ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 คำทำนายเมื่อเกิดใหม่
September 29, 2026
หลังจากที่ทุกคนกลับไปหมดแล้ว ลั่วหนิงยังคงอยู่ที่เรือนหลักฝั่งตะวันตก ช่วยฮูหยินผู้เฒ่าเก็บถั่วพุทธะ
ฮูหยินผู้เฒ่าให้ลั่วหนิงเล่าเรื่องเมื่อเช้าอีกครั้ง
อยากฟังความคิดเห็นของนาง
ลั่วหนิงเล่าตามความเป็นจริง
เมื่อครู่ เจิ้นหนานโหวและคนอื่นๆ พูดเลี่ยงๆ ไม่ได้บอกว่าลั่วอิ๋นจะลงมือทำร้ายลั่วหนิงก่อน
“...ไม่ควรโต้เถียงกับเขา เขาจะต้องสืบทอดบรรดาศักดิ์ในอนาคต เจ้าแต่งงานออกเรือนไปแล้วก็ยังต้องพึ่งพาบ้านเดิม พวกเราเป็นผู้หญิง ถ้าไม่มีที่พึ่งก็ยืนหยัดไม่ได้” ท่านย่ากล่าว
คำพูดเหล่านี้มาจากใจที่หวังดี
แม้ลั่วหนิงจะรู้สึกขัดหู
แต่ความหวังดีที่ตระกูลลั่วสามารถมอบให้ได้ ช่างน้อยนิดเหลือเกิน ลั่วหนิงจึงไม่ถือสา รับไว้ทั้งหมด
นางพยักหน้าตามคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่า “ขอบคุณท่านย่าที่ชี้แนะ หลานเข้าใจแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ว่าอะไรอีก
……
วันรุ่งขึ้น มีข่าวว่าลั่วอิ๋นป่วยเป็นไข้หวัด อาการหนักถึงขั้นมีไข้
แต่เขาเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าปี ต่อให้ร่างกายอ่อนแอแค่ไหน ก็มีขีดจำกัด ไข้ขึ้นแค่คืนเดียวก็หายแล้ว
ไม่เหมือนลั่วหนิงที่ร่างกายอ่อนแอ
คนในเรือนเหวินฉี่กลัวว่าคุณชายใหญ่จะแก้แค้น จึงเตือนให้ลั่วหนิงคอยระวังตัวทุกฝีก้าว
วันที่ยี่สิบ เดือนสิบสอง ทูตจากแคว้นทูเจวี๋ย (เติร์ก) เดินทางมาเยือนราชสำนัก ฮ่องเต้จึงจัดงานเลี้ยงพร้อมมหรสพที่ตำหนักหลงฝู
ก่อนงานเลี้ยง ไทเฮาเสด็จไปยังห้องบรรทมของฮ่องเต้ พูดกับพระองค์สองสามคำ
ฮ่องเต้ทรงลุ่มหลงในอิสตรี ทั้งยังศรัทธาในลัทธิเต๋า เสวยโอสถเซียนเป็นนิจ ไทเฮาทรงทราบดี
แม้โอรสจะขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว แต่ไทเฮาผู้เป็นมารดาย่อมมีความห่วงใยอยู่เสมอ อดไม่ได้ที่จะเตือนให้พระองค์ดูแลสุขภาพของตัวเอง
“การมาเยือนของทูตจากแคว้นทูเจวี๋ยในครั้งนี้ ฮ่องเต้ต้องระมัดระวังให้ดี ตำหนักหลงฝูอาจเกิดเพลิงไหม้ จะต้องเตรียมสิ่งของดับเพลิงเอาไว้ล่วงหน้า” ไทเฮาเอ่ยเตือน
ฮ่องเต้ได้ยินแล้ว ก็อดจะหัวเราะมิได้ “เสด็จแม่ตื่นตระหนกเกินไปแล้ว”
แล้วกล่าวต่อว่า “แคว้นทูเจวี๋ยถูกน้องเจ็ดตีจนแตกพ่ายจนไม่เหลือกำลังจะสวนกลับแล้ว พวกเขาไม่กล้าลอบปลงพระชนม์หรอก”
ไทเฮานึกถึงคำพูดของลั่วหนิง
ลั่วหนิงบอกไทเฮาว่า วันที่ยี่สิบเดือนสิบสองอาจเกิดเพลิงไหม้ ให้ระมัดระวังตำหนักหลงฝูเป็นพิเศษ หากคำทำนายนี้แม่นยำ ขอให้ไทเฮาจดจำความดีความชอบของนาง
ตำหนักหลงฝูเป็นตำหนักที่ใช้จัดเลี้ยงในวันสำคัญ อาทิเช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลเข้าสู่ฤดูหนาว หรือยามที่มีอาคันตุกะจากต่างแคว้นมาเยือน
ตอนแรกที่ได้ยิน ไทเฮายังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
นางเข้าใจว่าระยะนี้คงไม่มีการใช้ตำหนักหลงฝู
ทว่าไม่กี่วันต่อมา นางกลับได้ยินว่าทูตแคว้นทูเจวี๋ยมาถึงราชสำนักแล้ว
“เจ้าว่า อาหนิงจะทำนายแม่นยำหรือไม่” ไทเฮาเอ่ยถามเว่ยกงกง
เว่ยกงกงทูลตอบว่า “หากตำหนักหลงฝูเกิดเพลิงไหม้ จะเป็นอันตรายต่อฝ่าบาท เชื่อไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย”
ในใจยังคงคลางแคลง แต่ไทเฮาสัมผัสได้ว่าอาหนิงไม่ใช่คนพูดจาเหลวไหล จึงสั่งการลงไป
ทั้งยังกำชับฮ่องเต้ด้วยพระองค์เอง
ฮ่องเต้เคารพนบนอบต่อมารดาอย่างยิ่งยวด แม้จะรู้สึกว่าความจู้จี้ของมารดาช่างน่ารำคาญ แต่ก็มิได้โต้แย้ง เพียงแค่พยักหน้าตอบกลับเบาๆ “ลูกจะเพิ่มทหารรักษาการณ์ก็แล้วกัน”
คืนนั้น ตำหนักหลงฝูคึกครื้นมาก แต่ทว่า ในกลุ่มนางรำมีคนลอบสังหาร เป้าหมายมิใช่ฮ่องเต้ แต่เป็นทูตแคว้นทูเจวี๋ย ซึ่งก็คือองค์ชายรองแห่งแคว้นทูเจวี๋ยนั่นเอง
ฮ่องเต้ได้เพิ่มทหารรักษาพระองค์เป็นสองเท่าล่วงหน้า เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เพราะเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า นางรำคนนั้นจึงถูกสังหารทันท่วงที
จู่ๆ นางรำที่นำเต้นรำก็เผาตัวเอง แล้วโยนคบเพลิงไปยังเหยือกสุราและขุนนางคนอื่นๆ ที่มาร่วมงานเลี้ยง สร้างความโกลาหลวุ่นวายขึ้นในตำหนัก
โชคดีที่ได้เตรียมสิ่งของดับเพลิงไว้แล้ว โดยปกติถังน้ำดับเพลิงเหล่านี้จะวางไว้ข้างนอก ไม่ได้อยู่ในตำหนัก
เมื่อความวุ่นวายสงบลง ฮ่องเต้โอบอุ้มหัวใจที่ยังคงหวาดหวั่นเสด็จไปยังตำหนักโซ่วเฉิงของมารดา
“...นางรำเหล่านั้น กุ้ยเฟยเป็นคนฝึกฝน ข้าไม่เคยระแวงนางเลย หากไม่มีการป้องกัน ทูตแคว้นทูเจวี๋ยคงต้องเสียชีวิต เกรงว่าการเจรจาสันติภาพคงจะต้องล่มแน่ๆ” ฮ่องเต้ตัดพ้อ
ไม่มีใครอยากทำสงคราม
อ๋องยงเซียวหวยเฟิงประจำอยู่ชายแดนตั้งแต่อายุสิบสาม กรำศึกสงครามอยู่เจ็ดปี นำทัพตีทหารทูเจวี๋ยให้ร่นถอยเข้าไปในหุบเขา หมดหนทางต่อสู้ แคว้นทูเจวี๋ยจึงเจรจาสงบศึก โดยให้คำมั่นว่าจะส่งบรรณาการมาให้ราชสำนักทุกปี เป็นเวลายี่สิบปี เพื่อแลกกับความสงบสุข
แต่หากทูตเสียชีวิตในนครเซิ่งจิง ความแค้นของชาวทูเจวี๋ยจะถูกปลุกปั่น เกรงว่าไม่เกินสองปี ชายแดนคงลุกเป็นไฟอีกครั้ง
สำหรับองค์ชายรองคนนี้ เขาค่อนข้างใกล้ชิดกับนครเซิ่งจิง ทั้งยังสนับสนุนสันติภาพมาโดยตลอด ทั้งยังมีโอกาสจะขึ้นครองราชย์ ได้เป็นข่านคนต่อไป
โชคดีที่ไม่ถูกสังหาร
นอกจากนี้ หากตำหนักหลงฝูถูกเพลิงไหม้ ก็อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก