ตอนที่ 299
บทที่ 299 ข้าบอกแล้วว่า ไม่ได้
October 21, 2026
ใบหน้าอันเคร่งขรึมของรองแม่ทัพอวี๋เต็มไปด้วยความเร่งรีบ เขาวิ่งเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว กู้โม่หานสวมชุดคลุมสีดำเปิดหน้าอกเล็กน้อย เผยให้เห็นผ้าพันแผลสีขาวขนาดใหญ่
“ท่านอ๋อง......”
กู้โม่หานครั้นเห็นสีหน้าเคร่งเครียด จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างโผงผาง “รองแม่ทัพอวี๋ ท่านมาได้อย่างไร?”
เดิมทีรองแม่ทัพอวี๋ร้อนรนใจมาก แต่พอเห็นสภาพของกู้โม่หานเข้า ก็พลันตาแดงก่ำทันใด
เขารีบก้าวเข้ามา แล้วคุกเข่าลงข้างๆ กู้โม่หาน “ท่านอ๋อง!เหตุใดท่านจึงเป็นเช่นนี้ขอรับ?”
“พี่น้องในค่ายเสินเชื่อต่างพากันคิดถึงท่านขอรับ หากท่านต้องการเรียกใช้พวกเรา พวกเรายินดีพลีชีพและเลือดเนื้ออย่างไม่ลังเลเลยขอรับ!”
กู้โม่หานยังไม่เอ่ยอันใด เสิ่นอี่ว์ก็รีบประคองรองแม่ทัพอวี๋ขึ้นมา “รองแม่ทัพอวี๋ ท่านอ๋องดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังขยับเขยื้อนไม่ค่อยสะดวกนัก มีเรื่องอันใดเจ้าลุกขึ้นมาก่อนค่อยพูด”
กู้โม่หานระงับอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาแลดูไร้ซึ่งความไม่พอใจอย่างหมดจด
“มีหนานหว่านเยียนอยู่ ข้าฟื้นตัวได้ดีมาก เจ้ากับพี่น้องในค่ายเสินเชื่อไม่ต้องกังวลไป”
“ข้าเห็นสีหน้าเจ้าดูร้อนใจ ค่ายเสินเชื่อเกิดเรื่องอันใดงั้นหรือ?”
ในเมื่อเหล่าอวี๋ถึงกับมาด้วยตัวเอง เช่นนั้นก็แปลว่าเรื่องราวคงใหญ่โตไม่เบา ถึงขั้นที่เขาไม่สามารถควบคุมได้
เหล่าอวี๋ปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้น วิชาแพทย์ของหนานหว่านเยียนเขาก็เคยเห็นมาเองกับตา ล้ำเลิศยิ่งนัก คิดว่าท่านอ๋องก็คงดีขึ้นมากแล้ว
พอพูดถึงเรื่องดังกล่าว สีหน้าเขาก็พลันอึมครึม แฝงไปด้วยความโกรธ “ไม่ทราบว่าท่านอ๋องยังคงจำเฉินเคอได้หรือไม่ขอรับ?”
กู้โม่หานเลิกคิ้ว “จอหงวนบู๊ของปีนี้งั้นหรือ? ทำไมกัน?”
เขาจำได้ว่าเฉินเคอเป็นจอหงวนบู๊ ถูกฮ่องเต้เรียกตัวเข้าวังหลวงโดยตรง ตอนนี้อยู่ในวังหลวงกำลังปฏิบัติหน้าที่ในทหารรักษาพระราชวัง
รองแม่ทัพอวี๋เอ่ยตอบอย่างโกรธเคือง “ถูกต้องขอรับ เขานั่นแหละ ท่านอ๋องท่านรู้หรือไม่ พอท่านรักษาตัวเสร็จ ฮ่องเต้ก็จะส่งตัวเฉินเคอผู้นี้มาเป็นแม่ทัพรับมอบอำนาจทำการแทนที่ค่ายทหารทันที บอกว่าจะมาฝึกทหารกับอ๋องเฉิงแทนท่าน!”
กู้โม่หานแววตาเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาแฝงเต็มไปด้วยความเยือกเย็น “ให้เฉินเคอมาแทนข้า?”
เสิ่นอี่ว์ขมวดคิ้วแน่นทันใด “จอหงวนบู๊ผู้นั้นมีความสามารถอยู่บ้างก็จริง แต่การมาเป็นแม่ทัพก็ใช่ว่าจะเอาคนบ้าบิ่นที่ไหนมาเป็นก็ได้ หลักการฝึกทหารเขาจะไปเข้าใจดีกว่าท่านอ๋องได้อย่างไร?”
“ตอนนี้ฝ่าบาทให้จอหงวนบู๊คนหนึ่งมาแทนที่ท่านอ๋อง ทั้งยังเป็นช่วงเวลาไม่ปกติอีกด้วย......นี่ค่อนข้างเป็นความตั้งใจ”
รองแม่ทัพอวี๋เต็มไปด้วยความโกรธเคืองอันชอบธรรม เขาทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะ
“เจ้ากล่าวได้แม่นยำเสียจริง วันนั้นที่เฉินเคอเข้ามาที่ค่ายเสินเชื่อ เฟิ่งกงกงได้มาส่งข้อความ บังเอิญอ๋องเฉิงก็อยู่ด้วย เขาจึงได้เอ่ยเตือนอ๋องเฉิงกับแม่ทัพคนใหม่คนนี้ว่าตั้งใจทำงานดีๆ กระหม่อมเห็นว่า เขาคงอยากจะมาแทนที่ท่านอ๋องเป็นแน่!”
สีหน้าหล่อเหลาของกู้โม่หานยากจะคาดเดาได้และแฝงไปด้วยความลึกซึ้ง นิ้วมือเรียวยาวชี้ไปที่โต๊ะ น้ำเสียงเย็นชาทำคนเกรงกลัว
“กล่าวเสียงดงามว่าให้ฝึกทหารแทนข้า แต่ที่จริงนั้นคือกำลังเตือนข้าเป็นนัยๆ ต่างหาก”
ดูเหมือนว่าการจลาจลของเหล่าพลเรือนก่อนหน้านี้ จะทำให้เสด็จพ่อทรงระแวดระวังเข้าแล้วสิ
เสิ่นอี่ว์ขมวดคิ้วครุ่นคิด เห็นได้ชัดว่ากังวลใจอย่างหนัก “แต่ว่าท่านอ๋อง ตอนนี้ท่านบาดเจ็บสาหัส ไม่อาจจะไปค่ายเสินเชื่อได้......เรื่องนี้จะจัดการอย่างไรดีขอรับ?”
ยังไม่ทันรอให้กู้โม่หานตอบกลับ รองแม่ทัพอวี๋ก็ถอนหายใจยาวเฮือกหนึ่ง ด้วยสีหน้าอันจริงจัง
“ที่จริงกระหม่อมยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้เล่า การบัญชาของเฉินเคอในค่ายเสินเชื่อ เขาปฏิบัติกับเหล่าพี่น้องอย่างรุนแรง เหล่าทหารที่เพิ่งเข้ามาใหม่ได้สองวัน ก็ถูกเขาฝึกซ้อมเสียจนลุกจากเตียงไม่ไหว น่ากลัวเสียกว่าอ๋องเฉิงอีก”
“กระหม่อมเกรงว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป เหล่าพลทหารจะต้องตื่นตระหนกคับแค้นใจเป็นแน่ ส่วนท่าน......ก็จะถูกแทนที่นะขอรับ”
ไม่ใช่เฉพาะพลทหารใหม่ แต่ยังมีเหล่าผู้ใต้บัญชาคนเก่าๆ ของกู้โม่หานจำนวนมาก ก็ล้วนถูกเฉินเคอกดขี่ทรมาน เห็นได้ชัดว่าเป็นการพุ่งเป้า