ตอนที่ 854
บทที่ 854 เขาคนผู้น้อยล่วงเกินเบื้องสูง
October 21, 2026
นางมิอาจกลับไปอย่างมือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจะเสียหน้ามากเพียงใด!
โยวเอ่อเห็นเจ้านายของเรือนตนเสื่อมเสียหน้าตามากถึงขนาดนี้ พลันสีหน้าแดงระเรื่อร้อนผ่าวก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ นางยื่นมือไปคอยกระตุกแขนเสื้อของลู่เจียวเจียวแล้ว “องค์หญิง หรือไม่ก็พวกข้าก็ยังคงเลิกแล้วกันไปเถอะนะ……”
แม้ว่านางก็มิชื่นชอบหนานหว่านเยียนเช่นกัน แต่ทุกครั้งที่พบหน้ากับหนานหว่านเยียน นางก็มักรู้สึกหนาวเหน็บไปตลอดทั้งตัว
วันนี้ก็มิทราบเช่นกันว่าองค์หญิงหงเหมิงเป็นเช่นใดแล้ว กลับคิดต้องการช่วงชิงสนมชายของหนานหว่านเยียนอย่างมิยอมล้มเลิกรามือเช่นนี้
“เลิกแล้วกันไปได้อย่างใด?!” ลู่เจียวเจียวสะบัดแขนเสื้อออกฉับพลัน แสดงท่าทีจ้องมองอย่างคุกคามเอาเรื่องมิปล่อยหนานหว่านเยียนให้รอดพ้นไป “ข้าพูดแล้วว่าข้าต้องการแล้วละก็ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะต้องได้มาอย่างแน่นอน!”
“หนานหว่านเยียน เจ้าบอกมาเถอะจะให้คนหรือว่าไม่ให้?”
เผชิญหน้ากับลู่เจียวเจียวนิสัยดื้อด้านเอาแต่ใจตัวเองผู้นี้ หนานหว่านเยียนเองก็รู้สึกปวดศีรษะอยู่บ้างเช่นกัน แต่นางกลับปฏิเสธอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาว่า “ไม่ได้”
“ลู่เจียวเจียว ข้าเรียกขานเจ้าว่าองค์หญิงหงเหมิง นั่นก็เนื่องเพราะเห็นแก่หน้าของเสด็จป้า เมื่อครู่นี้ข้าได้พูดจาชัดเจนอย่างยิ่งแล้วว่า คนของข้าเจ้าอย่าได้คิดนำไปแม้แต่สักคนเดียว”
แรกเริ่มนางก็คิดไว้ว่า ลู่เจียวเจียวต้องการคนละก็ นางประจวบเหมาะที่จะผลักไสสนมชายส่วนหนึ่งออกไปอย่างสมเหตุสมผล แต่แล้วหวนคิดขึ้นมาว่าหากตนทำเช่นนี้แล้ว ทางด้านของเสด็จป้านั้นก็จะเข้ามาวุ่นวายมิยอมเลิกราจนยุ่งชะมัดอีกอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นลักษณะเช่นนี้แล้ว ยังมิสู้อย่าได้ส่งออกไปแล้วล่ะ ก็ให้พวกเขาไปศึกษาเล่าเรียนท่องตำราก็แล้วกัน
หนานหว่านเยียนกำลังคิดเช่นนี้อยู่ โม่เหยียนที่อยู่ด้านข้างกลับขมวดคิ้วแนบแน่นขึ้นมาทันใด ภายในดวงตาสีดำสนิทค่อยๆ ปรากฏความไม่พึงพอใจขึ้นมาแล้ว
เมื่อครู่นี้เขายังกำลังรู้สึกปิติยินดีอยู่ คิดว่าตนคือคนเพียงหนึ่งเดียวของนาง
กล่าวถึงที่สุดแล้วนางมิเพียงเห็นเขาเป็นสนมชายเท่านั้น อีกทั้งเชื่อมั่นในตัวเขา ทรงรับสั่งให้เขาเป็นองรักษ์คนสนิทต้องการให้เขาทำงานแทนนางด้วยซ้ำ คิดมิถึงว่านางกลับฟุ่มเฟือยมากรักถึงเพียงนี้ ต้องการจะรั้งทุกคนเอาไว้
“เจ้า! เจ้าทำเกินไปแล้วนะ!” ลู่เจียวเจียวถูกทัศนคติแข็งกร้าวของหนานหว่านเยียนยั่วโมโหจนบ้าคลั่งไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
นางคว้าหมับจับข้อมือของหนานหว่านเยียนเอาไว้ ภายในดวงตาทั้งสองนั้นกอปรด้วยเพลิงโทสะความโกรธเคือง “หนานหว่านเยียน เจ้าคิดว่าเจ้าคือองค์หญิงชีพจรสายโลหิตแท้จริง ก็สามารถอาละวาดอย่างอหังการอยู่ภายในพระราชวังแล้วหรือ?”
สีหน้าแววตาของหนานหว่านเยียนจ้องมองนางอย่างเย็นชา ตอบนางว่า “ไฉนจึงไม่ได้เล่า?”
คำพูดนี้มิผิดไปเหยียบถูกกับระเบิดของลู่เจียวเจียวเข้าแล้วอย่างจัง นางระเบิดเพลิงโทสะขึ้นมาแล้วในชั่วพริบตา ภายในดวงตากระหายเลือดเต็มเปี่ยมความเคียดแค้นชิงชัง “หนาน! หว่าน! เยียน!”
“เจ้าคือองค์หญิงชีพจรสายโลหิตแท้จริงแล้วอย่างไรล่ะ? ข้าคือองค์หญิงแห่งแคว้นต้าเซี่ยที่ได้รับการเลี้ยงดูจากเสด็จแม่มานานร่วมยี่สิบปีแล้ว! ไหนเลยที่เฉิงเหย่าจินซุ่มโจมตีกลางทางคนหนึ่งอย่างเจ้าจะสามารถทัดเทียมได้?!”
(เฉิงเหย่าจินซุ่มโจมตีกลางทาง หมายถึง เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาก่อน)
“เจ้าอย่าได้คิดว่าเวลานี้กำลังได้รับความโปรดปรานจากเสด็จแม่ ก็สามารถกำเริบเสิบสานไร้ความเกรงกลัวแล้ว ข้าจะบอกให้เจ้าทราบเอาไว้ เจ้ามิสามารถจะผยองได้ใจไปตลอดชีวิตหรอกนะ!”