ตอนที่ 1612
บทที่ 1612 ลองทำจริง
October 28, 2026
วันที่ 2 ตอนที่เวินลั่วฉิงตื่นขึ้นมา ก็รู้สึกเหมือนร่างกายจะพังทลาย ปวดเอวปวดหลังไปหมด แต่ก็ถือว่ายังพอทนไหว ดูท่าทางเมื่อคืนเย่ซือเฉินยังพอปรานีอยู่บ้าง
เวินลั่วฉิงขยับตัวอยากจะลุกขึ้น แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ มาจากด้านข้าง เธอหันหน้าไป ก็เห็นว่าเย่ซือเฉินกำลังมองมาที่เธออย่างหยอกล้อ แล้วหน้าเธอก็แดงขึ้นมาในทันที ผู้ชายคนนี้ไม่ไปทำงานหรือยังไง? รอเธออยู่งั้นเหรอ?
“นาย? ”เวินลั่วฉิงรู้สึกเหนื่อยล้า เย่ซือเฉินก็อยู่บ้าน เธอก็เลยนอนกลับลงไปบนเตียง “ทำไมวันนี้ไม่ไปทำงานล่ะ? ”
“ไม่อยากไป” เย่ซือเฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน เมื่อคืนนี้เขามีความสุขมากจริงๆ ความสามัคคีของร่างกายและจิตวิญญาณ มันช่างทำให้เขาถลำหรือเข้าไปเรื่อยๆ ไม่อยากจะจากไปแม้แต่นิดเดียว! ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เวินลั่วฉิงสารภาพรัก แล้วเขาจะตัดใจหากเธอได้ยังไงกันล่ะ?
เวินลั่วฉิงรู้สึกกลัดกลุ้ม ไม่ใช่ว่าเธอไม่ดีใจ แต่ว่าเธอแค่รู้สึกเหนื่อยเท่านั้นเอง เหมือนกับว่าเย่ซือเฉินดูว่าเธอคิดอะไร เขายื่นมือออกไปดึงมากอดไว้ในอ้อมแขน นวดเอวของเธอเบาๆ เพื่อคลายความเหนื่อยล้าของเธอ
“เรื่องของไป๋ยี่รุ่ย เธอจะจัดการยังไง? ” บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเมื่อวานได้กินจนอิ่มหนำสำราญ เย่ซือเฉินในวันนี้ก็เลย……อ่อนโยนเป็นพิเศษ? สีหน้าของเขาดูเรียบเฉย อ่อนโยนและก็ยิ้มแย้ม เวินลั่วฉิงจ้องมองอย่างตะลึง ผู้ชายคนนี้ ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย ในสายตาของเธอ เย่ซือเฉินเป็นคนที่เอาแต่ใจและเย็นชามาโดยตลอด ความอ่อนโยนเพียงเล็กน้อยที่เขามีอยู่ก็มอบให้เธอกับลูกทั้งสองคนจนหมด และความอ่อนโยนของเขาในตอนนี้มันทำให้ผู้คนลืมไปว่าความจริงแล้วเขาเป็นยังไง จู่ๆ เวินลั่วฉิงก็รู้สึกว่า เย่ซือเฉินที่เป็นแบบนี้มันทำให้คนบ้าคลั่งได้มากกว่าอีก ถ้าเกิดว่าเขาสามารถเป็นแบบนี้ได้ตลอดก็คงจะดี เธอจะได้อยู่ภายในความอ่อนโยนเสมอ! ถึงแม้ว่าเย่ซือเฉินจะดีกับเธอมาก แต่ว่า……ใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าที่หล่อสุดขีดขนาดนี้!
เพราะว่าเมื่อกี้เวินลั่วฉิงถูกดึงดูดเข้าไปชั่วขณะหนึ่ง รู้สึกวิงเวียนอีกหน่อย ก็เลยไม่ทันฟังคำพูดของเย่ซือเฉินเมื่อกี้นี้ เย่ซือเฉินที่รอคอยคำตอบจากเวินลั่วฉิงอยู่เห็นว่าใบหน้าของเธอดูสับสน ก็เลยลูบหัวเธอยังจนปัญญา “เมื่อกี้เธอได้ฟังที่ฉันพูดไหมเนี่ย? ”
“……”เวินลั่วฉิงรู้สึกก็เขิน ผู้ชายคนนี้นี่ ช่างน่าหงุดหงิดซะจริงๆ เลย!ทั้งๆ ที่เธอไม่ใช่คนบ้าผู้ชาย ปกติก็ไม่สนใจอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ทำไมหลังจากที่พวกเขาคบกัน เธอถึงได้ไร้เหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆล่ะ? จนถึงขั้นที่ว่าตอนนี้เธอเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับความหล่อ จนไม่สนใจเรื่องสำคัญแล้ว!
เวินลั่วฉิงประณามตัวเองในใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตอบอย่างไม่เต็มใจว่า “เมื่อกี้ฉันใจลอยนิดหน่อยนะ นายว่าไงนะ?”
ยากที่จะหาโอกาสมาหยอกล้อเวินลั่วฉิงได้ แล้วเย่ซือเฉินจะปล่อยไปได้ยังไงกันล่ะ แล้วอีกอย่างตื่นมาตอนเช้าแบบนี้ ทำไมต้องสนใจเรื่องของคนอื่นด้วย? สามีภรรยาจีบกัน รักใคร่กันซะหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ? เย่ซือเฉินตัดสินใจว่าจะยังไม่ไปยุ่งกับเรื่องของไป๋ยี่รุ่ย เขาจงใจขยับเข้าไปใกล้เวินลั่วฉิง แล้วถามว่า “ทำไมเมื่อกี้ถึงใจลอยเหรอ? ทำไมถึงไม่ได้ยินว่าฉันพูดว่าอะไรล่ะ? ”
พอเห็นสีหน้าที่ดูพึงพอใจและอยากจะเห็นเรื่องสนุกของเย่ซือเฉิน เธอก็รู้ว่าเขากำลังจูงใจ เขาต้องคิดแน่ๆ ว่าเธอใจลอยเพราะเขา แต่ถึงมันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เธอก็ไม่มีทางยอมรับหรอก เธอจงใจชำเลืองมองเย่ซือเฉินด้วยหางตาและพูดว่า “ฉันกำลังคิดอยู่ว่าเมื่อวานคนบางคนไม่เพลงอกเกรงใจกันเลย!วันนี้จะคิดบัญชียังไงดี! แล้วอีกอย่าง ต่อไปฉันจะไม่ยอมให้นายได้บรรลุผลอย่างง่ายดายหรอก!” เพราะว่าทั้งสองคนต่างรู้ดีว่านี่เป็นการล้อเล่นกัน เวินลั่วฉิงก็เลยไม่กลัวว่าเย่ซือเฉินจะโกรธ เธอไม่สนใจเลย
เย่ซือเฉินรู้ว่าเวินลั่วฉิงกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่ใช่แค่ไม่โกรธ แถมยังจงใจคล้อยตามเธออีก “เมื่อวาน ถือว่าฉันปรานีแล้วนะ ไม่อย่างนั้นวันนี้เธอตื่นขึ้นมาได้เหรอ? ถ้าเกิดว่าไม่เชื่อ เราทำต่อกันไหมล่ะ?”
เวินลั่วฉิงเหมือนโดนฟ้าผ่า! นี่เธอขุดหลุมให้ตัวเองนั้นเหรอ? แล้วอีกอย่าง ผู้ชายคนนี้ไม่เหนื่อยหรือยังไง? นี่มันก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไม่ใช่เหรอ? เวินลั่วฉิงมองไปที่เย่ซือเฉินด้วยความสงสัย “นายยังมีแรงอยู่อีกเหรอ? ”
เย่ซือเฉินสีหน้ามืดมนลงในทันที คนที่ตัวเองชอบใช้สีหน้าที่สงสัยและพูดในสิ่งที่คลุมเครือออกมาอย่างตรงไปตรงมา แล้วจะให้เขาทำยังไงได้? อยากจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัวจริงๆ เลย!