ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 ไม่ยอมลดราวาศอกแม้เพียงก้าวเดียว
September 29, 2026
ลั่วหนิงปกป้องไทเฮาจากคมดาบ จนตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทั้งตระกูลจึงได้รับความมั่งคั่งและเกียรติยศ
ทว่า อาการบาดเจ็บบอบช้ำลึกถึงจุดสำคัญภายใน รักษาตัวอยู่นานก็ไม่ทุเลา จึงถูกส่งไปพักรักษาตัวยังบ้านพักตากอากาศทางตอนใต้ที่มีอากาศอบอุ่น ครั้นผ่านไปสามปี เมื่อกลับมาถึงบ้าน ที่บ้านกลับมีญาติผู้น้องเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
ไม่เพียงแต่ญาติผู้น้องคนนี้จะพักอยู่ในเรือนของลั่วหนิง ซ้ำยังใช้เบี้ยรายเดือนและสาวใช้ของลั่วหนิงอีกด้วย
ทั้งบิดามารดาและพี่ชายล้วนรักใคร่เอ็นดูนาง ท่านย่าก็ชมชอบนาง แม้แต่คนรักแต่วัยเยาว์ของลั่วหนิงก็แอบแอบปันใจให้นาง เขาบอกว่านางเหนือกว่าลั่วหนิงทุกประการ
เดิมทีไทเฮาต้องการประทานบรรดาศักดิ์เสี้ยนจู่ให้ลั่วหนิง แต่เพราะการแทรกแซงของมารดา บรรดาศักดิ์นั้นจึงตกไปสู่ญาติผู้น้อง
ลั่วหนิงทนไม่ได้ จึงอาละวาดทวงความเป็นธรรม พวกเขากลับกล่าวหาว่านางคลุ้มคลั่ง
หลังจากคร่าชีวิตลั่วหนิงแล้ว ทั้งจวนก็รู้สึกปลอดโปร่ง ราวกับได้กำจัดตัวซวยทิ้ง
ลั่วหนิงเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่นานถึงสิบแปดปี เฝ้ามองจวนโหวล่มสลายทีละน้อย คนที่ทรยศนางล้วนตายอย่างน่าอนาถ จนในที่สุดนางก็ได้เกิดใหม่
ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
……
“คุณหนูใหญ่ อีกสามสิบลี้จะถึงจุดแวะพักทางใต้ของเมือง ท่านอยากจะแวะผ่อนคลายอิริยาบถสักหน่อยหรือไม่ขอรับ” คนขับรถม้าเอ่ยถามนาง
ลั่วหนิงส่ายหน้า “ไม่ต้อง ตรงเข้าเมืองเลย”
แล้วกล่าวต่ออีกว่า “ยังไม่ต้องกลับจวนโหว ไปที่ตรอกอันซิ่งก่อน”
คนขับรถม้าไม่เข้าใจ แต่ก็ทำตามคำสั่ง
ชิวหวา หนึ่งในสองสาวใช้ที่กลับมาด้วยกันเอ่ยถามขึ้น “คุณหนู ตรอกอันซิ่งมีสิ่งใดหรือเจ้าคะ”
“ที่นั่นเป็นที่พำนักส่วนตัวของเว่ยกงกง ขันทีข้างกายของไทเฮา” ลั่วหนิงตอบ
ชิวหวารู้สึกประหลาดใจ “ท่านจะไปหาเว่ยกงกงหรือ ไม่กลับจวนไปคารวะท่านโหวและฮูหยินก่อนหรือเจ้าคะ”
ชาติก่อน ลั่วหนิงตรงกลับไปที่จวน
แต่กลับได้เผชิญกับเรื่องราวหนึ่ง
ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นางต้องประสบกับความทุกข์เข็ญในภายภาคหน้า
ไม่ถึงหนึ่งปี ชิวหวาและชิวหลาน สาวใช้ข้างกายทั้งสองทยอยถูกสังหารไปทีละคน เมื่อแขนซ้ายขวาถูกตัดขาด สถานการณ์ของนางจึงยิ่งยากเข็ญกว่าเดิม
“ยังไม่ต้องรีบร้อน” ลั่วหนิงตอบกลับ
เมื่อลงจากรถที่ตรอกอันซิ่ง ลั่วหนิงก็เคาะประตูด้วยตัวเอง
วันนี้เป็นวันพักผ่อนของเว่ยกงกง เขากำลังดูแลสวนดอกไม้ในจวน
เมื่อได้ยินว่าเป็นลั่วหนิง ก็รีบออกมาต้อนรับ
ตอนที่ลั่วหนิงรับดาบแทนไทเฮา เว่ยกงกงก็อยู่ข้างๆ จึงได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตาของตนเอง
“คุณหนูลั่ว” เขายิ้มแย้มทักทาย “ได้ยินว่าท่านไปพักรักษาตัว ตอนนี้หายดีแล้วหรือ”
“หายดีแล้ว ขอบคุณท่านกงกงที่เป็นห่วง วันนี้เพิ่งกลับมาถึง จึงอยากจะไปถวายพระพรไทเฮาก่อน แต่ก็กลัวว่าประตูวังจะ...”
“กระหม่อมจะพาคุณหนูไปเอง” เว่ยกงกงกล่าวอย่างกระตือรือร้น
ลั่วหนิงเดินทางถึงตำหนักโซ่วเฉิงและได้เข้าเฝ้าชุยไทเฮาโดยราบรื่น
ไทเฮาไม่เคยลืมบุญคุณของนาง
“ดูเหมือนจะสูงขึ้นเล็กน้อย พักฟื้นได้ดีเลยทีเดียว ผิวพรรณผุดผ่องสดใส ถูกใจข้าจริงๆ” ไทเฮากุมมือนางไว้ตลอด
ชาติก่อน หลังจากกลับถึงจวนแล้ว ลั่วหนิงเอ่ยปากขอไปเข้าเฝ้าไทเฮาอยู่หลายครั้ง แต่มารดาของนางไม่เคยอนุญาต
“เจ้าไปเข้าเฝ้าไทเฮา เพื่อหวังจะทวงบุญคุณเท่านั้น แบบนี้จะนำหายนะมาให้พวกเรา” มารดากล่าวเช่นนั้น
ไทเฮาทรงเมตตาส่งคนมาสอบถามอยู่หลายครั้งหลายครา เมื่อไร้ข่าวคราว จึงเงียบหายไป
หลังจากลั่วหนิงเสียชีวิต ไทเฮาได้จุดประทีปที่วัดฝ่าหวาเป็นเวลาถึงสิบห้าปี เพื่อขอพรให้นางได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี เพียบพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคาร และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
ลั่วหนิงดึงสติกลับมา นางจับมือไทเฮา “ไทเฮา หม่อมฉันสบายดี”
“มีสิ่งใดอยากได้หรือไม่ จงบอกข้ามา”
“สร้อยประคำที่ข้อมือของไทเฮา ประทานให้หม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ หม่อมฉันอยากจะขอยืมแสงแห่งพระพุทธและพระเมตตาของไทเฮา เป็นเครื่องนำทางให้ชีวิตได้พบแต่ความสงบสุข” ลั่วหนิงกล่าว
นางไม่เกรงใจ และไม่บ่ายเบี่ยง ทว่ากลับทำให้ไทเฮากลับรู้สึกอบอุ่นใจ
ไทเฮาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะทำสิ่งใดเพื่อนางบ้าง
จึงถอดสร้อยประคำที่สวมใส่อยู่บนข้อมือเป็นประจำ ประทานให้ลั่วหนิง
แล้วจึงพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ
ลั่วหนิงไม่มีท่าทีขัดเขินแม้แต่น้อย วาจาฉะฉานคล่องแคล่ว เล่าเรื่องราวสนุกสนานต่างๆ ที่บ้านพักทางใต้ให้ไทเฮาฟัง
ในถ้อยคำ ยังแฝงทีเล่นทีจริงเล็กน้อย หยอกเย้าให้ไทเฮาอารมณ์เบิกบาน
ไทเฮารั้งนางให้อยู่รับประทานมื้อกลางวันด้วยกัน
แต่ลั่วหนิงต้องการจะกลับ
“เพิ่งผ่านประตูเมืองเข้ามา ยังไม่ได้ไปคารวะท่านย่าและท่านพ่อท่านแม่เลย วันหลังหม่อมฉันค่อยมารบกวนไทเฮาใหม่นะเพคะ” นางลุกขึ้นคำนับ
ไทเฮาจึงให้เว่ยกงกงไปส่ง
เมื่อเป้าหมายบรรลุ ลั่วหนิงบรรจงเก็บสร้อยประคำอย่างระมัดระวัง แล้วเดินทางกลับจวนเจิ้นหนานโหว
…..
หน้าจวนโหวโอ่อ่ากว้างขวาง ซุ้มประตูสูงสง่าโดดเด่น ลานกว้างด้านหน้าโอ่โถง สิงโตหินคู่ตั้งตระหง่านน่าเกรงขาม ประตูสีแดงชาดหนักแน่นสูงใหญ่ ห่วงประตูสีทองอร่ามเป็นประกาย