ตอนที่ 1430
บทที่ 1430
September 18, 2026
“เมื่อราชสำนักมอบรางวัลแก่แม่ทัพและขุนนางล้วนเป็นการมอบที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ให้ แต่หลังจากที่มอบให้พวกเขาแล้วก็ไม่มีผู้ใดไปจัดการดูแล พวกเขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยราชสำนักดูแลที่ดินอุดมสมบูรณ์เหล่านี้หรือไม่เพคะ!”
หลิงอวี๋เอ่ยอย่างทอดถอนใจ “การเก็บภาษีก็เก็บตามระดับของขุนนาง เช่นนี้ก็แสดงว่าแม่ทัพขุนนางได้รับที่ดินอุดมสมบูรณ์ไปมากที่สุดแต่กลับจ่ายภาษีน้อยที่สุด!”
“ท่านตรัสว่าทำการเกษตรมิคุ้มเงิน แม่ทัพเหล่านี้ก็คิดเช่นนี้เพคะ หากจ้างคนมาทำเกษตรก็ยังจะต้องจ่ายค่าตอบแทนอีก ดังนั้นพวกเขาจึงยอมปล่อยให้ที่ดินที่อุดมบูรณ์เปล่าประโยชน์ไป แต่มิยอมจ้างคนมาทำเกษตร!”
“ส่วนราษฎรจำนวนมากก็มิได้มีที่นาเป็นของตน ต้องพึ่งการเช่าไปทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว ทั้งยังต้องถูกผู้ว่าจ้างกับผู้ดูแลไร่นาหาประโยชน์อีก!”
“วงจรอุบาทว์เช่นนี้ จะมีราษฎรอยู่เท่าใดกันที่สามารถทำไร่นาได้อย่างมั่นใจ?”
เซียวหลินเทียนยิ่งฟังก็ยิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาที่หลิงอวี๋พูดมาเหล่านี้มีอยู่จริง
ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจคำนวณละเอียดได้ มิต้องพูดถึงเรื่องอื่น ยกตัวอย่างตนเองมีที่ดินอุดมสมบูรณ์อยู่ห้าพันหมู่ในหนึ่งปีสามารถมีผลผลิตอาหารตั้งเท่าไร!
หากมีที่ดินอุดมสมบูรณ์ปล่อยร้างอยู่มากมายถึงเพียงนี้มิทำการเพาะปลูก เช่นนั้นเมื่อถึงยามอดอยาก ทั่วทั้งแคว้นก็มิรู้ว่าจะต้องมีผู้คนหิวตายเท่าใด!
“อาอวี๋ เจ้าคิดถึงเรื่องเหล่านี้ก็จะต้องมีข้อเสนอดี ๆ ใช่หรือไม่?”
เซียวหลินเทียนให้เกียรติและขอคำแนะนำอย่างนอบน้อม
“ข้อเสนอของหม่อมฉันคือ ให้กรมพระคลังนับจำนวนที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ที่เหล่าขุนนางครอบครองอยู่ทั้งหมด และนับที่ดินอุดมสมบูรณ์ที่ปล่อยทิ้งร้างว่ามีจำนวนเท่าใด จากนั้นก็ให้พวกเขาเลือกสองทาง ทางเลือกแรกคือต้องปลูกพืชผลตามเวลาที่กำหนดและจ่ายภาษีตามกฎระเบียบ!”
“และทางเลือกที่สองคือ ราชสำนักซื้อที่ดินอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่ในมือพวกเขากลับมาตามราคาตลาดแล้วจวนขุนนางเช่าให้แก่เกษตรกรเพคะ!”
สำหรับปัญหานี้หลิงอวี๋เสนอความน่าจะเป็นตามเงื่อนไขของแคว้นและสถานการณ์ปัจจุบันของฉินตะวันตก จากนั้นนางก็เอ่ยต่อ
“การที่จวนขุนนางเช่าให้แก่ราษฎรมีข้อดีอยู่สองประการเพคะ ประการแรกคือ หลีกเลี่ยงการถูกผู้ดูแลไร่นาโกงกิน และประการที่สองก็คือ เป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเพาะปลูก!”