมาโดยตลอดคนนี้มีความไม่สบายใจอยู่บ้าง
หลิวหยิงเลิกตาขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว มองเขาไปแสบนึง มุมปากได้เม้มแน่น จากนั้นก็พูดเสียงเบาออกมา “ยัง”
ความสัมพันธ์ของเธอกับซือถูมู่หรง เป็นเขาจ่ายเงิน ซื้อความสัมพันธ์ของเธอมา ไม่อาจนับได้ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบแฟนกันอย่างแน่นอน