ตอนที่ 1917
บทที่ 1917
September 18, 2026
หลิงอวี๋มิรู้เลยว่าโอสถสองเม็ดที่นางกลั่นได้มีอัตราความสำเร็จสูงกว่าของคนอื่น ๆ มาก ดังนั้นนางและหลงอิงจึงกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสำนักศึกษาชิงหลงตั้งแต่ยังมิออกมาจากค่ายกลด้วยซ้ำ
“ครั้งนี้มีอัจฉริยะปรากฏตัวในหอปรุงโอสถ อัตราความสำเร็จของโอสถทั้งสองเตาแซงหน้าปรมาจารย์เย่และปรมาจารย์ไป่หลี่ไปแล้ว ไป ไปดูกันว่าอัจฉริยะผู้นั้นคือใคร!”
ทางด้านของเซียวหลินเทียนที่ผ่านการประเมินได้มารวมกลุ่มกับเผยอวี้อีกครั้งและกำลังจะออกไปรอกลุ่มของเถาจื่อ เขาก็ได้ยินเสียงของบรรดาบัณฑิตโห่ร้องกันอย่างตื่นเต้น
“นางลงทะเบียนชั้นเรียนของปรมาจารย์ท่านไหนรึ?”
“ชั้นเรียนของปรมาจารย์เย่!”
“โอ้โห เช่นนี้มิใช่ว่าหอโอสถซ่างกู่แย่งสมบัติล้ำค่าไปแล้วหรอกรึ! แล้วคนผู้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรเล่า?”
“มิรู้สิ มิเคยได้ยินชื่อนางมาก่อนเลย!”
เซียวหลินเทียนคิดว่ามันคงไร้ประโยชน์ที่จะรออยู่ข้างนอก สู้ไปดูกับพวกเขาดีกว่า จะได้ตามหาหลิงอวี๋ไปด้วย
“ไป ไปดูกันเถอะ!”
เซียวหลินเทียนพาคนสองคนเดินตามฝูงชนไปที่หอปรุงโอสถ
บรรดาบัณฑิตที่อยู่ข้างหน้ายังคงสนทนากันอย่างกระตือรือร้นในขณะที่เซียวหลินเทียนและอีกสองคนฟังอยู่เงียบ ๆ
ช่วงหลายวันมานี้ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงแดนเทพ เซียวหลินเทียนได้รู้ทุกสิ่งที่เขาจำเป็นต้องรู้แล้ว
เขาเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างหอโอสถซ่างกู่และหอโอสถไป๋เป่า อีกทั้งยังรู้ดีว่าการที่หอโอสถซ่างกู่ช่วงชิงบัณฑิตที่เป็นอัจฉริยะเช่นนี้มาได้นั้นมีความหมายอย่างไร
เมื่อมาถึงหอปรุงโอสถ ก็เห็นว่าตรงทางเข้าเต็มไปด้วยบัณฑิตที่มาที่นี่หลังจากได้ยินข่าว ทุกคนต่างต้องการเห็นอัจฉริยะคนใหม่ของสำนักสาขาปรุงโอสถ
นักปรุงโอสถและนักสร้างอาวุธล้วนเป็นอาชีพที่มีลู่ทางในภายภาคหน้ามากที่สุดในสำนักศึกษาชิงหลง
แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน นักปรุงโอสถสามารถหาเงินได้ง่ายกว่า แค่กลั่นโอสถระดับต้นก็สามารถหาเลี้ยงปากท้องได้แล้ว หากเป็นระดับกลางขึ้นไปก็จะสามารถเลี้ยงดูครอบครัวให้มีชีวิตที่ดีได้ และยิ่งหากเป็นระดับสูงขึ้นไปก็สามารถทำให้กลายเป็นตระกูลเศรษฐีได้เลย
ในทางกลับกัน การที่นักสร้างอาวุธจะทำมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ชิ้นหนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เป็นเรื่องธรรมดาที่ในสิบปีจะตีกระบี่ออกมาได้สักเล่มหนึ่ง