ตอนที่ 167
บทที่ 557 เฆี่ยนคนเป็นนิสัยที่ดีอย่างหนึ่ง
October 28, 2026
เมื่อโม่หลีได้ยินคำพูดของ โม่หว่านซู่ เขาต้องตะลึงกับความหน้าด้านไร้ยางอายของนาง
“ข้ารู้แล้วว่าเจ้ากับเชียนจิ้งหลิวสมรู้ร่วมคิดกันและหลอกลวงจ้าวเซียนคนปัจจุบัน โม่หว่านซู่เจ้าไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของจ้าวเซียนสักหน่อย หรือเจ้ายังจะเถียงและไม่ยอมรับ?”
ใบหน้าของโม่หว่านซู่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา
“ท่านกำลังพูดเรื่องอะไร? ข้าเคยบอกว่าข้าไม่ใช่ลูกสาวของตระกูลโม่ตั้งแต่เมื่อไหร่? ท่านผู้นี้ ท่านอย่าได้ฟังคำพูดเหลวไหลของฉู่เชียนหลีเลย ทั้งหมดนี้เพียงเพราะนางต้องการใส่ร้ายข้า ถ้าท่านเต็มใจช่วยข้า ตระกูลโม่ต้องมีการตอบแทนอย่างงามแน่นอน แต่ถ้าท่านเป็นเช่นฉู่เชียนหลีกลับผิดเป็นถูก งั้นข้าก็จะส่งข่าวถึงตระกูลโม่แน่นอน เพื่ออธิบายสิ่งที่ข้าประสบในแดนปริศนา ถึงเวลานั้น ต่อให้เจ้าจะหนีไปอยู่สุดหล้าฟ้าเขียว ท่านพ่อของข้าก็จะจับเจ้าให้ได้และสับเจ้าเป็นชิ้นๆ อย่างแน่นอน "
คราวนี้นางได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้แล้ว และนางจะไม่แสดงพิรุธแม้แต่น้อยเผื่อชายที่อยู่ตรงหน้าเขาได้โอกาสอีกต่อไป
โม่หลีถูกยั่วให้โกรธจนยิ้มออกมา แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของโม่หว่านซู่แล้ว ในใจก็รู้สึกกลัวในภายหลังเป็นระลอกๆ
ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเขารีบไปถึงแดนปริศนาและได้ยินคำพูดเหล่านั้นด้วยหูของเขาเอง ความเป็นไปของสิ่งต่างๆ ก็จะเป็นไปตามที่โม่หว่านซู่พูดจริงหรือ?
ไม่ ถ้าเขาไม่อยู่ที่นั่น เป็นไปได้มากที่องครักษ์มือซ้ายอาจทำร้ายแม่นางน้อยจนสาหัสหรืออาจถึงขั้นฆ่านางให้ตายโดยใช้ค่ายกล และตัวตนของโม่หว่านซู่ก็จะไม่ถูกเปิดเผย
ต่อให้แม่นางน้อยโชคดีหลบหนีออกไปได้ แต่โม่หว่านซู่ ก็จะส่งข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง ด้วยสถานะของนางในฐานะเจ้าแม่ นางสามารถระดมกำลังคนจำนวนมาก เพื่อตามฆ่าและข่มเหงแม่นางน้อยต่อไปได้อย่างง่ายดาย
ตอนนั้น ตัวเองยังคงดื่มด่ำอยู่ในการปลีกวิเวก บางทีแม่นางน้อยอาจจะล้มอยู่ที่ไหนสักที่ที่เขามองไม่เห็น...
เมื่อคิดถึงตรงนี้ โม่หลีรู้สึกราวกับว่าหัวใจทั้งดวงถูกควักออกมาจนกลวง
ความเจ็บปวดและความกลัวอย่างรุนแรงท่วมท้นหัวใจ ทำให้เขากัดฟันแน่นอย่างควบคุมไม่ได้
ในระหว่างทางที่เดินมาถึงตำแหน่งของจ้าวเซียน เขาไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใดเลย แต่ในชั่วพริบตา แม่นางน้อยก็กลายมาเป็นจุดอ่อนของเขาแล้ว อย่าว่าแต่ปล่อยให้คนอื่นมาแตะต้องเลย แค่มองก็รู้สึกอกสั่นขวัญแขวนแล้ว
เจตนาฆ่าในหัวใจของโม่หลีนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกเสียใจในความสำนึกผิดอย่างแรงกล้า
เป็นเวลาหลายปีที่เขาไม่สามารถใกล้ชิดกับ มู่โหรว และ โม่หว่านซู่ ได้ ทำไมเขาถึงไม่สังเกตเห็นความผิดปกติเลยล่ะ?
ถ้าเขาออกมาสำรวจก่อนหน้านี้ ไม่แน่เขาอาจจะพบแม่นางน้อยนานแล้วและปกป้องนางไว้อย่างมั่นคง
“เจ้าแม่ตัวดี? อาศัยตำแหน่งของตัวเองบิดเบือนข้อเท็จจริง นางควรค่ากับคำเรียกนี้ด้วยเหรอ!”
เมื่อสังเกตเห็นโทสะในอารมณ์ของโม่หลี ในใจของโม่หว่านซู่ก็มีความรู้สึกไม่น่าเชื่อแวบผ่านเข้ามา
“หรือว่าท่านจะเป็นปรปักษ์กับข้าเพื่อมารสาวฉู่เชียนหลีคนนี้?”
ถ้าชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ฉลาด เขาก็จะรู้ว่าควรเลือกอย่างไร
โม่หลียกมือขึ้น และแส้ยาวเส้นหนึ่งได้ปรากฏขึ้นในมือของเขา
จากนั้นเขาก็เหวี่ยงแส้ฟาดไปที่โม่หว่านซู่โดยไม่ลังเลใดๆ
เสียงที่เอาจริงเอาจังดังขึ้น ได้กลบเสียงฟ้าร้องอันปั่นป่วนไปชั่วขณะหนึ่ง
“ให้ตำแหน่งเจ้าแม่แก่เจ้านั้นเป็นการเตือนเจ้าว่าเป็นคนของตระกูลโม่ อย่าทำให้ประตูลานบ้านของตระกูลโม่ต้องแปดเปื้อน ไม่ใช่ให้เจ้ากระทำโดยพลการและใช้อำนาจที่อยู่ในมือเกินควร”
“ฉู่เชียนหลีทำไมน่ะเหรอ? นางเป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่หน้าตาสะสวย บอบบางและอ่อนแอ สมควรที่จะถูกรังแกโดยเจ้าในนามของเจ้าแม่งั้นหรือ?”
“ยังจะมารสาวอีก? เทียบกับการก่อกรรมทำเข็ญของเจ้า นางเป็นคนใจบุญสุนทาน ข้างกายนางมีผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ มีเพื่อนพ้องที่คอยหนุนหลัง และยังมีผู้ติดตามที่นับไม่ถ้วน ส่วนเจ้า เพื่อนคนเดียวที่เจ้าคบยังเป็นพวกแปลกประหลาดที่คนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง!"
ในตอนแรกฉู่เชียนหลียังคงมีไฟโกรธอยู่ในใจ เวลานี้มองดูโม่หลีเฆี่ยนโม่หว่านซู่จนกลายเป็นน้ำเต้าที่กลิ้งอยู่บนพื้น ไฟโกรธที่อยู่ในใจก็ค่อยๆ มลายหายไป กระทั่งค่อนข้างมีความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่มาก
เจ้าลุงโม่คนนี้ดูท่าทางชำนาญในการเฆี่ยนตีคนด้วยแส้ น้อยมากที่จะเห็นผู้ชายที่เก่งในการใช้แส้ แต่อย่าว่านะ ยังค่อนข้างที่จะมีวาสนาต่อกันกับนางด้วย
“โอ้ย! เจ็บ!”
โม่หว่านซู่ร้องไห้เศร้าโศกไม่หยุด ร่างกายของนางถูกเฆี่ยนจนมีเลือดไหลหยด
เจ้ากล้าทำแบบนี้กับข้า ข้าจะต้องบอกพ่อข้าแน่!”