ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 การหมั้นหมาย ลั่วหนิงเจรจาเอง
September 29, 2026
เรื่องราวในตำหนักหลงฝูแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ในจวนเจิ้นหนานโหวก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้
คำทำนายของลั่วหนิง ฮ่องเต้และไทเฮามิได้แพร่งพรายสู่ภายนอก
ไม้ใหญ่มักถูกสายลมแรงโหมกระหน่ำ
‘การลอบสังหาร’ ล้มเหลว อาจทำให้ลั่วหนิงมีศัตรู
ไทเฮามีพระราชโองการเรียกตัวลั่วหนิงเข้าวัง
นางไป๋มารดาของลั่วหนิงต้องการจะติดตามไปด้วย แต่เมื่อนางแต่งตัวเสร็จ ไปหาลั่วหนิงที่เรือนเหวินฉี่ ลั่วหนิงก็ออกไปแล้ว
นางไป๋นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ มองแม่นมข่งและคนอื่นๆ แล้วยิ้มขื่น พลางส่ายศีรษะเบาๆ บ่งบอกถึงความผิดหวังในตัวลั่วหนิงอย่างมาก ก่อนจะกลับไป
“ทองใบหนึ่งร้อยตำลึงนี้ ฝ่าบาทปูนบำเหน็จให้เจ้า” ไทเฮาบอกลั่วหนิง พลางชี้ไปที่หีบลงรักสีแดงชาด
ลั่วหนิงคำนับด้วยความนอบน้อม “ขอบพระทัยไทเฮา ขอบพระทัยฝ่าบาท”
ไทเฮาเรียกให้นางลุกขึ้น
ในขณะที่พูดคุยกัน ไทเฮาได้เอ่ยชมว่าการทำนายครั้งนี้ของนาง แม่นยำมาก
“ไทเฮา หม่อมฉันเรียนรู้มาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การแอบดูความลับสวรรค์จะเป็นการลดทอนบุญวาสนา ต่อไปหม่อมฉันไม่กล้าพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว” ลั่วหนิงกล่าว
ไทเฮาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ไม่หลงระเริงไปกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เคารพต่อฟ้าดิน ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ
แถมยังงดงาม
ในนครเซิ่งจิง มีคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์มากมายที่กล้าอวดอ้างตัวว่า ‘งามล่มเมือง’ ทั้งๆ ที่มีความงามเพียงเจ็ดส่วนเท่านั้น
แต่สตรีที่งดงามอย่างแท้จริง แม้ไม่แต่งหน้าทาปาก สวมอาภรณ์เรียบง่าย ทว่าทุกอิริยาบถกลับชวนมอง
ลั่วหนิงเหมาะสมกับโอรสของนาง
“อาหนิง ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้า” ไทเฮารับสั่งให้คนอื่นๆ ถอยออกไป แล้วเอ่ยกับลั่วหนิงเบาๆ อย่างจริงใจ
หัวใจของลั่วหนิงสั่นสะท้าน หลังจากได้ยินไทเฮาพูดขึ้นว่า “ข้าจะขอให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้เจ้ากับอ๋องยง”
ไทเฮาเงียบไปสักพัก เพราะกำลังคิดว่าจะอวดอ้างสรรพคุณของบุตรชายอย่างไรจึงจะเหมาะสม
อ๋องยงมีสิ่งที่น่าชื่นชมมากมายเหลือเกิน
เมื่อลั่วหนิงได้ยินดังนั้น ก็จะคุกเข่าลง “ไทเฮาเพคะ...”
“ไม่ต้องมากพิธี” ไทเฮาแย้มยิ้มพลางประคองนางให้ลุกขึ้น “หากเจ้ามีความกังวลใดๆ ก็รีบบอกข้า”
“หม่อมฉันได้รับวาสนาเช่นนี้ เป็นเพราะเทพยาดาเมตตา เพราะความกรุณาฝ่าบาทและไทเฮา จะมีสิ่งใดให้กังวลอีกเพคะ” ลั่วหนิงนัยน์ตาแดงก่ำ
ปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงเช่นนี้ ทำให้ไทเฮาชะงักงัน
หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม “นับแต่นี้ หม่อมฉันจะได้รับการปกป้อง จะได้นอนหลับอย่างสบายใจเสียที”
ไทเฮาเข้าใจความหมายในทันที
ใบหน้าของนางมืดทะมึนลง “จวนเจิ้นหนานโหวปฏิบัติกับเจ้าไม่ดีหรือ”
“เปล่าเพคะ ไทเฮา เพียงแต่สามปีที่หม่อมฉันไปพักฟื้นทางใต้ ครอบครัวไม่เคยมาเหลียวแล เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็มักจะเจอบ่าวไพร่รังแกอยู่เสมอ
หม่อมฉันต้องคอยระวังตัว หวั่นวิตก กังวลจนไม่อาจนอนหลับได้สนิท การสมรสครั้งนี้ก็เหมือนก้าวขึ้นสู่ที่สูง มีบารมีของพระองค์คอยคุ้มครอง ไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใดอีกแล้ว” ลั่วหนิงกล่าว
แม้จะคุ้นเคยกับคำพูดประจบสอพลอ แต่ไทเฮารู้สึกดีก็ยังรู้สึกดีกับคำพูดของลั่วหนิง
อาจเป็นเพราะท่าทางโศกเศร้าของนางช่างน่าเวทนา ทำให้ไทเฮารู้สึกสงสารจับใจ หรือเป็นเพราะคำพูดจริงใจดูน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายอ๋องยง…
“ท่านอ๋องเขา…เต็มใจจะอภิเษกกับหม่อมฉันหรือเพคะ” ดวงตาสุกสกาวของลั่วหนิงกะพริบปริบๆ มองไทเฮา
ไทเฮาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เขาไม่กล้าขัดราชโองการแน่นอน”
ลั่วหนิงตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง มิได้ถอดใจ กลับโน้มตัวเข้าไปถามไทเฮา “ไทเฮาเพคะ หม่อมฉันขอพบท่านอ๋องได้หรือไม่ บางที หม่อมฉันอาจจะโน้มน้าวท่านอ๋องได้”
ไทเฮาแย้มยิ้มอีกครั้ง “เขาก็ไม่ได้พูดนี่นาว่าไม่เต็มใจ”
“ให้หม่อมฉันได้พบท่านอ๋องดีกว่าเพคะ” ลั่วหนิงกล่าว
ไทเฮาสั่งการให้เว่ยกงกงพาลั่วหนิงไปส่งที่จวนอ๋องยง
ไทเฮาไม่ได้คาดหวังนักสำหรับ ‘การโน้มน้าว’ ของลั่วหนิง
ไทเฮายังครุ่นคิดอยู่ว่าจะเกลี้ยกล่อมลูกชายอย่างไร
การสมรสครั้งนี้ เป็นประโยชน์ต่อความรุ่งโรจน์ที่กำลังร้อนแรงของอ๋องยงในขณะนี้ เขาไม่ควรแต่งงานกับตระกูลที่มีอำนาจมากนัก
ลั่วหนิงกล้าหาญ งดงาม เฉลียวฉลาด จนไทเฮาคิดว่านางแทบจะเทียบเท่ากับเจิ้งฮองเฮาได้แล้ว
เจิ้งฮองเฮาก็เป็นสะใภ้ที่ไทเฮาเลือกมาเองกับมือ นางวางตัวได้อย่างเหมาะสมทุกประการ สามารถจัดการหกตำหนักได้อย่างเรียบร้อย
“...เห็นที ข้าคงต้องใช้ไม้ตายแล้ว” ไทเฮาคิดในใจ
……
ลั่วหนิงเข้าไปในจวนอ๋องยง
หากไม่มีเว่ยกงกงนำทาง นางคงไม่สามารถก้าวผ่านประตูใหญ่ของจวนอ๋องมาได้
อ๋องยงอยู่ที่ลานฝึกด้านหลังของจวน
ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นในเดือนสิบสอง เขากำลังฝึกทวนภายใต้อาภรณ์บางๆ หอกยาวตวัดวาดลงบนพื้น ท่วงท่าดุดันน่าเกรงขาม