ตอนที่ 1619
บทที่ 1619 อิจฉา
October 28, 2026
วิธีที่ไป๋ยี่รุ่ยจัดการ จะพูดว่าผิดก็ไม่ได้ มันสามารถแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขา
ตำรวจเหมือนจะสามารถมองเห็นความโล่งใจจากสายตาที่เย็นชาของไป๋ยี่รุ่ย เรื่องนี้ กลัวว่ามันจะค้างอยู่ในใจ ไม่นาน แต่มันก็เพียงพอที่จะสลักอยู่ในหัวใจไม่ลืม พอคิดอยู่นาน ตำรวจก็เข้าใจได้ในทันที ว่าตอนที่ไป๋ยี่รุ่ยพึ่งมานั้น ทำไมเขาถึงไม่ให้เหตุผลอะไรเลย ได้แต่รอคำตัดสินอยู่แบบนั้น บางทีในใจของเขา ได้พิพากษาประหารชีวิตตัวเองแล้ว——เขาไม่รู้ว่าควรจะยอมรับเรื่องที่น่าอายและผิดบาปแบบนี้ได้ยังไงกัน
“ถ้ายังงั้น……เรื่องนี้ คุณรับได้ไหมถ้าเกิดว่าคนอื่นจะรับรู้เรื่องนี้? ”ตำรวจเองก็รู้เรื่องบนอินเตอร์เน็ตเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็ยังมองดูมันอย่างใจเย็น แต่ว่าหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายจากไป๋ยี่รุ่ยแล้ว ก็รู้สึกผิดบาป เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถบอกได้ว่าผิดหรือถูก เรื่องทุอย่างมีต่างมีเหตุผลของตัวมันเอง และ……เดินไปหาทางที่ผิด
ดวงตาของไป๋ยี่รุ่ยเป็นประกาย แล้วก็พูดอย่างไม่มีทางเลือกว่า “ได้ครับ ยานั้น ถูกใส่ลงไปในอาหาร ในห้องนั้นน่าจะยังมีหลักฐานอื่นอยู่ พวกคุณก็น่าจะหาเจอนะครับ”
“คุณจะยอมพาพวกเราไปตรวจสอบดูไหมครับ? ”ตำรวจอยากจะให้ไป๋ยี่รุ่ยทำเรื่องอะไรบางอย่าง จะได้ใช้ในตอนตัดสิน ไป๋ยี่รุ่ยปฏิเสธโดยที่ไม่คิดด้วยซ้ำ “ผมถูกขังอยู่ที่นั่นมานานมากแล้ว ไม่อยากไปอีกแล้ว ตอนที่ไป๋หยิงทำเรื่องพวกนั้น เธอไม่ได้คิดจะปกปิดเลย น่าจะสามารถหาหลักฐานเจอได้ง่าย ตอนนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะปิดบังอีกแล้ว ถ้าเกิดว่าพวกคุณหาหลักฐานเจอก็โพสต์ลงอินเตอร์เน็ตได้เลย ขอโทษด้วยครับ เรื่องนี้ต้องทำให้พวกคุณลำบากแล้ว”ไป๋ยี่รุ่ยกลับมามีสีหน้าเหมือนเดิม แต่ว่าแรงโจมตีพวกนั้นยังคงมีอยู่ ดังนั้นไป๋ยี่รุ่ยในตอนนี้เนี่ยดูไม่มีชีวิตชีวาแต่ก็เสื่อมโทรม
ตำรวจพยักหน้า “วางใจเถอะ ถ้าเกิดว่าเคยมี พวกเราก็ต้องหาหลักฐานเจออย่างแน่นอน ตอนนี้คุณก็อยู่ที่นี่ไปก่อน เดี๋ยวพวกเราจะบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องอินเทอร์เน็ต”
ไป๋ยี่รุ่ยพยักหน้า แล้วก็เห็นตำรวจทั้งสองคนเดินออกไปพร้อมกัน คนหนึ่งถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้า แล้วพูดว่า “น่าเสียดายที่คนที่ประสบความสำเร็จ กลับมาถูกทำลายแบบนี้ น่าเสียดายจริงๆ เลย”
อีกคนไม่ได้พูดอะไร และเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นไปเรื่อยๆ เหลือไป๋ยี่รุ่ยไว้เพียงแค่คนเดียว นั่งพิงผนังอยู่ เขารู้สึกหมดเรี่ยวแรง เหนื่อยล้า เรื่องในตอนนี้ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง แต่ว่าเขากลับไม่รู้อะไรเลย ได้แต่ถูกบีบให้รอผลอยู่แบบนี้ ขั้นตอนนี้มันช่างยาวนานและน่ากลัว โชคดีที่เวินลั่วฉิงยังคงอยู่ และเธอกำลังให้กำลังใจตัวเอง
………………
หลังจากที่เวินลั่วฉิงออกมาแล้วก็ไปหาหลิวหยิง เรื่องนี้ เธออยากจะบอกหลิวหยิงมากที่สุดเลย ว่าตั้งแต่ตอนที่หลิวหยิงชอบไป๋ยี่รุ่ย ความรู้สึกที่เธอมีต่อทั้งสองคนนั้นก็ค่อนข้างเบาบางลง คิดว่าถ้าเกิดหลิวหยิงไม่สามารถยอมรับซือถูมู่หรงได้จริงๆ และไม่สามารถลืมความรักเก่าอย่างไป๋ยี่รุ่ยได้ล่ะก็ ทั้งสองคนจะมีโอกาสได้คบกันไหม? สัญชาตญาณของเวินลั่วฉิงบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าท่าทางของหลิวหยิง กลับทำให้เธอรู้สึกว่าหลิวหยิงกับซือถูมู่หรงมันยิ่งเป็นไปไม่ได้กันใหญ่เลย เวินลั่วฉิงคิดอยู่ในใจ ไม่ว่าเจ้าหน้าที่จะเป็นกลางแค่ไหน ก็ไม่สามารถตัดสินข้อพิพาทภายในบ้านของคนอื่นได้หรอก ก็ปล่อยให้เธอเลือกไปนั่นแหละ ถึงไม่ว่ามันจะเป็นยังไง เธอก็จะสนับสนุนหลิวหยิงอยู่ดี
เวินลั่วฉิงไปยังโรงแรมที่หลิวหยิงพักอยู่ แล้วก็เห็นซือถูมู่หรงนั่งอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก แล้วก็เดินตรงไปที่ห้องของหลิวหยิง พร้อมกับเคาะประตู
“ทำไมนายยังไม่ไปไหนอีก? ฉันบอกว่าไม่เป็นไรไง!”เสียงที่รำคาญของหลิวหยิงดังออกมาจากในห้อง และดูเหมือนว่ามีความรังเกียจอยู่ในน้ำเสียงของเธออีกด้วย แล้วเวินลั่วฉิงก็คาดเดาได้ในทันทีว่าเมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมซือถูมู่หรงถึงไปอยู่ที่ล็อบบี้ เธอรู้สึกสงสัยเล็กน้อย เกิดอะไรขึ้นกับสองคนนี้อีกงั้นเหรอ? แล้วเธอก็เคาะประตูอย่างอดทนอีกครั้ง พร้อมกับพูดอย่างอ่อนโยนว่า “หลิวหยิง ฉันเอง เวินลั่วฉิง”
หลิวหยิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกในทันที และรีบเดินมาเปิดประตู พอเปิดประตูได้ก็รีบพูดว่า “ฉิงฉิง ในที่สุดเธอก็มาแล้ว”