ตอนที่ 904
บทที่ 904 อนาคตยังอีกยาวไกลนัก
October 21, 2026
เย่เชียนเฟิงถูกโม่เหยียนพูดต้อนจนตะลึงงันวูบ แต่แล้วสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำดูยากขึ้นมา กำหมัดแน่นเอ่ยปากตะคอกใส่อย่างดุดันว่า “หากข้าอยู่ในเหตุการณ์ละก็ จะต้องสามารถจัดการได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน”
“หากมิใช่องค์หญิงให้ข้ารั้งอยู่ภายในวังรักษาอาการบาดเจ็บละก็ ไหนเลยจะสามารถถึงรอบของเจ้าเล่า?”
น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวคุกคามคน สายตายิ่งกอปรด้วยความไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรง โม่เหยียนประสานสบตากับดวงเนตรสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น กลับไร้ความครั่นคร้ามแม้แต่น้อยนิด ภายในดวงเนตรหงสาเย็นเยียบทะมึนที่จับตามองเย่เชียนเฟิงเต็มเปี่ยมความมิพอใจและเย้ยหยัน
“ในเมื่อเจ้าก็ยังพูดแล้วว่าถ้าหาก แต่เวลานี้ถ้าหากนี้หาได้เกิดขึ้นแต่อย่างใดไม่ คุณชายเย่เองยังคงอย่าได้พูดมากความแล้ว แสดงให้เห็นว่าท่านช่างอิจฉาตาร้อนหึงหวงชิงรักหักสวาทยิ่งนัก”
“บัดนี้องค์หญิงนอนหลับแล้ว เจ้ามาจากสถานที่ไหนก็สมควรกลับไปยังที่นั่นโดยเร็วแต่เนิ่นๆ เถอะ ข้าต้องขอตัวมิอยู่เป็นเพื่อนด้วยแล้ว”
ทหารองครักษ์ทั้งสองต่างล้วนตระหนกจนตะลึงงันแล้ว จ้องมองดูโม่เหยียนอย่างปากอ้าตาค้าง พากันมองหน้ากันมิสามารถกล่าววาจาออกมาได้
คิดไม่ถึงว่า สามัญชนคนธรรมดาผู้หนึ่งกลับสามารถมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้ เผชิญหน้ากับคนมีหน้ามีตาอย่างเช่นคุณชายเย่โดยมิมีอาการตื่นสนามแม้แต่น้อยนิด ตลอดจนยังมีบุคลิกภาพเฉพาะตัวซึ่งสะกดข่มคุณชายเย่อยู่บ้างด้วยซ้ำ!
โม่เหยียนออกคำสั่งไล่แขกแล้ว เย่เชียนเฟิงกลับหาได้เชื่อไม่ “หากองค์หญิงนอนหลับแล้ว เช่นนั้นเมื่อครู่นี้เจ้าทำอะไรอยู่ภายในนั้น? เจ้าคงจะไม่ได้ทำอะไรกับองค์หญิงแล้วกระมัง? ข้าต้องการพบองค์หญิง”
พูดพลางเขาก็คิดจะเคาะประตูของตำหนักใหญ่ คิดต้องการพบหน้าหนานหว่านเยียนสักครา แต่เขายังมิทันเข้าใกล้ประตูตำหนัก ก็ถูกมือที่ข้อกระดูกกระจ่างข้างหนึ่งขัดขวางเอาไว้แล้ว
โม่เหยียนเหลือบหางตามองดูเย่เชียนเฟิงคราหนึ่ง สภาวะพลังอันเย็นยะเยือกน่ากลัวทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกครั่นคร้ามเลยทีเดียว “ข้าได้พูดแล้วว่า เวลานี้องค์หญิงกำลังพักผ่อน หากเจ้าต้องการใช้กำลังทะลวงฝ่าเข้าไปละก็ เช่นนั้นก็ทดลองดู”
คำพูดที่เต็มเปี่ยมการย้ำเตือนคุกคามผู้คนเช่นนี้ กระตุ้นให้เย่เชียนเฟิงบันดาลโทสะแล้วโดยสิ้นเชิง
เขาขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมาทันใด ในสายตาที่จ้องมองโม่เหยียนเต็มเปี่ยมด้วยความโกรธเคือง “โม่เหยียน! เจ้าจงใจมิให้ข้าใกล้ชิดกับองค์หญิงอย่างสุดหยั่งคาดเช่นนี้ มีจุดประสงค์ใดกันแน่?!”
โม่เหยียนกีดกันเขาออกไปโดยไม่แสดงความคิดเห็น พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเฉยชา “จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรือ?”
ท่าทีการแสดงออกช่างยั่วยวนกวนโทสะผู้คนอย่างยิ่ง เย่เชียนเฟิงแทบจะอดไม่ได้จวนชักกระบี่ออกมาแล้ว
เขาถูกแผดเผาอยู่ท่ามกลางเพลิงโทสะ สายตาจ้องมองโม่เหยียนเขม็ง ตะคอกใส่อย่างดุดันว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าแฝงเจตนาอื่น ไม่ว่าเจ้าเข้าร่วมการดูตัวเพื่อเข้าใกล้องค์หญิงก็ดี หรือว่าจงใจอาศัยโอกาสเป็นเพื่อนองค์หญิงไปทำพิธีเซ่นไหว้โม่เซียนเซิง เพื่อจะเข้าใกล้นางมากยิ่งขึ้นก็ช่าง เจ้าจะต้องไม่รวบรัดธรรมดาเหมือนอย่างที่แสร้งแสดงออกทางเปลือกนอกอย่างแน่นอน”
เริ่มตั้งแต่วันแรกที่เขาได้เห็นโม่เหยียน ก็รู้สึกว่าโม่เหยียนไม่รวบรัดธรรมดา เวลานี้ดูแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมิได้ผิดพลาดแม้แต่น้อยนิดเลยทีเดียว
“เจ้าก็อย่าหยิ่งผยองได้ใจทนงตัวมากเกินไปนัก จะต้องมีสักวันหนึ่ง ที่ข้ากระชากการเสแสร้งของเจ้าออกมาจนหมดสิ้นด้วยมือข้าเอง ให้องค์หญิงได้ประจักษ์แก่สายตาอย่างชัดเจน ถึงโฉมหน้าอันแท้จริงของเจ้า!”
บรรดาทหารองครักษ์มองดูอยู่ในที่นั้นมิกล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ ด้วยซ้ำ