ตอนที่ 911
บทที่ 911 ฮองเฮาแห่งแคว้นซีเหย่
October 21, 2026
ซาลาเปาน้อยหรี่ตาลงเล็กน้อยจ้องมองพี่สาวแต่ก็ไม่ได้แฉโพย กินข้าวของตัวเองไปโดยไม่สนใจอะไร แต่จู่ๆ นึกอะไรขึ้นมาได้ ในที่สุดก็ดูโม่เหยียนและเตือนว่า “คุณชายโม่เหยียน เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าแค่เป็นของขวัญที่พวกข้าเตรียมด้วยความตั้งใจท่านยายต้องชอบแน่นอน”
“แม้จะฟังเข้าท่า แต่ท่านยายก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิดอย่างนั้นเลย ส่วนที่อันอันกับน่าวน่าวบอกว่าเตรียมอาหารอร่อยให้ท่านยาย จริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรหรอก”
โม่เหยียนมองซาลาเปาน้อยและขมวดคิ้ว ยังไม่ทันถามเหตุผลน่าวน่าวก็ถามขึ้นมาอย่างสงสัย “ทำไมเหรอ?”
ฉลองวันเกิดทำให้ท่านยายอารมณ์ไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?
เกี๊ยวน้อยกล่าว “ที่ท่านยายอารมณ์ไม่ดีคือเพราะในใจมีความวิตกกังวล”
ความวิตกกังวล?
โม่เหยียนขมวดคิ้วตั้งใจฟังสองพี่น้องเล่าอย่างต่อเนื่อง
“เคยได้ยินว่าเมื่อก่อนในวันที่ท่านยายฉลองวันเกิดวันนั้นเคยเสียคูเมืองไปสองแห่ง”
“แต่นั่นก็เป็นเรื่องนานมามากแล้ว เหมือนจะเป็นยี่สิบปีที่แล้ว ท่านยายเพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน แคว้นต้าเซี่ย แคว้นซีเหย่และแคว้นเทียนเซิ่งกำลังตกอยู่ในการตะลุมบอน”
เกี๊ยวน้อยตะลึง เงยหน้ามองโม่เหยียนแวบหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ในดวงตานั้นดูลึกซึ้ง
“ผลของยุทธการครั้งนั้นแย่มาก แคว้นต้าเซี่ยเป็นฝ่ายปราชัย จินหลิงกับหลานหลิงคูเมืองสองแห่งที่อยู่ภายในอาณาเขตแคว้นต้าเซี่ยในตอนแรกก็ถูกแคว้นเทียนเซิ่งแบ่งสรรไปด้วย”
“สูญเสียที่ดินของแคว้นไปก็เหมือนกับสูญเสียลูกของตัวเอง จะให้ท่านยายดีใจได้ยังไง งานฉลองวันเกิดทุกครั้งมักจะนึกถึงเรื่องเมื่อยี่สิบปีที่แล้วเลยรู้สึกกลุ้มใจมาก”
เกี๊ยวน้อยทำปากยื่น ดูเหมือนทุกข์ใจเล็กน้อย
เด็กน้อยสองคนก็กำลังครุ่นคิดอยู่ดูเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจทั้งหมดและก้มหน้ากินต่อ
ส่วนโม่เหยียนหางตาชี้หรี่ลงครึ่งหนึ่งและคิ้วอันโค้งเรียวเหมือนดาบขมวดอย่างแน่น
จินหลิงกับหลานหลิงเหรอ…
หนึ่งคืนผ่านไป ในที่สุดก็มาถึงวันจริงงานฉลองวันเกิดของจักรพรรดินี
ในวังคึกคักสุดๆ แขกเหรื่อที่ไปๆ มาๆ เริ่มเข้ามาในสถานที่งานเลี้ยงฉลอง
ในตำหนักหนิงปี้แขกมากันมากมายจนเต็มงาน ทุกคนรวมตัวกันทักทายปราศรัย หรือไม่ก็แอบกระซิบกระซาบเบาๆ
จูโหวศักดินา(เจ้านครรัฐ)ทุกคนนั่งอยู่ทางซ้าย สบตากันอยู่ตลอดเวลา สายตาลอยอยู่ในเลี้ยงฉลองเหมือนกำลังมองหาอะไรอยู่
ยังมีเวลาสักพักหนึ่งก่อนเริ่มงานเลี้ยงฉลองวันเกิด จู่ๆ กงแจ๋ลั่วฉู่ที่นั่งอยู่ซ้ายสุดเหมือนจะเห็นใครสักคนและหรี่ตาลงทันที เขายกแก้วขึ้นมาและเดินไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงฝั่งขวานับมาคนที่สอง และยังมีองครักษ์หลายคนตามอยู่ข้างหลังด้วย
เขารู้เรื่องที่ลู่เจียวเจียวสียโฉม และก็รู้ว่าวันนี้นางไม่สามารถมาเข้าร่วม แต่นอกจากหงเหมิงแล้วยังมีองค์หญิงหงหลิงอยู่ในวังนี้ เป็นลูกสาวบุญธรรมของจักรพรรดินีเหมือนกับลู่เจียวเจียว
ลู่เซิงเซิงสวมกระโปรงยาวสีฟ้าน้ำแข็งนั่งตัวตรงอยู่กับที่ ใบหน้างดงามลออ รอยยิ้มอ่อนโยนเรียบร้อย
กงแจ๋ลั่วฉู่เดินมาข้างหน้าลู่เซิงเซิงยกแก้วขึ้นมาแสดงความเคารพ
“องค์หญิงหงหลิง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”
ลู่เซิงเซิงมองไปที่กงแจ๋ลั่วฉู่อย่างไม่ใส่ใจและยิ้มอย่างนุ่มนวล “โหวเยว่ (ท่านเจ้าพระยา)”
“ตอนออกเมืองท่านอายุยังน้อยอยู่เลย ไม่คิดเลยว่าตอนนี้ท่านได้เติบโตอย่างสะโอดสะองแล้ว ช่างแตกต่างจากตอนสาวน้อยมากเลยจริงๆ”
ลู่เซิงเซิงยังคงยิ้มเหมือนเดิม แต่น้ำเสียงกลับนิ่งมาก “โหวเยว่ชมเกินจริงแล้ว ไม่ทราบว่าโหวเยว่มาหาหงหลิงคือมีเรื่องอะไรหรือ?”