ตอนที่ 1431
บทที่ 1431
September 18, 2026
หลิงอวี๋ได้ยินเซียวหลินเทียนพูดเช่นนี้ก็โล่งอก นางนึกถึงนิทานสุภาษิตเรื่องน้ำอุ่นต้มกบขึ้นมาได้จึงเล่าให้เซียวหลินเทียนฟัง
เซียวหลินเทียนฟังจบก็หัวเราะออกมา “นิทานสุภาษิตเรื่องนี้ดีนะ ข้าจะใช้นิทานสุภาษิตที่เจ้าเล่าให้ฟังนี้ทำให้พวกเขาเป็นเหมือนกบต้มไปเสีย!”
สายตาของเซียวหลินเทียนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จะเป็นการค่อย ๆ ให้มันเป็นไปโดยมิทันรู้ตัวก็ดี หรือจะใช้ไม้แข็งควบคุมก็ดี เขาจะต้องเป็นจักรพรรดิที่ปรีชาชาญ มิกลัวความท้าทายและภัยคุกคามเหล่านี้
หลิงอวี๋พูดแค่ถึงจุดนี้ก็มิสนใจในเรื่องนี้แล้ว
ส่วนเซียวหลินเทียนเมื่อถูกหลิงอวี๋พูดอย่างจริงใจเช่นนี้ก็พบว่าตนยังขาดความรู้อีกมาก
หลังจากผ่านช่วงปีใหม่มาก็ใกล้จะเป็นช่วงวสันตฤดูแล้ว เขาต้องรีบทำให้แผนการเปลี่ยนแปลงที่ดินเป็นจริงก่อนวสันตฤดู แม้ว่าจะสามารถดำเนินการให้เป็นจริงได้ทั้งแคว้น แต่ก็ต้องทำให้ที่ดินสองในสามของแคว้นสามารถเพาะปลูกพืชผลให้ได้ในช่วงวสันตฤดู
เซียวหลินเทียนมิได้รีบร้อนเอ่ยเรื่องนี้ เขากำลังรอโอกาสอยู่
ผ่านไปสองสามวัน รายงานด่วนฉบับแรกของอันเจ๋อก็ส่งกลับมาที่เมืองหลวงแล้ว
เซียวหลินเทียนเปิดอ่านจนจบสีหน้าก็อึมครึม
อันเจ๋อส่งสายลับสองสามคนไปที่ตรวจสอบเรื่องการจลาจลก่อน
สายลับสองสามคนนั้นแยกทางกันไป แบ่งเป็นมุ่งหน้าไปสืบข่าวที่เจิ้งโจว สิงหยางและอีกสองสามเมืองที่ถูกพวกอันธพานยึดครองไว้
ผลก็คือ ยืนยันแล้วว่าพวกอันธพาลเหล่านี้เดิมทีมิใช่โจรพเนจร แต่เป็นราษฎรและเกษตรกรผู้เช่าที่อยู่เขตใกล้ ๆ
ผู้ที่เป็นผู้นำในการก่อเรื่องในตอนแรกคือเฉาเฉียงเกตรกรผู้เช่าของเกาต้าหู้ที่เขตสิงหยาง
ปีนี้เฉาเฉียงอายุสามสิบ เป็นชายกำยำ ออกมาจากกองทัพสิบกว่าปีแล้ว ทำไปจนถึงตำแหน่งนายทหาร แต่เพราะนิสัยที่ชื่อตรงถูกเจ้านายละเว้น จึงมิสามารถเลื่อนขั้นสูงขึ้นได้อีก
สองสามปีก่อนเฉาเฉียงไปรบและถูกศัตรูทำร้ายจนตาบอดข้างหนึ่งจึงได้ปลดประจำการแล้วกลับบ้านเกิดไปทำงานเพาะปลูก
ว่ากันตามเหตุผลแล้วเฉาเฉียงมีร่างกายแข็งที่แกร่ง แม้ว่าจะตาบอดไปข้างหนึ่งแต่ก็สามารถใช้กำลังของตนมาหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้
แต่ตระกูลเฉามีสมาชิกอยู่เป็นจำนวนมาก ที่เพาะปลูกที่ได้รับการแบ่งมาก็มิเพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ
เฉาเฉียงจึงออกไปทำงานข้างนอกเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว